หลักสูตร: HS04 โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบลเพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประจำเดือน กรกฎาคม 2564 

ดิฉัน นางสาวสุจรรยา พวกขุนทด  ผู้ปฏิบัติงานประเภทประชาชน  ดำเนินงานในพื้นที่ตำบลผไทรินทร์  อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์  เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2564 ได้ลงพื้นที่ และเข้าร่วมประชุมโดยมีอาจารย์ประจำหลักสูตร ผู้ปฏิบัติงานของตำบลผไทรินทร์,ตัวแทนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์จักสานและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลผไทรินทร์เข้าร่วมการประชุม ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลผไทรินทร์   อำเภอลำปลายมาศ       การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามผลการออกแบบผลิตภัณฑ์จักสานเพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้โดดเด่นประจำตำบล   ผไทรินทร์ โดยมีคุณอิสรา เภสัชชา ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคมประจำองค์กรการบริหารส่วนตำบล   ผไทรินทร์  เป็นผู้ดูแลและติดตามผลการดำเนินงาน ได้มอบหมายให้ตัวแทนกลุ่มผู้ผลิตตะกร้าหวายเทียมจำนวนทั้งหมด 8 ท่าน มีรายชื่อ 1.คุณละออ บึงจันทร์ บ้านโคกซาด 2.คุณทองนาค ชนะนาญ บ้านโคกงิ้วใหม่                 3. คุณสุวรรณี วิจิตศักดิ์ บ้านผไทรินทร์ 4.คุณต้อย แสนชูปา บ้าน โคกซาด 5.คุณมลไพร ทองแป้น บ้านโคกซาด    6.คุณเสน่ห์ นาคพิพัฒน์ บ้าน โคกสว่าง 7.คุณเรียม สาโรจน์ บ้านโคกงิ้วใหม่   8.คุณอำภา เมืองกลาง บ้านสีชวา ได้ทดลองออกแบบท่านละ 1 ใบ โดยการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชนมาสานประกอบเข้าไปเป็นใบตะกร้าร่วมกับหวายเทียม ได้ลวดลายจากการออกแบบตามความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิตแต่ละท่าน

เมื่อวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2564 ดิฉันได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูลวิธิการทำผลิตภัณฑ์จักสานเพิ่มเติม          ณ บ้านเลขที่ 43 บ้านโคกซาด หมู่ที่ 1 ตำบลผไทรินทร์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์หมู่บ้าน โดยได้สอบถามข้อมูลจากคุณละออ บึงจันทร์ อายุ 67 ปี และนายสว่าง บึงจันทร์ เป็นผู้ออกแบบตะกร้าหวายลายดอกโคกซาด ที่เป็นเอกลักษณ์มาจาก ต้นไม้ ที่มีนามเรียกต้นซาด และเป็นต้นไม้ประจำหมู่บ้าน ดิฉันได้ขอเรียนรู้วิธีการทำ กระด้งจักสารไม้ไผ่ จากคุณตาสว่าง บึงจันทร์ โดยมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำดังนี้

  1. 1. มีดโต้เอาไว้ตัดหรือผ่าไม้
  2. มีดตอกเอาไว้จักและเหลาไม้
  3. เลื่อยลันดาเอาไว้ตัดไม้
  4. ค้อนไม้เอาไว้ตีทุบมีดเวลาผ่าไม้
  5. เหล็กในหรือเหล็กแหลมเอาไว้เจาะนำตอกหรือลวดมัด
  6. เศษผ้าเอาไว้สำหรับพันนิ้วเมื่อเวลาเหลาไม้

วัสดุที่ใช้

  1. ไม้ไผ่ 2. ลวดหรือหวายเส้นเล็กมีไว้มัดขอบปาก

รายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน มี 8 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การเลือกไม้ไผ่

