โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1ตำบล 1 มหาวิทยาลัย)

“โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้กับประเทศ”

หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

 

ดิฉัน นางสาวจิราลักษณ์ แก้วกล้า ผู้ปฏิบัติงานประเภทบัณฑิตจบใหม่ ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตร HS05 : การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1ตำบล 1 มหาวิทยาลัย) โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้กับประเทศ ข้าพเจ้าขอรายงานการปฏิบัติงานประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ซึ่งมีรายละเอียดในการปฏิบัติงานดังต่อไปนี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้เข้าร่วมโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการทอผ้าไหมลายขิดยกดอกให้กับคนในชุมชน ซึ่งในครั้งนี้เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อเรื่อง “การตลาดในยุคดิจิทัล”  ซึ่งข้าพเจ้าได้เข้าร่วมอบรมโครงการส่งเสริมการทอผ้าไหมลายขิดยกดอกเพื่อรักษาภูมิปัญญาและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจชุมชน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 09:00 น. ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองแฝก  ได้เชิญวิทยากร นายปัณณทัต สระอุบล ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำตลาดในยุคดิจิทัลมาให้ความรู้ อีกทั้งตัวข้าพเจ้าเองได้สืบค้นความรู้เพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตและสื่อออนไลน์เพื่อสร้างความเข้าใจที่มากขึ้น วิทยากรได้นำเรื่องไทยแลนด์ 4.0 มายกตัวอย่าง เช่น Marketing 4.0 การตลาดที่เอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคหรือลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ไทยแลนด์ 4.0 หรือ Marketing 4.0 คือ นำเสนอสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ทุกวันนี้ลูกค้าไม่ได้ไปหาสินค้าทางหน้าร้านอย่างเดียวแล้ว แต่สมัยนี้เป็นยุคของข้อมูล ใครอยากซื้ออะไร อยากรู้รายละเอียดสินค้าตัวไหน ก็แค่เสิร์ช ค้นหาข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ดังนั้น เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางด้านธุรกิจถ้าคุณจะเปิดเว็บไซต์ หรือสร้างเพจเฟซบุ๊คนำเสนอสินค้าผ่านช่องทางเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น การสร้างเพจขายสินค้า

Digital Marketing คืออะไร

ก่อนที่เราจะอธิบายคำว่า Digital Marketing คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจออนไลน์นั้น เราขอขยายความคำว่า การตลาด ก่อนว่าแท้จริงแล้วคำคำนี้มีนัยสำคัญแค่ไหน ทำไมอุตสาหกรรมหรือธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดใหญ่ไปจนถึง SME ต่างให้ความสำคัญกันเป็นอย่างมาก

การตลาด เป็นคำที่ถูกนิยามถึงวิธีการในการทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักไปสู่การสร้างผลกำไรหรือผลตอบแทนจากการลงทุน ดังนั้นคำว่าการตลาดจึงไม่ได้หมายถึงการโปรโมทสินค้าหรือแบรนด์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปจนถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กรด้วย การตลาดจึงถือเป็นโครงสร้างสำคัญและเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่าธุรกิจของคุณจะรอดหรือจะร่วง

การตลาดดิจิทัล สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจออนไลน์

เมื่อคุณเข้าใจความหมายของคำว่า การตลาด แล้ว ทีนี้เราจะขออธิบายคำว่า Digital Marketing คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจออนไลน์? คำตอบก็คือ การทำการตลาดบนระบบดิจิทัลนั่นเองค่ะ

Digital Marketing คือ การทำการตลาดรูปแบบหนึ่งโดยการโปรโมทสินค้าหรือบริการผ่านทางสื่อดิจิทัล และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค เพื่อเพิ่มยอดขายโดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ ทางสื่อดิจิทัล ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้ง่าย และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้การตลาดดิจิทัลคืออีกทางเลือกหนึ่งของการสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจแบรนด์ใหม่ ทำให้การรับรู้ในวงกว้างไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้ในจำนวนมากได้โดยตรง ธุรกิจแบรนด์ใหม่จึงมีโอกาสที่จะเป็นที่รู้จักและเติบโตได้อย่างรวดเร็วผ่านช่องทางต่างๆ ของการตลาดแบบดิจิทัล ช่องทางต่างๆ ของการตลาดแบบดิจิทัล

