1. หน้าแรก
  2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  3. HS05 - ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ
  4. “โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้กับประเทศ” หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

“โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้กับประเทศ” หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวเจนสุฎารัตน์ สาวิสัย ผู้ปฏิบัติงานประเภทบัณฑิตจบใหม่ หลักสูตร HS05 : การทอผ้าไหมขิดยกดอกเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน ปฏิบัติงานประจำพื้นที่หมู่บ้านหนองเก้าข่า หมู่ 3 ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมอบรม“โครงการส่งเสริมการทอผ้าไหมลายขิดยกดอก เพื่อรักษาภูมิปัญญา และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจชุมชน”และสำรวจข้อมูลพื้นฐานในชุมชนตั้งแต่วันที่ 1-16 พฤษภาคม พ.ศ.2564  แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทราบโดยทั่วกัน

วันที่ 29 เมษายน 2564 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณาจารย์ประจำหลักสูตรตำบลเมืองแฝก  ได้จัดอบรม “โครงการส่งเสริมการทอผ้าไหมลายขิดยกดอก เพื่อรักษาภูมิปัญญา และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจชุมชน” การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรสองท่านคือคุณมัลลิกา ชัญถาวร และคุณจักรพงษ์ อัลทชัย ท่านทั้งสองเป็นผู้ประกอบอาชีพการทอผ้าไหมลายขิดยกดอกซึ่งมีความชำนาญและเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง

ประวัติการทอผ้าจกหรือผ้าขิดยกดอก  เป็นการทอและทำให้เกิดลวดลายผ้าไปพร้อมๆ กัน การจกหรือการขิดคือการทอลวดลายบนผืนผ้าด้วยวิธีการเพิ่มด้ายเส้นพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วงๆ ไม่ติดต่อกันตลอดหน้ากว้างของผ้า การจกหรือการขิด จะใช้ไม้หรือขนเม่นหรือนิ้วมือยกขึ้นจก (ควัก)เส้นด้ายสีสันต่างๆ ขึ้นมาบนเส้นยืนให้เกิดลวดลายตามที่ต้องการ การทอผ้าจกหรือผ้าขิดในประเทศไทยมีอยู่หลากหลายพื้นที่  เช่น การทอผ้าจกในภาคเหนือและภาคกลางรูปแบบ ลวดลาย สีสัน ของผ้าจก จะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นหรือเอกลักษณ์ของแต่ละเผ่าพันธุ์ที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษผ้าจกของไทย หากแบ่งตามชนเผ่า จะพบว่ามีการทอผ้าจกหรือผ้าขิดตามชนเผ่าใหญ่ๆ ดังนี้

1) ผ้าขิดไท-ยวน

2) ผ้าขิดไท-พวน (ลาวพวน)