ที่จะนำมาจักสานถ้าจะให้ดีพอเหมาะแก่การใช้งานแล้วควรจะเป็นไม้ที่เจริญเติบโตตามปกติไม่แคะ     แกรน ไม่บิดงอ ไม่เป็นมอดแมง ผิวไม่ถลอก มีระยะของปล้องระหว่าง 35-40 เซนติเมตร และมีอายุระหว่าง        1-2 ปี จะใช้สานได้ดี เพราะไม้ในช่วงอายุดังกล่าวจะผ่า จัก เหลา และสานได้ง่าย ดัดโค้งได้ไม่แตกหัก หากไม้แก่เกินไปจะทำให้ยุ่งยาก เหลายาก เปราะแข็งเกินไป ลำบากในการนำมาสาน หากไม้อ่อนไปก็เสาะ หักง่าย บวม สานได้ไม่ค่อยแน่น ไม่ควรใช้ไม้ไผ่ที่มีสีต่างกัน ไม้ไผ่ที่ตากแห้งมานาน เป็นรา และไม้ไผ่ที่ถูกไฟไหม้กอ เมื่อตัดไม้มาจากกอแล้วก็จะมาแบ่งไม้ทั้งลำออกเป็น 4 ส่วน คือ 1. ส่วนโคนต้นจะเลือกเอาไว้ทำไม้ขัดก้น หรือทำตังมัง เพราะส่วนนี้ไม้จะแข็งดี 2.ส่วนต่อจากโคนจะเลือกเอาไว้ทำตอกตั้ง ปกติแล้วจะตัดเป็นท่อน ๆ ยาวท่อนละ 2 ปล้องประมาณ 80 เซนติเมตร 3.ส่วนที่ 3 ส่วนนี้จะตัดไว้ยาวหน่อยเพื่อทำตอกเวียนหรือตอกสานซึ่งจะตัดแต่ละท่อนยาวประมาณ 4-6 ปล้อง แล้วแต่ไม้จะอำนวย 4. ส่วนปลาย เลือกเอาไว้สำหรับขอบปาก เพราะส่วนปลายยังอ่อนอยู่สามารถดัดแต่งโค้งได้ง่ายกว่าส่วนโคน

ขั้นตอนที่ 2 การผ่า

เมื่อได้ไม้มาและตัดแบ่งเป็นส่วน ๆ แล้ว จะนำมาผ่าและจัก การผ่าจะผ่าจากปลายลงมาหาโคน และผ่าทแยงให้เฉียดตาทั้ง 2 ข้าง การผ่าและจักนี้นิยมผ่าและจักทีละท่อน ไม่นิยมผ่าทิ้งไว้ ทั้งนี้เพราะถ้าจักไม่ทันแล้วจะทำให้เหนียวจักยาก ลำบากในการจักและเหลา การผ่านิยมผ่ากลางก่อนแล้วจึงผ่าซอยออกเป็นซี่ ๆ ตามขนาดความกว้างของตอกที่จะสาน ปกติการสานกระเชอ (กระบุง) นั้นจะผ่าแต่ละซี่ กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร

ขั้นตอนที่ 3 การจักตอก

การจักตอกนั้นเมื่อผ่าออกมาเป็นซี่ ๆ แล้วก็จะทำการผ่าไส้ในออก(เยื่อไม้) ส่วนผิวนอกก็จะขูดแต่งให้เรียบร้อย ตอกมี 1 ชนิด คือ ตอกปื้น (จักตามผิว) และตอกตะแคง (จักขวางผิว) การสานกระเชอนิยมจักตามผิว สำหรับตอกตั้งนั้นตรงกลางที่จะสานเป็นก้นของกระเชอ ต้องเสี้ยมตอกให้เรียบก่อนแล้วจึงจัก ทั้งนี้เพราะส่วนก้นของกระเชอจะแคบกว่าส่วนปากตอกแต่ละเส้นจะจักให้มีความหนาประมาณ 1 มิลลิเมตร เท่านั้น ทั้งเส้นสานและเส้นยืนส่วนตอกเส้นสานที่ใช้สำหรับสานไพรนั้นจะจักและเหลาเป็นเส้นเล็ก ๆ กลม ๆ ขนาดหน้าตัดประมาณ 1.5 มิลลิเมตร มีความยาวเท่ากับตอกสานโดยทั่วไป

ขั้นตอนที่ 4  การเหลา

เมื่อจักเรียบร้อยแล้วก็จะเหลา (จะจักและเหลาให้เสร็จเป็นท่อน ๆ ) การเหลานั้นปกติจะใช้ผ้าพันนิ้วมือที่รองตอกก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้มีดหรือคมไม้บาดมือได้ในการเหลาตอกสำหรับสานไพร ช่างบางคนจะเหลาทีละ 4-5  เส้น พร้อมกัน โดยการจับรวบกันเหลา ถ้าเหลาที่ละเส้นจะทำให้ช้า

