ข้าพเจ้า นางสาวจิราพร สุบงกช ประเภทประชาชน ตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

        วันที่ 22 ตุลาคม 2564 ได้เข้าร่วมอบรมการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการขึ้นทะเบียน OTOP โดยมีวิทยากรคือ คุณภัทรวดี มักขุนทด นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ และคุณชยุต ชำนาญเนาว์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อำเภอนางรอง มาให้ความรู้ในครั้งนี้

 

 

    ความหมายของกลุ่มและกลุ่มอาชีพ

        กลุ่ม คือ การที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปมารวมกันโดยมีการติดต่อสัมพันธ์กัน หรือปฏิสัมพันธ์กันและมีจุดมุ่งหมายที่จะกระทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งร่วมกัน และความสัมพันธ์นี้ จะช่วยให้สมาชิกกลุ่มอยู่ร่วมกันได้ในระดับที่พอดี

        กลุ่มอาชีพ คือ การรวมตัวของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเดียวกันดำเนินกิจกรรมด้านอาชีพ กิจกรรมผลิต และจำหน่ายอย่างต่อเนื่องโดยมีคณะกรรมการดำเนินงานของกลุ่มมีระเบียบข้อบังคับ

      การบริหารจัดการกลุ่ม (5 ก.)

        ก1 : กลุ่ม/สมาชิก ที่มีความสมัครใจพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของกลุ่ม

        ก2 : กรรมการ ซึ่งได้รับมอบหมายและเป็นตัวแทนจากสมาชิกให้บริหารกลุ่ม

        ก3 : กฎ กติกา ระเบียบข้อบังคับกลุ่ม เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างสมาชิกและคณะกรรมการ

         ก4 : กองทุน ปัจจัย เงินหรือเครื่องมือ ที่ทำให้กิจกรรมของกลุ่มดำเนินการได้และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของกลุ่ม

        ก5 : กิจกรรม เป็นสิ่งที่ร่วมกันปฏิบัติเพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชน

     การนำกลุ่มอาชีพเข้าสู่ OTOP

      จากแนวคิดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (One Tambon One Product : OTOP) ที่เน้นกระบวนการ การสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ในแต่ละหมู่บ้าน ชุมชนหรือตำบล เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้แต่ละชุมชน ได้นำทรัพยากรภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพที่มีจุดเด่นและมูลค่าเพิ่มเป็นที่ต้องการของตลาด สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น โดยยึดหลักการพึ่งตนเองของชุมชน และรัฐพร้อมที่จะช่วยเหลือในด้านความรู้สมัยใหม่และการบริหารจัดการ เชื่อมโยงสินค้าชุมชนสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

       โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

         รัฐบาลได้ดำเนินโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมทั่วทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับประเทศในส่วนกลางและคณะกรรมการระดับภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้  (1) สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน  (2) เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน  (3) ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (4) ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (5) ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของชุมชน

        ประเภทผลิตภัณฑ์ ที่จะนำมาดำเนินการลงทะเบียน ต้องผ่านกระบวนการผลิต โดยใช้ภูมิปัญญาจำนวน 5 ประเภท ดังนี้

  • ประเภทอาหาร แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1) ผลิตผลทางเกษตรที่ใช้บริโภคสด 2) ผลิตผลทางการเกษตรที่ เป็นวัตถุดิบ และผ่านกระบวนการแปรรูปเบื้องต้น 3) อาหารแปรรูปกึ่งสำเร็จรูป/สำเร็จรูป
  • ประเภทเครื่องดื่ม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม 1) เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 2) เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์
  • ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย
  • ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก
  • ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร

         มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)

        “ ข้อกำหนดคุณลักษณะของ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยชุมชน มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและเอกลักษณ์เฉพาะอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้อง ”

         เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

         เครื่องหมายการรับรองคุณภาพที่แสดงกับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กำหนดมีลักษณะเป็นรูปมือประสานต่อเนื่องกันภายในกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสเอียงเป็นมุม 45 องศา 

    

       หน่วยรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

  •       สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
  •       สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.)

        ประโยชน์ของการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

  •        ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีขึ้น มีความปลอดภัย
  •        ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ  
  •        ผู้ซื้อ ผู้บริโภค และผู้เกี่ยวข้องตัดสินใจได้ง่ายขึ้น  
  •        สร้างความเชื่อมัน และความน่าเชื่อถือ  
  •        เพิ่มโอกาสทางการค้า ผู้ผลิตเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น  

        เงื่อนไขสำหรับผู้ได้รับการรับรอง มผช.

