ข้าพเจ้านางสาววนาลี เทียมศรีบุญ ประเภทประชาชน รับผิดชอบ หมู่ 13 บ้านหนองโบสถ์พัฒนา ตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์  โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ)

   วันที่ 22 ตุลาคม 2564

         มีการอบรมการขอมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ คือ การขอ อย และการขึ้นทะเบียน otop และมาตรฐานPrimary GMP โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก นางภัทรวดี มักขุนทด นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนางรอง และ นายชยุต ชำนาญเนาว์ นักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนางรอง เป็นวิทยากรให้ความรู้ในกิจกรรมอบรม เวลา 9.00-12.00 น. กลุ่มที่แปรรูปขนมและกลุ่มที่จักสาน หรือผลิตภัณฑ์ที่สนใจอยากพัฒนา เชิญตัวแทนหมู่บ้านละ 2 ท่าน มาอบรม ณ ศาลาบ้านโคกพลวง หมู่ที่ 9 ตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์


การจัดตั้งกลุ่มอาชีพ พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ OTOP

กลุ่ม    

       การที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปมารวมกัน โดยมีการติดต่อสัมพันธ์กัน หรือปฏิสัมพันธ์กัน และมีจุดมุ่งหมายที่จะกระทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งร่วมกัน และความสัมพันธ์นี้ จะช่วยให้สมาชิกกลุ่มอยู่ร่วมกันได้ในระดับที่พอดี

     การที่บุคคลมารวมกันเป็นกลุ่ม จะต้องมีลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือหลายลักษณะต่อไปนี้เกิดขึ้น

(ก) จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กันเสมอ

(ข) แต่ละคนจะถือว่าคนเองเป็นสมาชิกกลุ่ม

(ค) แต่ละคนในกลุ่มจะยอมรับกันเป็นสมาชิกกลุ่ม

(ง) มีปทัสถานร่วมกัน

(จ) แต่ละคนจะมีบทบาทที่ชัดเจน

(ฉ) มีการเลียนแบบลักษณะบางอย่างที่ตนเองคิดว่าเหมาะสมจากสมาชิกในกลุ่ม

(ช) สมาชิกมีความคิดว่ากลุ่มจะต้องให้ผลประโยชน์ต่อสมาชิก

(ซ) สมาชิกจะแสวงหาเป้าหมายร่วมกัน

(ฌ) มีการรับรู้ความเป็นเอกภาพของกลุ่มร่วมกัน และ

(ญ) สมาชิกกลุ่มจะปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของกลุ่ม

กลุ่มอาชีพ

      การรวมตัวของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเดียวกัน ดำเนินกิจกรรมด้านอาชีพ กิจกรมผลิต และจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการดำเนินงานของกลุ่ม มีระเบียบข้อบังคับ

การบริหารจัดการกลุ่ม (5 ก.)

ก1 : กลุ่ม/สมาชิก ที่มีความสมัครใจพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของกลุ่ม
ก2 : กรรมการ ซึ่งได้รับมอบหมายและเป็นตัวแทนจากสมาชิกให้บริหารกลุ่ม
ก3 : กฎ กติกา ระเบียบข้อบังคับกลุ่ม เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน ระหว่างสมาชิกและคณะกรรมการ
ก4 : กองทุน ปัจจัย เงินหรือเครื่องมือ ที่ทำให้กิจกรรมของกลุ่มดำเนินการได้และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของกลุ่ม
ก5 : กิจกรรม เป็นสิ่งที่ร่วมกันปฏิบัติ
เพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชน

การนำกลุ่มอาชีพเข้าสู่ OTOP

    จากแนวคิดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (One Tambon One Product : OTOP)
ที่เน้นกระบวนการ การสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ในแต่ละหมู่บ้าน ชุมชน หรือตาบล เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้แต่ละชุมชน ได้นำทรัพยากร ภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพที่มีจุดเด่นและมูลค่าเพิ่มเป็นที่ต้องการของตลาด สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น โดยยึดหลักการพึ่งตนเองของชุมชน และรัฐพร้อมที่จะช่วยเหลือในด้านความรู้สมัยใหม่และการบริหารจัดการ เชื่อมโยงสินค้าชุมชนสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

ความเป็นมา รัฐบาลได้ดาเนินโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมทั่วทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับประเทศในส่วนกลางและคณะกรรมการระดับภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

(1) สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน

(2) เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

(3) ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

(4) ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

(5) ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของชุมชน

ประเภทผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

ที่จะนำมาดำเนินการลงทะเบียน ต้องผ่านกระบวนการผลิต โดยใช้ภูมิปัญญา
จานวน 5 ประเภท ดังนี้