  1. Social Media Marketing

โซเชียลมีเดียจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักและขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นในเว็บไซต์ของ Google ซึ่งข้อดีของการทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย คือ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย รวดเร็วทันใจ และช่วยในการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการบอกต่อในหมู่มากได้อย่างง่ายดาย ช่องทางที่สามารถใช้ในการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย ได้แก่

– Facebook

– Twitter

– Instagram

– Snapchat

– Pinterest

– Google+

– LinkedIn

  1. Content Marketing

เนื้อหากลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญสูงสุดสำหรับการผลิตสื่อออนไลน์ในยุคเทคโนโลยีปัจจุบัน จากคำกล่าวที่ว่า “Content is King” บ่งบอกได้ถึงคุณค่าของการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเว็บไซต์ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นเช่นกัน โดยวิธีการสร้างและแจกจ่ายเนื้อหาที่มีคุณค่าให้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีจุดประสงค์ให้กลุ่มเป้าหมายกลับมาสร้างรายได้ให้ธุรกิจของคุณ โดยช่องทางที่มีส่วนช่วยในการตลาดด้วยการใช้เนื้อหา ได้แก่

– บล็อกโพสต์ (Blogs)

– หนังสืออิเล็กทรอนิกส์และบทความข้อเสนอแนะ

– Infographics

– โบรชัวร์ออนไลน์และลุคบุ๊ค

  1. Search Engine Optimization

การใช้เนื้อหาในการทำการตลาดสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการค้นหาผ่าน SEO ได้ และทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับในหน้าของการค้นหา ซึ่งจะเป็นการเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ โดยช่องทางที่จะได้รับประโยชน์จากการค้นหา SEO ได้แก่

– Websites

– Blogs

– Infographics

  1. Search Engine Marketing

เป็นรูปแบบการทำการตลาดออนไลน์บนหน้าแสดงผลการค้นหา (Search Result Page) อาทิ Google, Yahoo!, Bing, Baidu เป็นต้น โดยการทำโปรโมชั่นกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งเป็นผู้ใช้งาน Search Engine เพื่อให้รู้จักเว็บไซต์ สินค้า หรือบริการของคุณ และนำมาซึ่งยอดผู้ใช้เว็บไซต์และเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งใช้ PPC (Pay Per Click) ในการลงโฆษณาบนหน้าแสดงผลการค้นหา โดยที่คิดค่าใช้จ่ายจากการคลิกตัวข้อความโฆษณา แม้ว่าโฆษณาจะแสดงขึ้นมา แต่หากไม่มีการคลิกเกิดขึ้น ก็จะไม่เสียเงินในการลงโฆษณาแต่อย่างใด ระบบโฆษณาแบบ PPC ที่เป็นที่นิยมทั่วโลก ได้แก่

– โฆษณาแบบชำระเงินบน Facebook

– การโปรโมทผ่าน Twitter

– ข้อความผ่าน LinkedIn

  1. Email Marketing

ในยุคปัจจุบันบริษัทต่างๆ ได้ทำการตลาดผ่านทาง Email เพื่อเป็นการแจ้งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือส่วนลดพิเศษแก่สมาชิกหรือลูกค้าของบริษัท ตลอดจนเป็นการนำผู้ใช้ Email ไปยังเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งประเภทของ Email ที่ส่งไปอาจเป็นการนำเสนอในรูปแบบ

– Email ข้อมูลข่าวสาร

– Email ติดตามผู้เข้าชมและดาวน์โหลดข่าวสารบนเว็บไซต์

– Email ต้อนรับลูกค้าใหม่

– โปรโมชั่นวันหยุดสำหรับสมาชิก

  1. Online PR

ประชาสัมพันธ์ออนไลน์ คือการติดต่อสื่อสารแบบสองทาง โดยนำเสนอข่าวสารได้ทั้งข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ กราฟิก ผ่านทางบล็อกและเว็บไซต์ คล้ายกับการประชาสัมพันธ์แบบดั้งเดิม แต่ทำในพื้นที่ออนไลน์ เชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว แลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างไร้พรมแดน ทุกสถานการณ์ ทุกเวลา ทุกสถานที่ ในช่วงเวลาพร้อมๆ กัน ได้แก่

– รีวิวออนไลน์เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ

– ความคิดเห็นบนเว็บไซต์ส่วนตัวหรือบล็อก

ทำไมธุรกิจของคุณจึงต้องทำการตลาดแบบดิจิทัล?