ขั้นตอนที่ 5  การก่อก้น

เมื่อเตรียมตอกเรียบร้อยแล้วก็จะก่อก้นจำนวนเส้นที่ใช้ก่ออาจเป็นเส้นคู่หรือคี่ เช่น 26 เส้น, 27เส้น หรือ 32 เส้น ทั้งนี้ก็แล้วแต่ว่าเราจะสานกระด้ง (กระบุง) ขนาดเท่าใด และการก่อก้นนี้ช่างนิยมนำเอาตอกส่วนที่ติดผิวไว้ตรงกลาง 2-3 คู่ ที่เหลือจึงจะเป็นตอกส่วนใน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความแข็งแรงและสวยงามและต้องแบ่งตอกแต่ละข้างออกเท่า ๆ กัน ทั้งนี้เพื่อตอกจะได้เสมอเวลาขึ้นรูปแล้ว

ขั้นตอนที่ 6 การสานใช้ไม้ขัดก้น

เมื่อก่อแล้วก็จะสานก้นให้เรียบร้อย การสานก้นนี้จะต้องให้ตอก 2 ข้างห่างเท่า ๆ กันจะต้องเป็นสี่เหลี่ยมด้านเท่า พร้อมนี้ก็ต้องจัดตอกส่วนที่ยื่นออกไปทั้ง 4 ด้านให้เท่า ๆ กันด้วย   เมื่อสานก้นเรียบร้อยแล้วก็จะหาไม้ 2 อันมาขัดกัน โดยการขัดไขว้กัน 2 อัน เพื่อให้แข็งแรงก่อนที่จะขึ้นรูปต่อไป

ขั้นตอนที่ 7 การสานขึ้นรูป และสานไพร

เมื่อขัดก้นเรียบร้อยแล้วก็จะใช้ตอกเวียนหรือตอกสานมาสานขึ้นรูป การขึ้นรูปนี้ เป็นขั้นตอนที่สำคัญตอนหนึ่ง หากช่างที่สานไม่ชำนาญอาจจะทำให้กระเชอที่สานบิดเบี้ยวได้ การขึ้นรูปนี้จะทำการหักมุมตอกยืน โดยใช้ดันกับหัวเข่า และจะต้องดึงแต่ละมุมให้เท่า ๆ กันอีกด้วย การสานนั้นปกติทำกันอยู่ 2 ลาย คือ ลาย 2 ขัดดี และลายดอกจันทน์ การสานไพรเมื่อทำการสานเป็นรูปทรงแล้วก่อนจะหมดตอกตั้งประมาณ 10 เซนติเมตร จะใช้ตอกเส้นเล็กทำการสานไพร การสานไพรนี้ก็เพื่อช่วยให้การเชอมั่นคงแข็งแรงนั้นเอง

ขั้นตอนสุดท้าย  การตัดแต่งปากและการเข้าขอบ

เมื่อสานไพรเรียบร้อยแล้วก็จะทำการตัดปลายตอกตั้งให้เสมอกัน ก่อนที่จะทำการใส่ขอบปากต่อไปการเข้าขอบกระเชอจะทำจากไม้ 2 วง คือวงนอกและวงในโดยทำการขดให้กลมและมัดตากแดดทิ้งเอาไว้ให้แห้งได้ขนาดตามที่ต้องการ เสร็จแล้วก็นำไม้ขอบมาแกะมัดออกจากกัน โดยให้วงหนึ่งอยู่ด้านในอีกวงหนึ่งอยู่ด้านนอกของปากกระเชอ ระหว่างกลางขอบทั้งสองจะใส่ไม้มอมปากเข้าไป  3 เส้น โดยใช้วิธีพันไขว้กันแล้วใช้เหล็กแหลมแทงนำก่อนที่จะใช้ตอกเส้นเล็กมัดตรึงให้ติดกัน และแต่งให้กลมก่อนที่จะใช้ลวดหรือหวายมามัดแต่งให้เรียบร้อยอีกทีหนึ่งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

สรุปผลการปฏิบัติงานเดือน กรกฎาคม 2564 ในด้านกิจกรรม การลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้วิธีการทำจักสานไม้ไผ่จากชุมชน แบบเจาะลึกและได้ทดลองปฏิบัติติจริงพร้อมเรียนรู้ ทำให้ทราบถึงภูมิปัญญาของชาวบ้าน ความรู้แบบการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ดัดแปลงเป็นสิ่งของเครื่องใช้ และผลิตภัณฑ์ที่ได้สามารถทำเป็นอาชีพส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

 

 

 

อื่นๆ

เมนู