1. ประเภทอาหาร

หมายถึง ผลผลิตทางการเกษตร และอาหารแปรรูป ซึ่งได้รับมาตรฐาน อย., GAP, GMP, HACCP, Qmark, มผช., มอก., มาตรฐานเกษตรอินทรีย์, ฮาลาล และมีบรรจุภัณฑ์ เพื่อการจำหน่ายทั่วไป แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1) ผลิตผลทางเกษตรที่ใช้บริโภคสด
2) ผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบ และผ่านกระบวนการแปรรูปเบื้องต้น
3) อาหารแปรรูปกึ่งสำเร็จรูป/สำเร็จรูป

2.ประเภทเครื่องดื่ม

แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
1) เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
2) เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

3. ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย


4. ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก



5 ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร


มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ( มผช.)

“ข้อกำหนดคุณลักษณะของ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยชุมชน มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและเอกลักษณ์เฉพาะ อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้อง”

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์

เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน
 เครื่องหมายการรับรองคุณภาพที่แสดงกับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด   

มีลักษณะเป็นรูปมือประสานต่อเนื่องกันภายในกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสเอียงเป็นมุม 45 องศา


วันที่ 25 ตุลาคม 2564

    การสำรวจข้อมูลชุมชนเพิ่มเติม  ข้าพเจ้าลงพื้นที่เก็บข้อมูล CBD หรือระบบจัดเก็บข้อมูลสอบถามชาวบ้านในชุมชนได้พบปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาของชุมชนอย่าง เช่น การกักเก็บน้ำในชุมชนเพื่อจะได้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปีและการขุดบ่ดบาดานกักเก็บน้ำและให้ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนที่มีทุนในการขุดบ่อในพื้นที่ของตัวเองจะขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทำนาทำไรเป็นของตัวเองในการลงพื้นเก็บข้อมูลในครั้งนี้มีข้อมูลที่ต้องเก็บทั้งหมด 10 หัวข้อ ได้แก่

 

  • ผู้ที่ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด
  • แหล่งท่องเที่ยว
  • ที่พักโรงแรม
  • ร้านอาหารในท้องถิ่น
  • อาหารที่น่าสนใจประจำถิ่น
  • เกษตรกรในท้องถิ่น
  • พืชในท้องถิ่น
  • สัตว์ในท้องถิ่น
  • ภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • แหล่งน้ำในท้องถิ่น


วันที่ 7 พฤศจิกายน 2564

ได้มีการประชุมผ่านออนไลน์ช่องทาง Google Meet ประชุมเกี่ยวกับการเก็บข้อมูล CBD  ที่ต้องเก็บเพิ่มให้ถึง 1,000 ภายในวันศุกร์ที่ และเลือกข้อมูล 3 หัวข้อจาก 10 หัวข้อ ใน CBD มาวิเคราะห์ปัญหา ตำบลหนองโบสถ์จึงเลือก ร้านอาหารในท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยว และแหล่งน้ำในท้องถิ่น โดยนำข้อมูลใน CBD มาวิเคราะห์ปัญหา Pain point (SWOT, VROI) ของในพื้นที่ตำบลหนองโบสถ์ นำเสนอข้อมูลผ่าน Dash Board หรือ G-map

กลุ่มที่ 1 ทำ PPT อาหาร

•บัณฑิต ประเภทอาหาร
1.ทัศฎากรณ์
2.ชนายุทธ
3.กัลยา
4.วนัชชา
5.สไบทิพย์

•กลุ่มที่ 2 ทำ PPT แหล่งน้ำ

ประชาชน แหล่งน้ำในท้องถิ่น
สุภาวดี
เบญจพร.
จิราพร
มานะชัย
วนาลี
ณัฐภัทร
และกลุ่มนักศึกษา

•กลุ่มที่ 3 ทำ PPT แหล่งท่องเที่ยว

บัณฑิต แหล่งท่องเที่ยว
1 ภัทรภร
2 สุกัญญา
3 ปภาวี
4 รุ่งนภา
5 ปิยสวัสดิ์
6 ศุภชัย

กลุ่มประชาชน

แหล่งน้ำในท้องถิ่น

 

 

 

 

 


 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564

     ข้าพเจ้าและกลุ่มประชาชนได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งน้ำในตำบลหนองโบสถ์ เนื่องจากตำบลหนองโบสถ์ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่น้ำแล้ง และน้ำหลาก อยู่นอกเขตพื้นที่กรมชลประทาน จึงได้มีการขุดสระน้ำไว้ใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ในช่วงที่ฝนตกตรงตามฤดูกาล ชาวบ้านมีน้ำใช้ทำการเกษตรอย่างเพียงพอ