เนื่องจากการทำการตลาดแบบดิจิทัลไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถทำการโปรโมทสินค้าและบริการได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้บริการลูกค้าออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับการดูแลและเอาใจใส่เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้การตลาดแบบดิจิทัลจึงเป็นประโยชน์สำหรับแบรนด์และธุรกิจต่างๆ

หากคุณยังไม่แน่ใจในการทำการตลาดแบบดิจิทัลว่าจะช่วยโปรโมทสินค้าหรือบริการของคุณได้อย่างไร สามารถเลือกใช้บริการที่ปรึกษา การตลาดออนไลน์ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำการตลาดอย่าง Advanced iService มาให้คำปรึกษา Online Marketing เป็นผู้ช่วยในการวางแผนวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์คู่แข่ง ปรับกลยุทธ์ และแก้ไขปัญหา จะช่วยต่อยอดธุรกิจของคุณด้านการตลาดบนดิจิทัล ซึ่งจะครอบคลุมทุกช่องทางออนไลน์และช่วยปรับภาพลักษณ์ธุรกิจตอบโจทย์ทุกความต้องการ เดินหน้าสู่ Digital Marketing อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มยอดขายสู่เป้าหมายที่ธุรกิจของคุณต้องการ

ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าการทำธุรกิจการค้าขายออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนประกอบสำคัญที่สุดที่ทำให้ธุรกิจนี้แตกต่างจากการทำธุรกิจแบบเดิม คือ การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับการค้าขายหรือการใช้ระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจ ทั้งการโปรโมทขายสินค้า และการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าของโลกยุคใหม่ ทำให้การนำเสนอและเผยแพร่ข้อมูลผ่านจอมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นภาพและเสียงเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตนเองกำลังเลือกซื้อสินค้าด้วยตนเองในห้างสรรพสินค้า สำหรับการขายสินค้าออนไลน์ จะช่วยให้ผู้ขายไม่ต้องสิ้นเปลืองในเรื่องของเวลานั่งเฝ้า และการจ้างพนักงาน สามารถขายได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีขอบเขตจำกัด จึงทำให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาสินค้าได้ตลอดเวลา และเลือกซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย แต่หากมองอีกมุมหนึ่งของการทำธุรกิจออนไลน์นั้น ก็มีข้อเสียอยู่บ้างเช่นกัน

ข้อดี ของการขายของออนไลน์

1.เป็นช่องการขายที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้จำนวนมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในเวลารวดเร็ว ทำให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้ง่าย มีความสะดวกสบาย

2.คนทำงานประจำ สามารถขายของออนไลน์เป็นรายได้เสริมให้กับตัวเองและครอบครัว

3.ไม่ต้องเสียเงินทุนในการเปิดหน้าร้านขายสินค้า ไม่จำเป็นต้องมีสต็อกสินค้า

4.มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าผู้หญิง กลุ่มแม่บ้าน ที่นิยมซื้อของออนไลน์มากขึ้น

5.สามารถนำเสนอและขายสินค้าให้กับลูกค้าได้หลากหลายประเภท

6.ไม่ต้องเหนื่อยและเสียเวลาในการเฝ้าหน้าร้าน สามารถนำเอาเวลาไปทำอย่างอื่น

7.สามารถขายของได้ทุกที่ ทุกเวลา ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

8.ถ้าสินค้าดีมีคุณภาพ จะมีโอกาสได้กลุ่มลูกค้าเพิ่ม จากการแชร์ และการบอกต่อกันไปเรื่อยๆ