  •        รักษาระบบการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองตลอดระยะเวลาที่ได้รับ  การรับรองและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรอง มผช.
  •        นำใบรับรอง มผช. และเครื่องหมาย มผช. ไปใช้อ้างอิงได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองเท่านั้น
  •        ยุติการใช้ใบรับรอง และเครื่องหมาย มผช. เมื่อสิ้นอายุการรับรอง หรือ ในทันทีที่มีการพักใช้ หรือยกเลิก หรือเพิกถอนการรับรอง
  •        จัดเตรียมเอกสารหลักฐาน และข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการร้องเรียนผลิตภัณฑ์
  •        แจ้งให้หน่วยรับรองทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เช่น เปลี่ยนผู้ติดต่อประสานงาน เปลี่ยนชื่อ  นิติบุคคล ย้ายสถานที่ ปรับกระบวนการทำที่มีผลต่อผลิตภัณฑ์

       การตรวจติดตามผล

  •        ตรวจติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์ภายหลังได้รับการรับรอง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  •        ตรวจประเมิน ณ สถานที่ทำของผู้ได้รับการรับรอง อาจเก็บตัวอย่างเพื่อส่งทดสอบ/ตรวจสอบ      

       การต่ออายุใบรับรอง

  •       ให้ยื่นขอใหม่ล่วงหน้า 120 วัน ก่อนที่ใบรับรองจะสิ้นอายุ (หากมีความประสงค์ขอต่ออายุใบรับรอง)
  •       หน่วยรับรองจะดำเนินการตามกระบวนการรับรอง มผช.

      การสิ้นอายุใบรับรอง

  •       ใบรับรองครบอายุ 3 ปี
  •       ผู้ได้รับการรับรองขอยกเลิกการรับรอง
  •       ผู้ได้รับการรับรองเลิก หรือถูกสั่งให้เลิกประกอบกิจการ
  •       มาตรฐานมีการแก้ไข ใบรับรองจะมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่มาตรฐานใหม่มีผลบังคับใช้
  •       มาตรฐานมีการยกเลิก  
  •       ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจติดตามผลไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 2 ครั้งติดต่อกัน

      เอกสารด้านอาหาร (อย.)

       1. แผนที่ตั้งสถานที่ผลิตอาหาร                                      2. แผนที่ใกล้เคียงสถานที่ผลิตอาหาร

       3. แผนผังภายใน                                                             4. สำเนาทะเบียนบ้านสถานที่ผลิต

       5. สำเนาบัตรประชาชนผู้ขออนุญาต                             6. สำเนาทะเบียนพาณิชย์

       7. กระบวนการผลิตอาหาร                                              8. ตัวอย่างฉลากอาหร

      ฉลากอาหาร ประกอบด้วย

      1. ชื่ออาหาร                                                                      2. สถานที่ผลิต

      3. ส่วนประกอบ รวมกันได้ 100%                                   4. อย.

      5. วันเดือนปีที่ผลิต                                                           6. วันเดือนปีที่หมดอายุ

      7. ปริมาณสุทธิ

 

 

          วันที่ 24 ตุลาคม 2564 ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่บ้านโคกพลวง ตำบลหนองโบสถ์ เพื่อไปสำรวจข้อมูลในชุมชนแล้วทำการคีย์ข้อมูลลงในระบบ https://cbd.u2t.ac.th  ดังหัวข้อต่อไปนี้

       ผู้ที่ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด                                     แหล่งท่องเที่ยว

       ที่พักโรงแรม                                                                                           ร้านอาหารในท้องถิ่น

       อาหารที่น่าสนใจประจำถิ่น                                                                    เกษตรกรในท้องถิ่น

       พืชในท้องถิ่น                                                                                          สัตว์ในท้องถิ่น

       ภูมิปัญญาท้องถิ่น                                                                                  แหล่งน้ำในท้องถิ่น

 

 

          วันที่ 30 ตุลาคม 2564 เข้าร่วมอบรมการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ โดยมีวิทยากรอาจารย์   ปิติวรรณ  ฝ้ายโคกสูง จากสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มาให้ความรู้กับชาวบ้านในการขายของทางออนไลน์ ก่อนที่จะตั้งชื่อเพจได้มีการพูดคุยถึงผลิตภัณฑ์ในชุมชนว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งแบ่งเป็น ของกินและของใช้ เช่น กล้วยเบรกแตก กล้วยอบเนย ข้าวฮาง ทาร์ตไข่ ขนมตาล บ้าบิ่น เค้กกล้วยนึ่ง กระเป๋าสานพลาสติก หมวกไหล เสื่อไหล กระเป๋าผ้าขาวม้า และได้สร้างชื่อเพจ Facebook ให้กับชุมชนว่า “ผลิตภัณฑ์ดี ที่หนองโบสถ์” จากนั้นอาจารย์ได้มอบหมายให้ผู้ปฏิบัติงานถ่ายรูปผลิตภัณฑ์และทำการโพสต์เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับชุมชน

 

         วันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 อาจารย์ประจำหลักสูตรได้นัดหมายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าร่วมการประชุมออนไลน์ผ่านทาง Google Meet อาจารย์ได้มอบหมายให้กับผู้ปฏิบัติงานเก็บข้อมูล CBD เพิ่มเติมเพื่อให้ได้ยอดตามเป้าหมาย บัณฑิตจบใหม่ 20 คน ประชาชน 15 และนำข้อมูล CBD มาวิเคราะห์ และได้เลือกหัวข้อ  คือ แหล่งน้ำ ประชาชนและนักศึกษารับผิดชอบ แหล่งท่องเที่ยวและอาหารประจำท้องถิ่น บัณฑิตจบใหม่รับผิดชอบ

 

 

        วันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 เข้าร่วมอบรมการทำลูกประคบและการนวดแผนไทย ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านโคกพลวง ตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีวิทยากร อาจารย์ ดร. สุกัญญา ทองขัน อาจารย์ ดร. วิริญรัชญ์ สื่อออก จากสาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มาให้ความรู้และขั้นตอนวิธีทำลูกประคบสมุนไพร และวิทยากรจากโรงพยาบาลนางรองมาให้ความรู้ข้อห้ามและข้อควรระวังในการนวดแผนไทย

      การทำลูกประคบสมุนไพร”

        วัสดุ-อุปกรณ์ (ได้ลูกประคบประมาณ 10 ลูก)

        – ผ้าดิบ หรือผ้าฝ้าย ขนาด 40 × 40 เซนติเมตร                                – เชือกยาว 200 เซนติเมตร

        – ภาชนะสำหรับผสมสมุนไพร                                                            – เครื่องชั่ง

        ในสูตรนี้ใช้สมุนไพรแห้ง (สามารถนำสมุนไพรสดไปตากหรืออบให้แห้งได้)

        – ไพล 400 กรัม                              – ขมิ้นชัน 100 กรัม                                   – ตะไคร้ 200 กรัม

        – ผิวมะกรูด 100 กรัม                    – ใบมะขาม 100 กรัม                                – ใบส้มป่อย 50 กรัม

        – การบูร 30 กรัม                           – พิมเสน 30 กรัม                                       – เกลือ 60 กรัม

         วิธีการทำ

  1.  บดหรือทุบสมุนไพรแห้งพอหยาบ
  2.  ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  3.  ชั่งส่วนผสม 100 กรัม วางลงบนผ้า
  4.  ห่อผ้าและมัดเชือกให้แน่น
  5.  บรรจุลูกประคบไว้ในถุง เก็บในที่แห้ง สามารถเก็บได้ประมาณ 1 ปี

“กลุ่มน้ำมันหอมระเหย”

  •  ไพล ช่วยลดอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการอักเสบ ฟกช้ำ บวม
  •  ตะไคร้ แต่งกลิ่น ลดอาการฟกช้ำ ลดอาการปวดเมื่อย
  •  ขมิ้นอ้อย ช่วยลดอาการอักเสบ แก้โรคผิวหนัง
  •  ขมิ้นชัน ช่วยลดอาการอักเสบ แก้โรคผิวหนัง
  •  ผิวมะกรูด มีน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน (ถ้าไม่มีใช้ใบแทนได้)
  •  ผิวส้ม บรรเทาลมวิงเวียน
  •  ข่า รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน

“กลุ่มที่มีรสเปรี้ยว (กรดอ่อนๆ)”

  •  ใบมะขาม ช่วยให้เส้นเอ็นอ่อน แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ช่วยบำรุงผิว
  •  ใบขี้เหล็ก ช่วยละลายไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้หลับสบาย
  •  ใบส้มป่อย ช่วยบำรุงผิว แก้โรคผิวหนัง ลดความดัน

“กลุ่มสารที่มีกลิ่นหอม (จะระเหยเมื่อถูกความร้อน)”

  •  การบูร แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ
  •  พิมเสน แต่งกลิ่น ลดอาการพุพองผดผื่น บำรุงหัวใจ
  •  เกลือ ช่วยดูดความร้อน และช่วยพาให้ตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้ดีขึ้น

        การเก็บรักษาลูกประคบ

  •  เก็บไว้ในที่แห้ง ไม่มีฝุ่น
  •  สำหรับลูกประคบสมุนไพรสด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 3-5 วัน

       การใช้งาน

  •  สำหรับลูกประคบแห้ง ควรพรมน้ำบนลูกประคบก่อนนำไปนึ่ง
  •  นำลูกประคบที่ได้ไปนึ่งในหม้อนึ่ง ใช้เวลานึ่งประมาณ 15-20 นาที

       

            สรุปผลการปฏิบัติงานประจำเดือนพฤศจิกายน ในการจัดกิจกรรมการอบรมหรือการลงพื้นที่เก็บข้อมูลจึงต้องระมัดระวังตนเอง มีการจัดสถานที่เว้นระยะห่าง จำกัดผู้เข้าร่วมอบรม และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

 

อื่นๆ

เมนู