แนวทางการแก้ไขปัญหา 

     ขุดสระแก้มลิงมีความลึกเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 เมตร ปริมาณน้ำถึงจะเพียงพอในการใช้ทำการเกษตร และมีการให้ความรู้ชาวบ้านเกี่ยวกับการสร้างน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่ทำการเกษตรของตนเอง


วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564

   เข้าพเจ้าได้เข้าไปเก็บข้อมูล คุณลุงบุญรือ อิ้วชุมแสง ชื่อเล่นตานิว มีอาชีพผลิตเคื่องจักสาน และทำนาทำไร่

เบอร์โทรติดต่อ 0614302265

ไซดัดปลา

-ไซดักปลาเล็ก ราคา 300 บาท

-ไซดักปลากลาง ราคา 800 บาท

-ไม้กวาดทางมะพร้าวราคา 35-40 บาท

-ไม้กวาดดอกหญ้า ราคา 35

      •นายสุดท้าย หอมกระโทก ชื่อเล่น ตาชาติ มีอาชีพผลิตเคื่องจักสาน และทำนาทำไร่

-ไซเล็ก 400 บาท

-ไซกลาง 800 บาท

-ไซใหญ่ 2500 บาท


วันที่ 13 พฤศจิกายน 2564

มีการอบรมการทำลูกประคบและการนวดแผนไทย เวลา 9.00 น.โดยอาจารย์ ดร. สุกัญญา ทองขัน และอาจารย์ ดร. วิริญรัชญ์ สื่อนอก สาขาเคมี  คณะวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มาสอนการทำลูกประคบสมุนไพร และเชิญเจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทยจากโรงพยาบาลนางรองมาสอนนวดแผนไทย การนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐานและข้อห้ามข้อควรระวังในการนวดแผนไทย

การทำลูกประคบสมุนไพร

วัสดุ-อุปกรณ์ (ได้ลูกประคบประมาณ 10 ลูก )

  • ผ้าดิบ หรือผ้าฝ้าย ขนาด 40×40 เซติเมตร              •  เชือก ยาว 200 เซนติเมตร

     •  ภาชนะสำหรับผสมสมุนไพร                                      •  เครื่องชั่ง

ในสูตรนี้ใช้สมุนไพรแห้ง (สามรถนำสมุนไพรสดไปตากหรืออบให้แห้งก็ได้)

        – ไพร 400 กรัม                 – ขมิ้นชัน 100 กรัม                      – ตะไคร้ 200 กรัม

         – ผิวมะกรูด 100 กรัม        – ใบมะขาม 100 กรัม                  – ใบส้มป่อย 50 กรัม

          – การบูร 30 กรัม                – พิมเสน 30 กรัม                      – เกลือ 60 กรัม

วิธีการทำ

 1.บดหรือทุบสมุนไพรแห้งพอหยาบ

 2.ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน

 3.ชั่งส่วนผสม 100 กรัม วางบนผ้า

 4.ห่อผ้าและมัดเชือกให้แน่น

 5.บรรจุลูกประคบไว้ในถุง เก้บในที่แห้ง สามารถเก็บได้ประมาณ 1 ปี

การเก็บรักษาลูกประคบ

      เก็บไว้ในที่แห้ง ไม่มีฝุ่นและสำหรับลูกประคบสมุนไพรสด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้3-5 วัน

การใช้งาน

     สำหรับลูกประคบแห้ง ควรพรมน้ำบนลูกประคบก่อนนำไปนึ่งนำลูกประคบที่ได้ไปนึ่งในหม้อนึ่ง ใช้เวลานึ่งประมาณ 15-20 นาที

 


สรุป

      ข้าพเจ้าลงพื้นที่เก็บข้อมูล CBD ได้ความรู้ใหม่ในการเก็บข้อมูลมากขึ้นได้พบเจอชาวบ้านมากขึ้นและชาวบ้านก็ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาในการทำเกษตรและทำผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานในชุมชนและให้ความรู้อีกหลายๆอย่างและได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งน้ำในชุมชนว่ามีปัญหาอะไรมีวิธีการแก้ไขเป็นอย่างไงและได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลสอบถามป้าน้อยว่าการเก็บกักน้ำให้เหลือใช้ต้องทำอย่างไงเพื่อป้องกันน้ำท่วมซึ่งเป็นวิธีการดั้งเดิมแต่ครั้งโบราณโดยการก่อสร้างคัน ดินกั้นน้ำขนาดที่เหมาะสมขนานไปตามลำน้ำห่างจากขอบตลิ่งพอสมควร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่งไปท่วมในพื้นที่ต่างๆการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ เป็นมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่สำคัญประการหนึ่ง ในการกักเก็บน้ำที่ไหลท่วมล้นในฤดูน้ำหลาก 

 

อื่นๆ

เมนู