3) ผ้าขิดไท-ลื้อ

4) ผ้าขิดลาวครั่ง

การทอผ้าจกตามเผ่าพันธุ์นั้น รูปแบบลักษณะมีความแตกต่างกันไปตามเผ่าพันธุ์
ผ้าจกไทยวน จังหวัดราชบุรีเป็นผ้าจกที่พบในหมู่ช่างทอผ้าชาวไทยวน ในจังหวัดราชบุรี มีแหล่งกำเนิดแตกต่างกัน โดยแบ่งตามลักษณะของลวดลายได้เป็น 3 ตระกูล คือ
1) ผ้าขิดตระกูลคูบัว
เป็นผ้าจกที่มีลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง เช่น ลายดอกเซีย ลายหักนกคู่ ลายโก้งเก้ง ลายหน้าหมอน และลายนกคู่กินน้ำฮ่วมเต้า ผ้าจกตระกูลคูบัวจะพบมากใน ตำบลคูบัว ตำบลดอนตะโก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เพราะมีชุมชนไท-ยวนอาศัยอยู่ โดยในการจกจะใช้เส้นด้ายยืนสีดำ พุ่งดำ โดยไม่มีลายประกอบมากลาย พื้นผ้าเว้นพื้นต่ำไว้มากตามแบบของลวดลาย เพื่อจกให้เห็นลายชัดเจน 9-11ส่วนสีสันของเส้นใยที่ใช้ทอ จะใช้เส้นใยที่มีสีสันหลากหลาย เช่น จะใช้พุ่งต่ำดำจกแดง แซมเหลืองหรือเขียว เป็นต้น โดยตีนซิ่นจะมีความกว้างประมาณ นิ้ว
2) ผ้าขิดตระกูลหนองโพ-บางกะโด
เป็นผ้าจกที่มีลวดลายขนาดและสีสันที่มีความใกล้เคียงกับจกตระกูลคูบัว เป็นผ้าจกที่ได้จากชุมชนไท-ยวน ในตำบลหนองโพ-บางกะโด อำเภอโพธาราม โดยผ้าจกตระกูลหนองโพ-บางกะโด จะมีความแตกต่างจากผ้าจกตระกูลคูบัวตรงที่ ชายของตีนซิ่น ซึ่งผ้าจกตระกูลหนองโพ-บางกะโด จะมีการเว้นพื้นที่ต่ำระหว่างลายซะเปา ถึงเล็บเหลืองไว้กว้างมากกว่าผ้าจกตระกูลคูบัว และผ้าจกตระกูลหนองโพ-บางกะโดจะมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับลายนกของผ้าไท-พวนในภาคเหนือ คือ ลักษณะของนกคู่กินฮ่วมเต้าของผ้าจกตระกูลหนองโพ-บางกะโด จะมีหางที่ยาวมากกว่าผ้าจกตระกูลคูบัว
3) ผ้าขิดตระกูลดอนแร่
เป็นผ้าจกที่มีลายที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เช่น ลายกาบ ลายกาบดอกแก้ว และลายนกคู่กินน้ำฮ่วมเต้า พบมาในชุมชนไท-ยวน ตำบลดอนแร่ ตำบลห้วยไผ่ ตำบลหนองปลาหมอและตำบลรางบัว โดยลักษณะของการจก จะประกอบด้วยหลากหลายของลวดลาย และจะมีการจกลายแน่นเต็มผืนผ้า มีการเว้ยพื้นต่ำไว้น้อย ทำให้ลดความเด่นชัดของลายหลักลงไป โดยจะคงสีสันของเส้นใยเป็นสีแดงเป็นหลัก จะไม่นิยมใช้เส้นใยหลายสี และตีนจกจะมีความกว้างประมาณ 14-15 นิ้ว

ผ้าขิดของชาวไทย – ยวน ราชบุรี มีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันหลายประเภท ได้แก่ ผ้าปรกหัวนาค(ใช้คลุมหัวนาคในขณะที่แห่นาคไปบวช) ย่ามจก ผ้าขาวม้าจก ผ้าแตะจก (เป็นผ้าจกขนาดเล็กใช้สำหรับเช็ดหน้าหรือเช็ดน้ำหมาก) หมอนจกและ ผ้าซิ่นตีนจก
ผ้าซิ่นตีนจก คือซิ่นที่มีตีนประกอบด้วยส่วนที่เป็นผ้า ลวดลายทอด้วยวิธีจก หรือ ควักเส้นด้ายพิเศษมาผูกมัดขัดกับเส้นอื่นเป็นลวดลายแบบต่างๆ ซึ่งซิ่นตีนจกมีโครงสร้าง ประกอบด้วยผ้า 3 ส่วน คือ หัวซิ่น ตัวซิ่น และ ตีนซิ่น ซิ่นตีนจกที่พบในลักษณะการแต่งกายของสตรีชาวไท-ยวน ราชบุรี มี 3 ลักษณะ คือ
3.1) ซิ่นตีนจก จกเฉพาะตีน ตัวซิ่นเป็นผ้าพื้นสีดำ หรือ สีคราม ซิ่นบางผืนมีตัวซิ่นทอด้วยวิธียกมุกหัวซิ่น ใช้ผ้าขาวผ้าแดงเย็บต่อกันแล้วจึงเย็บต่อกันกับตัวซิ่น
3.2) ซิ่นตีนจก จกทั้งตัว ซึ่งลักษณะนี้จะมีตัวซิ่นและตีนซิ่นทอด้วยวิธีจก แต่ทอเป็นผ้าคนละชิ้น แล้วนำมาเย็บต่อเป็นผืนเดียวกัน ตัวซิ่นส่วนมากจะทอด้วยลายกูด ลายนก ลายมะลิเลื้อย เป็นลายพันรอบตัวซิ่นตีนซิ่นทอลายหลักทั้ง 9 ลาย หัวซิ่นมีลักษณะเดียวกับซิ่นตีนจกจึงถือได้ว่า ซิ่นชนิดนี้เป็นผลงานทางศิลปหัตถกรรมชั้นสูงของ ไท-ยวน ราชบุรี
3.3) ซิ่นตีนจก ตัวยกมุกสลับมัดหมี่ ตีนซิ่นทอด้วยวิธีจกเหมือนตัวซิ่นตีนจกทั่วไป ตัวซิ่นทอด้วยวิธียกมุกสลับด้วยการทอแบบมัดหมี่ ถือได้ว่าเป็นเทคนิคของภาคอีสาน ตัวซิ่นใช้เส้นใยประเภทไหม เป็นวัสดุทอ พบไม่มากในผ้าซิ่นตีนจกของไท-ยวน ราชบุรี ไหมโรงงานหรือไหมจุล คือ เส้นไหมพันธุ์ไทยลูกผสม มีขนาดความยาวของเส้นใยประมาณ 900-1300 เมตร ได้จากการโรงงานสาวไหมเป็นหลัก ในจังหวัดขอนแก่นแหล่งจำหน่ายใหญ่คือ โรงงานจุลไหมไทย ชาวขอนแก่นเลยนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไหมจุล” ถือว่าเป็นไหมแท้แต่ไม่ใช่พันธุ์ไทยแท้

นอกจากการได้รับความรู้จากท่านวิทยากรด้านการทอผ้าไหมลายขิดแล้ว  ดิฉันก็ยังได้ปฏิบัติงานโดยการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในพฤษภาคม พ.ศ. 2564  ซึ่งเป็นการลงพื้นที่เก็บข้อมูลรูปภาพเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ที่ทางโครงการกำหนดรูปแบบมา การลงพื้นที่ในครั้งนี้จะเป็นการลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูลลงระบบ U2T ซึ่งระบบการจัดเก็บข้อมูล U2T จะเข้ามาอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูลที่มีความเฉพาะเจาะจงกับแต่ละพื้นที่หรือแต่ละสาขา โดยเน้นความยืดหยุ่นและความสะดวกต่อการลงพื้นที่ให้มากที่สุด คุณลักษณะของระบบ มีดังนี้

 

– สามารถบันทึกและจัดเก็บข้อมูลหลากหลายแขนงได้โดยสะดวก รองรับอุปกรณ์หลากหลายขนาด ทั้งบนระบบปฏิบัติการ IOS Android Windows เป็นต้น

– สามารถบันทึกและจัดเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน ตรงตามแบบฟอร์มที่ถูกกําหนดไว้

– สามารถเรียกดูประวัติข้อมูลที่แต่ละผู้ปฏิบัติงานบันทึกไว้ด้วยตนเองได้

– สามารถแก้ไข เพิ่มเติม หรือลบข้อมูลที่ตนเองเป็นผู้บันทึกได้

 

ส่วนในเรื่องของโรคระบาดไวรัสโคโรนานั้น   พบว่าพื้นที่บ้านหนองเก้าข่ามีผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 5 ราย ซึ่งอาสาสมัครประจำหมู่บ้านและผู้นำหมู่บ้าน ได้ให้ทำการกักตัวและเฝ้าระวังตรวจการติดเชื้อเป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อความมั่นใจมีความปลอดภัยจากเชื้อโควิดนี้  ซึ่งทางหมู่บ้านได้มีการเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้แล้ว ข้าพเจ้าได้ทำการสำรวจแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารในท้องถิ่น พืชในท้องถิ่น สัตว์ในท้องถิ่น และแหล่งน้ำในท้องถิ่น ซึ่งแต่ละสถานที่ที่ทำการลงสำรวจ จะเกิดความยากง่ายแตกต่างกันไป เนื่องจากภาวะของโรคระบาดโคโรน่าไวรัสยังมีการแพร่ระบาดอยู่ทั่วประเทศ   ดังนั้นการปฏิบัติงานประจำวันส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานแบบ work from home  ก่อนจะออกปฏิบัติงานในพื้นที่  ข้าพเจ้าได้ประสานงานกับผู้นำชุมชนประจำหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือในเรื่องการดูเเลชาวบ้านที่เข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการลงพื้นที่ของข้าพเจ้าในครั้งนี้เป็นอย่างดี

 

 

อื่นๆ

เมนู