9.มีระบบการชำระเงินที่ทันสมัย ทั้งโอนผ่านออนไลน์ หรือผ่านบัตรเครดิต

ข้อเสีย ของการขายของออนไลน์

1.อาจขายได้ยาก เพราะลูกค้าไม่สามารถสัมผัสและทดลองสินค้าได้ ทำให้ไม่รู้ขนาด น้ำหนัก รสชาติ ปริมาณ จึงไม่กล้าที่จะจัดสินใจซื้อในทันที

2.มีต้นทุนเพิ่มขึ้น จากการกระบวนการขนส่งสินค้าไปส่งถึงมือลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นค่ากล่อง ค่าบริการไปรษณีย์

3.ถ้าใช้เวลาในการส่งสินค้ายาวนาน อาจทำให้สินค้าเสื่อมคุณภาพ โดยเฉพาะสินค้าอาหาร หรือของกินต่างๆ

4.มีคู่แข่งขันสูง เพราะขายออนไลน์ทำได้ง่าย จะเปิดร้านบนเว็บไซต์ หรือขายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ได้

5.ถ้าอยากทำให้ร้านค้าออนไลน์ หรือสินค้า เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าอย่างแพร่หลาย คุณอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นจำนวนมาก

6.ลูกค้าบางคน อาจไม่เชื่อใจ และเชื่อมั่นร้านค้าออนไลน์ กลัวว่าจะถูกโกง จ่ายเงินซื้อสินค้าแล้วไม่ได้ของที่ตัวเองซื้อ หรือได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ตรงกับที่ได้สั่งซื้อ

ทั้งหมดถือเป็นข้อดี-ข้อเสีย ของการขายสินค้าออนไลน์ ที่ผู้สนใจอยากเปิดร้านขายของออนไลน์จะต้องนำไปพิจารณา ก่อนตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจออนไลน์โดยคุณจะต้องรู้จักนำเอาข้อเสียมาปรับปรุงและพัฒนาให้กลายเป็นจุดแข็งของธุรกิจให้ได้ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์ เพราะแนวโน้มการขายของออนไลน์สมัยนี้ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าหน้าเก่าและหน้าใหม่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะเรื่องความสะดวกสบายในการเลือกสั่งซื้อสินค้า

9 อย่างที่ควรมีก่อนเริ่มขายของออนไลน์

ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายสนใจอยากเริ่มทำธุรกิจออนไลน์หรือ ขายของออนไลน์ เพราะดูเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย แถมไม่ต้องลงทุนอะไรมากนักแต่แท้จริงแล้วการเปิดร้านขายของออนไลน์หรือทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดี เพราะไม่อยากนั้นแล้วอาจจะขาดทุน จนต้องล้มเลิกไปก็ได้เพื่อให้ได้เตรียมตัวก่อนเริ่มเปิดร้านออนไลน์

  1. ชื่อร้าน

ขายของออนไลน์ ชื่อร้านต้อง อ่านง่าย จำง่าย คุ้นหู ค้นหาเจอ หลายคนคิดว่าการตั้งชื่อร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง จะตั้งชื่อร้านอะไรก็ได้ตามใจชอบ ยิ่งถ้าแปลกไม่ซ้ำใครยิ่งดี (บางทีถึงกับเปิดดิกชันนารีหากันด้วยซ้ำ) แต่หารู้ไม่ การตั้งชื่อร้านต้องมีเทคนิคนั่นก็คือ ต้องอ่านง่าย จำง่าย คุ้นหู และต้องค้นหาเจอง่าย

