ข้าพเจ้า นางสาวสิริมา กะตะศรีลา ผู้ปฏิบัติงานประเภทนักศึกษา ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตร HS05 โครงการส่งเสริมการทอผ้าไหมขิดยกดอกเพื่อรักษาภูมิปัญญาแลสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจชุมชน
          เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ในปัจจุบันนี้ยังคงมีผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ข้าพเจ้าและผู้ปฏิบัติงานหลายคนไม่สามารถลงพื้นที่ได้บ่อยครั้ง ดังนั้น ทางคณาจารย์ประจำหลักสูตรได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ เรื่อง “การแปรรูปผ้าขิดยกดอกเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ” ให้กับผู้ปฏิบัติงานประจำตำบลเมืองแฝก กิจกรรมนี้ จัดขึ้นในวันที่ 24 – 25 พฤษภาคม 2564 ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม ทางคณะผู้จัดโครงการยังคงใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 อย่างเข้มงวดโดยการวัดอุณหภูมิใช้เจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าห้องประชุม และสวมหน้ากากอนามัยตลอดการจัดกิจกรรม
          หากจะกล่าวถึงผ้าไหม เป็นที่ทราบกันดีว่าผ้าไหม ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าของเมืองไทย มีความงดงามของเส้นไหมที่เป็นเอกลักษณ์ ลวดลายที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ทำให้เป็นผ้าไทย ที่ได้รับความนิยม และโด่งดังไปทั่วโลก ส่วนการทอผ้าไหมในประเทศไทยนั้น ในอดีตเป็นการทำกันในครัวเรือนเพื่อใช้เอง หรือทำขึ้นเพื่อใช้ในงานพิธี เช่น งานบุญ งานแต่งงาน หรืองานสังคมต่างๆ คนไทยมีการนำเอาศิลปะมาประยุกต์ใช้กับวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ และมากยิ่งกว่าการใช้งาน คือความสวยงามและความมีเสน่ห์แบบไทย เป็นการแสดงถึงความประณีตของคนไทยที่มีมาแต่ในอดีตและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบซึ่งยังสืบต่อมาถึงปัจจุบัน และยังคงสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าไหมในรูปแบบต่างๆมากยิ่งขึ้น

ผ้าทอเป็นมรดกทางภูมิปัญญาและรากเหง้าทางวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น การทอผ้าจกหรือขิดยกดอกถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมร่วมกันของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีเชื้อสายล้านนาระหว่างคนไทยภาคเหนือและชาวไทยญวนทุกกลุ่ม

การทอจก หมายถึง การควักหรือการล้วง ดังนั้น เทคนิคการทอจกจึงเป็นการควักหรือล้วงเส้นด้ายมาผูกกันเป็นลวดลายบนผืนผ้าหรือเป็นวิธีการทำลวดลายบนผืนผ้าด้วยการเพิ่มเส้นพุ่มพิเศษเข้าไปเป็นช่วงๆไม่ติดต่อกันตลอดหน้ากว้างของผ้า โดยใช้ขนเม่นหรือไม้แหลมหรือนิ้วมือแทนเข็มในการจกหรือยกเส้นยืนเพื่อเพิ่มเส้นพุ่มพิเศษเป็นช่วงๆ ตามจังหวะของลวดลาย

          ผ้าตีนจกเป็นผ้าที่มีลวดลายและสีสันสวยงาม อดีตชาวไทยญวนนิยมทอเพื่อต่อกับผ้าถุงหรือที่เรียกว่าซิ่นในบริเวณส่วนเชิงหรือที่เรียกว่า ตีนซิ่น ชาวไทยญวนยังมีการอนุรักษ์และสืบทอดการทอจกมาจวบจนปัจจุบันซึ่งสามารถบ่งบอกถึงสถานะภาพทางสังคมของผู้สวมใส่ได้ (ข้อมูลจาก https://www.bareo-isyss.com/index.php/design-tips/424-thai_silk.html)

          การอบรมในครั้งนี้ได้ความรู้มากมายเกี่ยวกับการแปรรูปผ้าขิดยกดอก และการที่จะทอผ้าขิดยกดอกได้นั้นต้องมีลายผ้าที่จะทำก่อนซึ่งลายผ้าก็มีความหลากหลายของแต่ละภาคที่ไม่เหมือนกันและการอบรมในครั้งนี้ข้าพเจ้าก็ได้เห็นลายผ้าขิดยกดอกที่ท่านวิทยากรได้นำมาให้ชมอีกด้วย

 

          ผ้าขิดยกดอกส่วนใหญ่แล้วทอไว้นุ่งผ้าขิดส่วนใหญ่ใช้เส้นใยฝ้ายมากกว่าเส้นใยไหม

โดยทอเป็นผ้าขิดสำหรับใช้สอยนุ่งห่ม เป็นหมอนผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ผ้าคลุมไหล่ ผ้าห่อคัมภีร์ กระเป๋า และผ้าม่าน นอกจากนี้ยังมีการทอทอผ้าลายขิดด้วยฟืมหน้าแคบ เพื่อใช้เป็นหัวซิ่นและตีนซิ่นอีกด้วยโดยลักษณะลวดลายและการใช้สอยจะแตกต่างไปตามเอกลักษณ์ของกลุ่มวัฒนธรรม

   

   

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ได้มีการจัดโครงการปลูกป่าสร้างคุณค่าสู่แผ่นดิน ณ โรงเรียนหนองยายพิมพ์ ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมโครงการนี้พร้อมกับทีมงานประจำตำบลเมืองแฝกและอีกหลายตำบลด้วยกัน โดยในตอนเช้าของกิจกรรมจะเป็นการเสวนาลั่นทุ่งสนั่นทั่วสามหนองและมีนายอำเภอนางรอง นายเพชรรัตน์ ภูมาศ ร่วมปลูกต้นไม้ด้วย

มีการเดินรณรงค์ให้ชาวบ้านและทุกๆคนมาร่วมฉีดวัคซีนป้องกันโควิดพร้อมกับคณะประจำตำบลเมืองแฝก

ตอนกลางวันก็จะมีอาหารกลางวันคอยให้บริการเราสามารถเดินไปเลือกรับประทานได้เลยและสิ่งที่ข้าพเจ้าเลือกทาน คือ ก๋วยจั๊บญวน

และช่วงบ่ายก็จะเป็นการปลูกต้นไม้ร่วมกัน

ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจและดีใจมากที่ได้ร่วมปลูกต้นไม้และได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ป่าไม้ที่โรงเรียนหนองยายพิมพ์ ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ในครั้งนี้ ถ้ามีโอกาสอยากให้ทุกคนร่วมกันปลูกต้นไม้กันเยอะๆนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู