โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1ตำบล 1 มหาวิทยาลัย)

“โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้กับประเทศ”

หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

 

ข้าพเจ้านางสาวอรอนงค์ วิไลฤทธิ์ กลุ่มHS05 ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตรการทอผ้าไหมยกขิดดอก

 

 

เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้เข้าร่วมโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ จึงได้จัดทำการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อเรื่อง “กิจกรรมส่งเสริมให้ความรู้เพื่อการปฏิบัติตนอย่างถูกหลักสุขภาวะตามนโยบาย 6 อ. สำหรับการหนุนเสริมคุณภาพชีวิตด้วยการดูแลสุขภาพคนในตำบล” เพื่อเมืองแฝกแจ่มใส อนามัยดี มีน้ำใจ พัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชน  โดยข้าพเจ้าและเหล่าผู้ปฏิบัติงานรวมทั้งอาจารย์ผู้ควบคุมดูแลประจำตำบลเมืองแฝก ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวโดยออกพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองเเฝก อำเภอลำปลายมาศ  จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2564 โดยวัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาคือ เพื่อให้ตัวผู้ปฏิบัติงานทราบถึงการดูแลสุขอนามัยขั้นพื้นฐานของตัวเอง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ในการเป็นการเฝ้าระวังป้องกันตนเองจาก โควิด -19 ในเวลาที่ต้องลงพื้นที่ในส่วนต่างๆ

 

 

กิจกรรมในครั้งนี้ ได้มีการเชิญบุคลากรทางการแพทย์ประจำโรงพยาบาลประจำตำบลเมืองแฝกคุณณัชชา ก่อเกียรตินพคุณ มาเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้ในหัวข้อเรื่องสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ)

 

สุขอนามัยพื้นฐาน ได้แก่ รากฐานการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง เพื่อการมีสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ดี ทั้งนี้เพื่อเป็นรากฐานในการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยทุกอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งแนะนำโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ สุขบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งมี 10 ข้อ และแนะนำโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งมี 6 อ.

 

            สุขบัญญัติแห่งชาติ เป็นนโยบายส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับประชาชน เน้นการปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพขั้นพื้นฐานให้เกิดขึ้นในเด็กและเยาวชน โดยนำแนวทางของสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ มาประยุกต์ใช้ สุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ข้อ มีดังต่อไปนี้

  1. การดูแลรักษาร่างกาย และของใช้ให้สะอาด

การอาบน้ำสะอาดทุกวัน วันละ 1 ครั้ง การสระผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง การตัดเล็บมือเล็บเท้าให้สั้นยู่เสมอ การใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ไม่อับชื้น และให้อบอุ่นพียงพอ จัดเก็บของใช้ให้เป็นระเบียบ

 

  1. รักษาฟันให้แข็งแรง และแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง

การแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า และก่อนนอน การเลือกใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรค์  ใช้ไหมขัดฟันในการทำความสะอาดฟัน การหลีกเลี่ยงการอมลูกอม หรือรับประทานขนมหวาน เหนียว การตรวจสุขภาพในช่องปากปี ละ 1 ครั้ง ห้ามใช้ฟันกัด ขบของแข็ง

 

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร และหลังการขับถ่าย

มือเป็นอวัยวะสำคัญที่เราใช้สัมผัสผู้อื่น ใช้จับสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ มากที่สุด จึงเสมือนเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ตัวเรา และเชื้อโรคจากร่างกายเราไปสู่ผู้อื่นได้ในเวลาเดียวกัน การหมั่นล้างมือด้วยสบู่จึงเป็นวิธีการง่าย ๆ ที่ทั้งสะดวก ประหยัด สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ โดยต้องล้างมือให้ถูกหลักวิธีการล้างมือทั้ง 7 ขั้นตอนและควรล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง ก่อนและหลังการปรุงอาหาร และก่อนกินอาหาร ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังการขับถ่าย การล้างมือต้องไม่ต่ำกว่า 20 วินาที แล้วจึงล้างออกจะช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ตัวเราได้ดียิ่งขึ้น

 

  1. กินอาหารสุกสะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดสีฉูดฉาด

การเลือกซื้ออาหารสด สะอาด ปลอดสารพิษ โดยคำนึงถึงประโยชน์ ปลอดภัย ประหยัด ปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะและใช้เครื่องปรุงที่ถูกต้องโดยคำนึงถึงคุณค่า กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และกินให้ถูกหลักโภชนาการทุกวัน ควรรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนกลางในการกินอาหารร่วมกัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรืออาหารรสจัด ของหมักดอง หรืออาหารใส่สีฉูดฉาด ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

 

  1. งดสูบบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนัน และการสำส่อนทางเพศ

ควรงดสูบบุหรี่ ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  ไม่เสพสารเสพติด งดเล่นการพนัน งดการสำส่อนทางเพศหากจะมีเพศสัมพันธ์ควรรู้จักป้องกันตนเองอย่างถูกวิธี เช่น การสวมถุงยางอนามัย