  • อ่านง่าย ชื่อที่ออกเสียงยาก ไม่คุ้นหูคนไทย มีผลทำให้ลูกค้าไม่จดจำร้าน หรือบางทีก็ไม่กล้าแนะนำร้านคุณกับคนรู้จัก เพราะกลัวออกเสียงผิด! เท่ากับคุณเสียโอกาสได้ลูกค้าใหม่ไปอีกคน
  • จดจำง่าย คุ้นหู ชื่อร้านที่ดีควรทำให้ลูกค้าจดจำได้ง่าย เห็นปุ๊บจำปั๊บยิ่งดี ข้อนี้ก็แล้วแต่ความครีเอทของแต่ละคนเลยค่ะว่าจะใช้ไม้ไหน ไม่ว่า ตั้งชื่อร้านให้สัมพันธ์กับสินค้าที่ขาย เช่น ถ้าคุณขายนาฬิกาและตั้งชื่อให้มีคำว่า Time หรือ Watch ลูกค้าก็จะสามารถจดจำและหาร้านของคุณเจอได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือใช้เทคนิคใช้ศัพท์ที่เรียกความสนใจ เช่น ‘คนอะไรเป็นแฟนหมี’ (นั่นดิ..คนอาร๊ายเป็นแฟนหมี อยากรู้ไหมล่ะ)
  • ค้นหาเจอง่าย สมัยนี้ไม่มีใครจะหาอะไรก็ต้องถามอากู๋ Google หรือ Facebook กันทั้งนั้นแหละค่ะ ยิ่งถ้าเราคิดชื่อได้ตรงกับคำศัพท์ที่ลูกค้าใช้ค้นหา (Search) ก็ยิ่งมีโอกาสทำให้ลูกค้าหาร้านเราเจอง่ายขึ้น
  1. สินค้า

เลือกจากสิ่งที่ชอบ เลือกจากสิ่งที่ใช่

  • เลือกจากสิ่งที่ชอบ เลือกจากสิ่งที่คุณชอบ เพราะเวลาขายคุณจะสามารถให้ข้อมูลลูกค้าได้อย่างชัดเจน นี่ยังไม่นับไปถึงความสุขที่คุณจะได้ทำสิ่งที่รัก สิ่งที่ชอบ จนรู้สึกมีความสุขจนเหมือนไม่ได้ทำงานเลยนะ
  • เลือกจากสิ่งที่ใช่ แต่ถ้าคุณไม่ได้ชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ แค่อยากมีร้านค้าเป็นของตัวเอง คุณอาจจะเริ่มโดยการสำรวจตลาดว่าสินค้าอะไรกำลังเป็นที่ต้องการและน่าจะทำกำไรได้ดี ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงที่คนส่วนมากหันมาใช้สมาร์ทโฟน การขายแบตสำรองหรือเคสโทรศัพท์มือถือก็เป็นความคิดที่ไม่เลว หรือจะหาไอเดียได้ที่ไม่เลว หรือจะหาไอเดียได้ที่ขายอะไรดี
  1. เงินทุน

ต้นทุนการขายของออนไลน์ ไม่ได้มีแค่ค่าสินค้าเพียงอย่างเดียว

เงินที่คุณจะนำมาลงทุนในการเริ่มร้านออนไลน์ไม่ควรจะครอบคลุมแค่ค่าสินค้าที่คุณจะสั่งมาขาย แต่ควรรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่คุณอาจต้องเสีย เช่น ค่าจัดส่ง ค่าแพ็กสินค้า ค่าโฆษณา ฯลฯ ดังนั้น คุณควรวางแผนให้ดี ว่าเงินทุนของคุณนี้จะสามารถทำให้คุณดำเนินการได้แบบไม่ต้องไปขอยืมคนอื่นทีหลัง ยิ่งถ้าคุณคิดจะลาออกจากงานประจำมาขายของออนไลน์ด้วยแล้ว คุณยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ

  1. จุดยืนของร้าน

วางแผนร้านให้ชัดเจน

เมื่อมีสินค้าแล้ว ก็ถึงเวลาคิดว่าสินค้าของคุณเหมาะที่จะขายส่งหรือขายปลีกมากกว่ากัน บางครั้งการเลือกขายสินค้าส่งในราคาถูก เอากำไรน้อย อาจทำให้คุณรวยแบบไม่รู้เรื่องก็ได้ ในขณะที่สินค้าบางอย่าง เช่น สินค้าแฟชั่น ก็เหมาะที่จะขายปลีกแบบเอากำไรสูง

  1. ช่องทางขายสินค้า

ขายที่ไหนบ้าง? FACEBOOK, INSTAGRAM หรือ LINE@

ช่องทางการขายว่าเราจะเปิดร้านออนไลน์และขายสินค้าของเราบนไหน ก็เป็นอีกปัจจัยที่มีต่อผลต่อความสำเร็จของร้าน เพราะแต่ละช่องทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แตกต่างกัน

