หลักสูตร: HS04 โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล
1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบลเพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2564

          ข้าพเจ้า นายนราวิชญ์ สุขใส ผู้ปฏิบัติงานประเภทบัณฑิตจบใหม่ ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ตำบลผไทรินทร์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ประจำหลักสูตรให้ลงพื้นที่พร้อมทีมผู้ปฏิบัติงานเพื่อเข้าอบรมและพัฒนาเกี่ยวกับการตลาดและการตลาดสมัยใหม่(Marketing & Online Marketing) และอบรมออนไลน์เกี่ยวกับการเสวนาหัวข้อจตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อทราบปัญหาและพัฒนาชุมชนให้เป็นไปตามเป้าหมาย

          วันที่ 25 ตุลาคม 2564 อาจารย์ประจำหลักสูตรและทีมผู้ปฏิบัติงานได้เข้าร่วมการอบรมที่เทศบาลตำบลผไทรินทร์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อพัฒนาการค้าขายในหัวข้อ การตลาดและการตลาดสมัยใหม่(Marketing & Online Marketing) โดยมี นายปัณณทัต สระอุบล หรือโค้ชเอส เป็นวิทยากรในการบรรยายครั้งนี้ โค้ชเอสได้ตั้งคำถามว่าทำไมเราต้องปรับเปลี่ยนจากการค้าขายหน้าร้านสู่การขายในรูปแบบตลาดออนไลน์ ซึ่งทีมผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่เป็นกลุ่มตัวแทนได้เห็นพร้อมไปในทางเดียวกันที่ว่า การตลาดออนไลน์นั้นสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้นและทำให้ผู้บริโภคสามารถรับรู้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาสั่งซื้อหรือสอบถามที่หน้าร้าน โค้ชเอสได้แนะนำให้ใช้หลัก 4ร. ในการค้าขายซึ่งได้แก่ โรงเรียน, โรงพยาบาล, โรงงาน, และโรงแรม และได้พูดถึงปัญหาในการขายว่าผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนกลุ่มตัวแทนได้ทำขายนั้นเป็นประเภทงานฝีมือควรตั้งราคาที่รวมค่าแรงแล้วและควรตั้งราคากลางไม่ตามใจลูกค้า อาจมีการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นความต้องการหรืออยากซื้อของลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น โค้ชเอสได้ชี้แนวทางทิ้งท้ายว่าผู้ผลิตสินค้าควรสร้างเนื้อหาที่เป็นจุดขายให้กับสินค้าเพื่อชักจูงผู้บริโภคให้สนใจและแนะนำว่าควรมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้ประชาชนพบเห็นสินค้าได้ง่ายมากขึ้น

          วันที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 – 12.00 น. อาจารย์ประจำหลักสูตรและทีมผู้ปฏิบัติงานได้เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อจตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นการประชุมในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ ZOOM โดยมีคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงาน U2T เข้าร่วมกิจกรรมเสวนา และมีท่านรองศาตราจารย์มาลินี จุโฑปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นผู้กล่าวเปิดงานในครั้งนี้ ในการเสวนาหัวข้อจตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นการให้คำแนะนำในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับชุมชน โดยมีจตุรภาคีสี่ประสานได้แก่ 1.มหาวิทยาลัย 2.ชุมชน 3.หน่วยงานเอกชน 4.หน่วยงานราชการ และมีวิทยากรที่มาให้ความรู้ทั้งหมด 5 ท่าน ได้แก่ 1.นายสุพจน์ สวัสดิ์พุทรา (นายกเทศมนตรีตำบลอิสาณ) 2.รศ.ดร.ประสาท เนืองเฉลิม (มหาวิทยาลัยมหาสารคาม) 3.นายณัชอิสร์ ศรีสุขพรชัย (ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์) 4.พ่อคำเดื่อง ภาษี (ประธานกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์) 5.รศ.ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม (คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ฯ) ในการเสวนาครั้งนี้วิทยากรทุกท่านได้ให้ความรู้และแนวคิดไปในทางส่งเสริมให้เกิดความกล้าคิด กล้าทำ รู้จักเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดความแปลกใหม่และเป็นผลดีกับการพัฒนาชุมชน ทำให้ทีมผู้ปฏิบัติงานมีแนวคิดและสามารถประยุกต์ใช้ในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดกับประชาชนในชุมชนได้

          วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.00 – 14.00น. ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงานได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลในหมู่บ้านโคกงิ้วใหม่ หมู่16 เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และสำรวจเกี่ยวกับเเหล่งธรรมชาติ, การเลี้ยงสัตว์, และพืชที่นิยมปลูก ข้าพได้สอบถามข้อมูลกับคุณป้าทองนาค ชนะนาญ หนึ่งในทีมผู้ผลิตตะกร้าหวายเทียมของหมู่บ้านโคกงิ้วใหม่และได้สอบถามคุณป้าเกี่ยวกับอาชีพส่วนใหญ่ของบุคคลในทีม ได้ความว่าสมาชิกในทีมผลิตตะกร้าหวายเทียมนั้นส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร เลี้ยงสัตว์ ทำเกษตรต่างๆ ซึ่งพืชที่สมาชิกในทีมและชาวบ้านในหมู่บ้านนิยมปลูกคือข้าวหอมมะลิและในช่วงนี้สมาชิกและชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ทำการเก็บเกี่ยวผลิตจากการปลูกข้าวแล้ว ซึ่งการปลูกข้าวหอมมะลินั้นจะปลูกกันปีละครั้ง เมื่อหักลบกลบหนี้รายได้ที่ได้จากการขายผลผลิตจึงไม่มากนัก โดยคุณป้าทองนาคบอกอีกว่าสมาชิกในทีมและชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรมีพื้นที่ในการประกอบอาชีพตั้งแต่ 6 – 10 ไร่ขึ้นไป และนอกจากนี้คนในชุมชนยังเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมอีกด้วยเช่น วัว, ควาย, เป็ด, และไก่ ซึ่งจำนวนสัตว์ที่แต่ละคนเลี้ยงก็แตกต่างกันไป ในที่นี้คุณป้าทองนาคได้เลี้ยงแม่ไก่ไข่ทั้งหมด 6 ตัวและเลี้ยงวัวจำนวน 9 ตัว จากที่คุณป้าทองนาคกล่าวมาสมาชิกและชาวบ้านส่วนใหญ่ยังมีรายได้ในครอบครัวที่ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย และอาชีพเสริมมีน้อยทำให้ขาดรายรับเพิ่มเติมจากช่องทางอื่น ทั้งนี้ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขและชุมชนโดยเคร่งครัด จึงทำให้ไม่สามารถสอบถามชาวบ้านแต่ละครัวเรือนได้ทั้งหมด

          สรุปผลการดำเนินการและลงพื้นที่ ตำบลผไทรินทร์ ประจำเดือนพฤศจิกายน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในปัจจุบันเริ่มมีการผ่อนคลายมากขึ้นแล้วแต่ยังมีการเฝ้าระวังการแพร่เชื้ออยู่ ต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขและชุมชนโดยเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่น ทั้งนี้ได้มีการจัดอบรมทั้งออนไลน์และนอกสถานที่ ในหัวข้อ“การตลาดและการตลาดสมัยใหม่” และ “จตุรภาคีสี่ประสานสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ซึ่งทีมผู้ปฏิบัติงานได้เรียนรู้การขยายช่องทางทางการค้าให้กว้างขึ้น โดยอาศัยการโฆษณาผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มออนไลน์และได้แนวคิดในการพัฒนาชุมชนและบุคคลในชุมชนให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงก้าวเข้าสู่การเป็น Smart People และพัฒนาชุมชนควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน ในส่วนของการลงพื้นที่ทางทีมผู้ปฏิบัติงานได้ร่วมกันเก็บข้อมูลCBDจากสมาชิกและชาวบ้าน โดยแบ่งทีมเป็น2ทีม และเลือกลงพื้นที่คนละวันเพื่อรักษามาตรการการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขและชุมชนไม่ให้เกิดความแออัดและพลุกพล่าน ซึ่งทีมผู้ปฏิบัตงานได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับเเหล่งธรรมชาติ, การเลี้ยงสัตว์, พืชที่นิยมปลูก, ผลผลิต, รายรับ – รายจ่าย, ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด , และสอบถามความเป็นอยู่ทั่วไปจากชาวบ้าน ซึ่งผลการดำเนินการในการเก็บข้อมูลครั้งนี้มีการเรคอร์ดจำนวนกว่า 1,000ข้อมูลและได้บรรลุเป้าหมายที่ทางทีมผู้ปฏิบัติงานได้ตั้งไว้

          ภาพรวมการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน

 

  

 

   

 

วิดีโอการจัดกิจกรรม  ต.ผไทรินทร์ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ประจำเดือนพฤศจิกายน

อื่นๆ

เมนู