 

  1. สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น

ทุกคนในครอบครัวช่วยกันทำงานบ้าน ปรึกษาหารือ และแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เผื่อแผ่น้ำใจให้กันและกัน  ทำบุญ และได้ทำกิจกรรมสนุกสนานร่วมกันเป็นการสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัว

 

  1. ป้องกันอุบัติเหตุด้วยความไม่ประมาท

ระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุภายในบ้าน เช่น ไฟฟ้า เตาแก๊ส ของมีคม จุดธูปเทียนบูชาพระ เป็นต้น  การรู้จักระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติภัยในที่สาธารณะ เช่น ปฏิบัติตามกฎแห่ง ความปลอดภัย จากการจราจรทางบก ทางน้ำ หลีกเลี่ยงการชุมนุมห้อมล้อมในขณะเกิดอุบัติเหตุ

 

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจสุขภาพประจำปี

ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย วัย และควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างต่อเนื่อง

 

  1. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ

พักผ่อน และนอนหลับให้เพียงพอ จัดสิ่งแวดล้อมทั้งในบ้าน ที่ทำงานให้น่าอยู่ หรือจัดสิ่งแวดล้อมให้ สะอาดและสะดวก มองโลกในแง่ดี ให้อภัย และยอมรับในข้อบกพร่องของคนอื่นและตัวเอง  เมื่อมีปัญหาไม่สบายใจควรหาทางผ่อนคลาย

 

  1. มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคม

มีการกำจัดขยะในบ้าน และทิ้งขยะไว้ในที่รองรับ หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุอุปกรณ์ ที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โฟม พลาสติก มีส้วมและใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ มีการกำจัดน้ำทิ้งในครัวเรือน และโรงเรียนที่ถูกต้อง ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น ชุมชน ป่า น้ำ สัตว์ป่า เป็นต้น

 

หลัก 6 อ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

6 อ. คือกุญแจเปิดประตูสู่สุขภาพดี มีดังนี้

1.อาหาร กินอาหารโดยยึดหลักการกินให้หลากหลายชนิดมากที่สุด ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมันและแป้งในปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดโรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเบาหวานได้ ควรเน้นอาหารประเภทผักผลไม้ให้มากขึ้น

 

  1. ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอ

 

3.อารมณ์ อารมณ์มีความสัมพันธ์กับสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์มีผลต่อร่างกาย อารมณ์ดีส่งผลดีต่อสุขภาพ เช่น เมื่อมีความสุข ร่างกายจะหลั่งสารเอนโดฟีน ส่งผลให้ร่างกายต้องตื่นตัวกระชุ่มกระชวย ผ่อนคลายการทำงานของสมองจะดี หายป่วยเร็วขึ้น อายุยืนมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าอารมณ์ไม่ดีจะส่งผลทำลายสุขภาพทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลง กินอาหารได้น้อย นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ หงุดหงิด ก้าวร้าว ความดันโลหิตสูง ดังนั้น การรู้จักควบคุมอารมณ์อย่างเหมาะสม มีผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจทำให้การดำรงชีวิตประจำวันมีความสุข

 

4.อนามัยสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมในบ้านที่ดีเอื้อต่อการมีสุขภาพดีของคนในครอบครัว ขณะเดียวกันก็ควรสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในชุมชนด้วย

 

5.อโรคยา หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันสูง ลดการกินอาหารรสจัด ไม่กินอาหารที่สุก ๆดิบๆ หรืออาหารที่มีสารปนเปื้อน การจัดการกับความเครียด โดยทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ การคาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถยนต์ สวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์

 

6.อบายมุข งดเว้นบุหรี่ สุรา ยาเสพติด การพนัน และการสำส่อนทางเพศ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจ

 

 

ข้าพเจ้าคิดว่า ถ้าเราสามารถดูแลสุขภาพได้ดีตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ข้อ และ หลัก 6 อ.ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ตลอดไปได้ด้วยตนเอง   จะสามารถป้องกันการเจ็บป่ายที่เกิดขึ้นได้ นอกจากการมีสุขภาพกายที่ดีแล้วยังต้องมีสุขภาพจิตที่ดี และหากเรามีภูมิคุ้มกันขั้นพื้นฐานที่ดีแล้วร่างกายจะเสมือนมีเกราะป้องกันอีกขั้นหนึ่ง

 

วิดีโอการปฏิบัติงานประจำเดือนตุลาคม

 

อ้างอิง

สุขบัญญัติแห่งชาติ- http://www.hed.go.th/slidePicture/83

สุขบัญญัติแห่งชาติ- https://www.crhospital.org/home/data_center/file/.pdf

สุขบัญญัติแห่งชาติ- http://km.citu.tu.ac.th/km/wp-content/uploads/2013/06/health.pdf

หลัก 6 อ.- http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=2654.0

 

อื่นๆ

เมนู