  • ขายบนเพจ Facebook เป็นช่องทางที่ง่ายที่สุด คนขายนิยมสูงสุด และก็เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเราได้มากที่สุดเช่นกัน เพราะสมัยนี้ใครๆก็เล่น Facebook กันทั้งนั้น ทำให้สินค้าเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายมาก ยิ่งปัจจุบัน Facebook เปิดให้ลงโฆษณา (Facebook Ads) ที่สามารถตั้งงบที่ใช้ลงโฆษณาและกำหนดกลุ่มเป้าหมายเองด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เปิดเพจขายของบน Facebook ยิ่งฮอตฮิตเข้าไปใหญ่ ทำให้คนหายกลายเป็นเศรษฐีมาแล้วมากมาย
  • ขายบน Instagram เป็นอีกช่องทางที่เริ่มนิยมเป็นอันดับถัดมา โดยจะเน้นการขายผ่านรูปภาพ ลงรายละเอียดได้ไม่มากเหมือน Facebook ดังนั้นหากจะขายผ่านช่องทางนี้ คุณต้องมีฝีมือในการถ่ายภาพสินค้าในระดับนึงเลยแหละถึงจะปัง แต่ถ้ายังฝีมือไม่เข้าขั้นก็ฝึกฝนกันได้นะคะ
  • ขายผ่าน LINE และ LINE@ ช่องทางนี้ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจและควรมี แต่นั่นต้องหลังจากที่คุณมีเพจ Facebook หรือ ร้านบน Instagram แล้วนะคะ เพราะช่องทางนี้เป็นช่องทางที่ร้านสามารถแชทตรงกับลูกค้าได้เลย ลูกค้าจะรู้สึกเหมือนได้คุยกับคนเป็นๆ มากกว่า ร้านค้าส่วนใหญ่จึงใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเก่า เช่น การอัปเดตสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ โปรโมชั่นล่าสุด ฯลฯ
  1. แผนการตลาด

จุดขายดึงดูด ส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย

แผนการตลาด เป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดชะตาของร้านคุณ เพราะถึงคุณจะมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูก แต่ถ้าไม่มีใครรู้จักร้านของคุณก็ไม่มีประโยชน์ คุณจึงควรวางแผนให้ดีว่าจะโปรโมตร้านค้าหรือสินค้าของคุณอย่างไร จะดึงดูดลูกค้าอย่างไร และจะทำให้อย่างไรให้ร้านคุณที่เพิ่งเปิดใหม่เอาชนะร้านอื่นๆ ที่เปิดมาก่อนหน้าคุณได้ การวางแผนการตลาดอาจเริ่มจากขั้นตอนต่อไปนี้

  • วาดภาพเป้าหมายให้ชัดเจน
  • มีขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เช่น เมื่อเปิดเพจแล้วจะทำให้คนรู้จักอย่างไร
  • วางงบประมาณที่จะใช้เพื่อทำให้ขั้นตอนต่างๆ สำเร็จ
  • วางกำหนดเวลาเพื่อประเมิน ตรวจสอบ และปรับปรุงแผน
  1. ช่องทางการชำระเงิน

ยิ่งเยอะยิ่งดี ถ้าขายของแพงรับบัตรเครดิตได้ยิ่งเริ่ด

การชำระเงินควรเป็นเรื่องง่ายสำหรับลูกค้า คุณควรเปิดบัญชีสำหรับร้านของคุณกับธนาคารที่คนส่วนใหญ่ใช้บริการ แทนที่จะเลือกธนาคารที่ไม่เป็นที่นิยมแต่ให้ดอกเบี้ยดี นอกจากนี้ ถ้าคุณวางแผนจะขายสินค้าให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ คุณก็ควรมีบัญชีที่รองรับการโอนเงินจากต่างประเทศ (และมีแผนสำหรับการจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศแบบที่คุณไม่ขาดทุน) บัญชี Paypal นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีและสามารถสมัครใช้งานง่าย

