หลักสูตร: HS04 โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบลเพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประจำเดือน พฤษภาคม 2564

ข้าพเจ้านายพีระพล เสาวโรรังสฤษฎ์ ประเภทบัณฑิต พร้อมด้วยทีมผู้ปฏิบัติงานและอาจารย์ได้ประชุมเพื่อหาแนวทางการพัฒนาชุมชน ตำบลผไทรินทร์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์เนื่องจากสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ที่ค่อนข้างรุนแรง อาจารย์จึงได้ให้ทางผู้ปฏิบัติงานคัดเลือกส่งตัวแทนเพื่อรับการอบรมโครงการเชิงปฏิบัติการ การวิเคราะห์ตลาดเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์จักสาน ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1ตำบล 1มหาวิทยาลัย ณ วันที่ 24 เมษายน 2561 เพื่อให้เข้าใจในการพัฒนาชุมชน จึงให้ผู้ปฏิบัติงานท่านอื่นได้ศึกษาความรู้ต่อจากผู้ปฏิบัติงานท่านที่เข้าฝึกอบรม เพื่อช่วยให้การปฏิบัติงานได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ จากที่ข้าพเจ้าได้สอบถามทางผู้ปฏิบัติงานที่เข้าอบรมมานั้น ได้ทราบว่า ผลิตภัณฑ์ที่นำมาอบรมจะเป็นทางด้านจักสาน เช่น ตะกร้าหวายเทียม ไม้กวาดทางมะพร้าว ไม้กวาดจากวัสดุรีไซเคิล ตะกร้าถักจากเชือกฟาง เป็นต้น ซึ่งในแต่ละหมู่บ้านจะมีการจัดทำผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไป โดยในตอนนี้ได้ผลักดันการผลิตตะกร้าหวายเทียมให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของตำบลผไทรินทร์ มีการขอขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า OTOP แต่ยังติดปัญหา เนื่องจากทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอลำปลายมาศยังไม่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนให้ ซึ่งจะต้องดำเนินการติดตามผลให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ต่อไป ส่วนในด้านแนวการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คุณอานนท์ ด่านดอน ตำแหน่ง รองผู้จัดการศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ได้ให้แนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการจักสานแก่ชุมชนว่า หลักการสำคัญในการจำหน่ายสินค้าคือ ขายแล้วต้องไม่ขาดทุน ดังนั้น เจ้าของสินค้าจึงจำเป็นที่จะต้องต้องมีความรู้ดังนี้

1.ต้องคำนวณต้นทุนให้เป็น ทั้งต้นทุนของวัตถุดิบและค่าแรงงาน

2.จุดเด่น จุดด้อย ข้อแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกันอย่างไร

3.การสร้างแบรนด์ให้กับสินค้า

4.สินค้าต้องใช้ได้จริง

หลักการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

1.การพัฒนาสินค้าให้เด่นเพียงตัวเดียวให้ได้ก่อนแล้วค่อยพัฒนาตัวอื่นไม่ควรพัฒนาสินค้าหลายๆตัวพร้อมๆกัน

2.การหากลุ่มเป้าหมายในการจำหน่ายสินค้า

3.การหาอัตลักษณ์ของชุมชนเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้า

ซึ่งในตอนท้ายได้มอบหมายงานให้กับกลุ่มผู้ผลิตตะกร้าหวายเทียมจำนวน 5 กลุ่ม ได้ดำเนินการคิดค้น ออกแบบการผลิตตะกร้าโดยใส่อัตลักษณ์ที่โดดเด่นของของชุมชนตำบลผไทรินทร์ เพื่อสามารถนำมาผสมผสานและต่อยอดให้กับผลิตภัณฑ์ในการอบรมครั้งต่อไป

เมื่อวันที่ 7-8 ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงานได้ลงพื้นที่ในหมู่บ้านเพื่อสำรวจความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และสำรวจเกี่ยวกับเเหล่งธรรมชาติ การเลี้ยงสัตว์ และพืชที่นิยมปลูก ข้าพเจ้าได้เข้าไปพบผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่12 นายสมร ไกรพงษ์ และได้สอบถามทางผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน เมื่อก่อนบ้านสำโรงน้อย หมู่ที่ 12 ชื่อเดิมบ้านหนองตาเบ๊าะหรือบ้านตาเรืองแต่เดิมขึ้นตรงกับบ้านสำโรงหมู่ที่ 2 อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 11 กิโลเมตร ผู้ที่เริ่มก่อตั้งหมู่บ้านคนแรกคือ นายเรือง ศรีประสิทธิ์ จนมาถึงคนปัจจุบัน คือ นายสมร ไกรพงษ์ จากนั้นได้สอบถามความเป็นอยู่ของชาวบ้านและทางการเกษตร ทางผู้ใหญ่บ้านได้บอกข้อมูลทางการเกษตร แหล่งแม่น้ำ และสัตว์ที่ชาวบ้านนิยมเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริม พืชที่ชาวบ้านนิยมปลูกคือข้าวหอมมะลิ จะปลูกได้ปีละครั้ง รายได้ของแต่ล่ะครัวเรือนจึงไม่มากนัก สัตว์ที่เลี้ยงคือ วัวและควาย เพื่อใช้ในการขายเป็นรายได้เสริม แต่วัวและควายนั้นจะเติบโตช้า จะขายได้เพียงปีละเล็กน้อย จากที่ผู้ใหญ่บ้านกล่าวมาชาวบ้านส่วนใหญ่ยากจน และอาชีพเสริมมีน้อย เยาวชนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะไปทำงานต่างจังหวัด เนื่องจากสถานการโควิดที่รุนแรง ข้าพเจ้าปฏิบัติตามที่ อสม. ได้บอกกล่าวอย่างเคร่งครัดจึงยังไม่สามารถสอบถามชาวบ้านแต่ละครัวเรือนได้ทั้งหมด