  1. ความอดทนและมุ่งมั่น

คิดไว้เราต้องทำได้

หลายคนเริ่มธุรกิจด้วยความรู้สึกอยากรวยเร็ว เราหวังให้การลงทุนของเราผลิดอกออกผลเป็นกำไรตั้งแต่วินาทีที่เราเริ่มเปิดร้าน แต่นั่นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นความเพ้อฝัน เพราะเมื่อคุณเริ่มเปิดร้าน เป็นไปได้ว่าคุณจะไม่มีลูกค้าเลยในอาทิตย์แรกๆ (ไม่นับเพื่อน ญาติ และคนรู้จัก) อาจมีลูกค้าหลายคนมาให้ความสนใจสินค้าของคุณแต่ก็จากไป คุณจะเริ่มสงสัยว่าคุณทำอะไรผิด บางครั้งอาจถึงขั้นอยากลดราคาแล้วขายทุกอย่างเพื่อให้คืนทุน อย่าทำแบบนั้น คุณต้องมั่นใจและหมั่นตรวจสอบแผนการตลาดของคุณว่าได้ผลตามคาดหรือไม่ และหัดปรับเปลี่ยน ทำอะไรใหม่ๆ เพื่อเรียกลูกค้า และอย่าท้อแท้

  1. เวลา

ยิ่งเร็ว ยิ่งได้เปรียบถ้าคุณเตรียมตัวจะยึดการขายของออนไลน์เป็นอาชีพก็แล้วไป แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ยังต้องทำงานประจำ คุณควรวางแผนบริหารเวลาให้ดี เพราะบางที “ความอยากได้” ของลูกค้าก็มีระยะเวลาจำกัด การที่คุณไม่สามารถโต้ตอบลูกค้าได้ทันเวลา อาจหมายถึงการเสียลูกค้าไป คุณอาจใช้ตัวช่วยอย่างระบบตอบกลับอัตโนมัติPage365 ตอบบทสนทนาจากลูกค้าในเวลาที่คุณไม่ว่าง เพื่อเป็นการซื้อเวลาไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกทอดทิ้งก็ได้

หลังจากนั้นข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงานได้เข้าเยี่ยมชมผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการทอผ้าไหมลายขิดยกดอกจากหมู่บ้านหนองไผ่ล้อม การทอผ้าไหมยกขิดดอกมีขั้นตอนกระบวนการที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนกว่าจะได้มาแต่ผืนต้องใช้ฝีมือ ความชำนาญของผู้ทอและความปราณีต จึงส่งผลให้ผ้าไหมยลายขิดยกดอกมีมูลค่าราคาสูงถึงผืนละ ๔,๐๐๐ ถึง ๘,๐๐๐ บาทเลยทีเดียว และเนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่เราต้องเผชิญกับโรคระบาดโควิด -19 จึงทำให้ชาวบ้านขาดแคลนรายได้ บางรายก็ตกงาน ไม่สามารถจุนเจือคนในครอบครัวได้เหมือนแต่ก่อน ข้าพเจ้าจึงมีความหวังว่า  หากชาวบ้านได้เข้าร่วมโครงการผ้าไหมลายขิดยกดอก ก็จะสามารถสร้างงานสร้างอาชีพในครัวเรือน และสร้างรายได้จากการทอผ้าไหมลายขิด อีกทั้งยังเป็นรักษาภูมิปัญญาที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม ในอนาคตภายภาคหน้าผ้าไหมลายขิดจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนอย่างยั่งยืนสืบต่อไป

ข้าพเจ้าและผู้ปฏิบัติงานได้ลงพื้นที่ไปยัง วัดหนองเก้าข่า ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ทำการทำความสะอาดบริเวณวัดเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัส ทำให้สภาพแวดล้อมสะอาดปลอดเชื้อ และได้จัดหาอุปกรณ์ให้ทำความสะอาดเพื่อนำไปบริจาคให้แก่วัด

ที่มา:

https://www.advancedis.co.th/en/blog/digital-marketing-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C

http://www.thaifranchisecenter.com/document/show.php?docuID=1611

อื่นๆ

เมนู