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 9.00-15.00 น. ข้าพเจ้าได้ร่วมรับชมกิจกรรมงานบุญผ้าป่า-ปาฐกถาชุมชนออนไลน์ ผ่านช่องทาง YOUTUBE สถานที่จัดกิจกรรม ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโคกว่าน ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โดยมีนางสาวเพชรรัตน์ ภูมาศ นายอำเภอนางรอง กล่าวรายงาน และนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นประธานเปิดงานผ่านระบบออนไลน์ การปาฐกถาชุมชนออนไลน์ (ยักษ์ จับ โจน) วิทยากรท่านแรกคือ อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร(ยักษ์) ได้ให้แนวคิดในด้านความพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ความพอเพียงมีหลายมิติ อาหารพอเพียง ที่อยู่อาศัยพอเพียง การไม่ทำลายป่าไม้ ไม่ทำลายสภาพแวดล้อม เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบต่อมนุษย์ วิทยากรท่านที่สองคือ ท่านโจน จันได ท่านได้ให้แนวทางการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็น การอยู่ การกิน การสร้างความสุขในชีวิต การสร้างรากฐานบนความพอเพียง

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 8.00-12.00 น. ข้าพเจ้าได้ข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ รายละเอียดการอบรมมีดังนี้ คุณอริสรา เภสัชชา ตำแหน่งผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม องค์การบริหารส่วนตำบลผไทรินทร์ ได้กล่าวถึงปัญหาจากการทำตะกร้า ด้วยวัสดุต่างๆ เช่น การใช้ไหลในการสานตะกร้า ไหลเกิดการแตกหักง่ายแก้ปัญหาโดยการนำไหลไปแช่น้ำตลอดผ่าไหลเป็นครึ่งซีก และขูดไส้ในออก ลักษณะจะคล้ายหวายเทียม และการใช้ตอกไม้ไผ่ในการสาน ตอกก็เกิดการแตกหักง่าย และยังต้องซื้อตอกไม้ไผ่สำเร็จมาสาน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทางแก้ปัญหาคือ ต้องแช่น้ำและใช้กระดาษแนปกิ้นเพื่อปิดรอยทับรอยรั่ว ลวดลายอาจจะมีความทันสมัยมากขึ้น และอยากให้มีการทำโครงตะกร้าหวาย และตอกไม้ไผ่ที่มีในชุมชน เพื่อลดต้นทุนการผลิต ในส่วนของ ดร.สีนีนาฏ เสนอแนะเกี่ยวกับ การออกแบบการดีไซน์ลวดลายการสร้างเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลายและทำอย่างไรให้กลุ่มลูกค้าต้องการหรือสนใจในผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น และอานนท์ ด่านดอน ได้แนะนำเกี่ยวการแปรรูปจากไม้ไผ่ให้ได้หลายหลากรูปแบบ และสามารถทำให้ผลิตภัณท์ขายได้ สินค้ามีโอกาสชื้อซ้ำ ต้องขายได้ ต้องมีกำไร ทำอย่างไรให้มีมูลค่าให้มีกำไร มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น โดยใช้ต้นทุนต่ำแต่เกิดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น

สรุปสิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้คือ ได้รับความรู้กับทางผู้ใหญ่บ้าน เกี่ยวกับประวัติของหมู่บ้าน พืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าว พริก ผักกาด ผักสวนครัว ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปลูกเพื่อกินเอง และสัตว์เลี้ยง คือ วัว ควาย ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณไปยังผู้ใหญ่บ้านและ อสม. ที่ช่วยในการลงพื้นที่ ให้มีความราบรื่น จากการเข้าชมกิจกรรมผ้าป่า ข้าพเจ้าได้รับความรุ้มากขึ้น เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง การเป็นอยู่ ทำอย่างไรให้มีความสุขในชีวิต การสร้างรากฐานแบบพอเพียง และร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ประเภทจักสาน ได้รับความรู้มากมายจากวิทยากร เช่น การใช้ไหลในการสานตะกร้า รู้เกี่ยวกับหวายเทียมหวายแท้ และวิธีการสานยังใงให้ทนต่อการใช้งานมากที่สุด รู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหา และวิธีการเพิ่มความต้องการของลูกค้า มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น โดยใช้ต้นทุนต่ำแต่เกิดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น

อื่นๆ

เมนู