โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย)

หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

 

          ข้าพเจ้า นางสาวสุปรียา  จิตตำนาน ผู้ปฏิบัติงานประเภทนักศึกษา หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

          เนื่องด้วยวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ข้าพเจ้าและผู้ร่วมปฏิบัติงานตำบลเมืองแฝก ได้เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อเรื่อง “กิจกรรมสามัคคีร่วมใจออกแบบลวดลายผ้าไหมลายขิดร่วมกัน” ณ ห้องประชุม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองแฝก ตั้งอยู่ที่บ้านหนองครก ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

          ซึ่งได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ดร.สินินาฎ รามฤทธิ์ มาเป็นวิทยากรในการบรรยายและให้ความรู้ โดยท่านได้ยกตัวอย่างการออกแบบลายขิดของแต่ละตำบล ดังนี้

ลายนี้มาจากดอกพิกุล

ส่วนลายนี้ เป็นการออกแบบดอกไม้ประจำตำบล และนำสัตว์เลี้ยงประจำตำบลมาออกแบบ สัตว์เลี้ยงประจำตำบลนี้ก็คือ ควาย

          เป็นการออกแบบลายขิดที่นำความโดดเด่น เอกลักษณ์เฉพาะในตำบลของตัวเองมาออกแบบ ท่านได้ให้ผู้ปฏิบัติงานตำบลเมืองแฝกทุกคน ออกแบบลวดลายประจำตำบลเมืองแฝก โดยแจกกระดาษคนละ 1 แผ่น  สามารถออกแบบได้ตามใจชอบ และมีการประกวดการออกแบบลวดลายผ้าไหมลายขิด

รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มีความประณีต สวยงาม โดยได้รับแรงบันดาลใจมากผ้าไหมในหมู่บ้านและนำต้นอ้อยมาออกแบบ

รางวัลชนะเลิศอันดับ 2  การนำพืชเศรษฐกิจประจำตำบลเมืองแฝก (อ้อย) มาออกแบบ

รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 เป็นการนำอ้อยมาออกแบบเช่นกัน

          ส่วนการออกแบบนี้มาจากครก โดยผู้ออกแบบได้อาศัยอยู่ที่บ้านหนองครก ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ จึงได้นำรูปครก และสาก มาออกแบบในครั้งนี้

          และในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 8.00-17.00 น. ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ กิจกรรมส่งเสริมและให้กำลังใจ หัวข้อ “งานอิสระ ลดภาระรายจ่าย สร้างรายได้ให้ครัวเรือน” ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองแฝก ตั้งอยู่ที่บ้านหนองครก ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณอุทัยทิพย์ บุญญาคุณานนท์ ได้มาเป็นวิทยากรในการบรรยายและให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานอิสระ ลดภาระรายจ่าย สร้างรายได้ให้ครัวเรือน ดังนี้

ทำไมอาชีพอิสระถึงได้รับความสนใจของยุคนี้ ?

ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีความเป็นนายของตนเอง คือ สามารถกำหนดงาน เวลาทำงาน และรายได้ด้วยตนเอง โดยเป็นงานที่มีการใช้ความคิด ความรู้ และความสามารถของตนเองโดยตรง

แต่อย่างไรก็ตาม การที่ตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระ ก็ต้องยอมรับในความเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของรายได้ กล่าวคือ บางเดือนมีรายได้สูงมาก บางเดือนมีรายได้น้อย หรือบางเดือนอาจจะไม่มีรายได้เลย เช่นนี้แล้ว จึงมักจะมีคำถามในใจเสมอว่า จะอยู่รอดได้อย่างไร หรือจะมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในระยะยาวหรือไม่ นอกจากนี้ ในกรณีที่เจ็บป่วยหนักจนไม่สามารถทำงานได้ ผู้ประกอบอาชีพอิสระก็ไม่มีสวัสดิการรองรับค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล และคุ้มครองรายได้ในกรณีไม่ได้ทำงาน

ดังนั้น เราจะจัดการอย่างไรให้มีความเชื่อมั่นว่า การประกอบอาชีพอิสระก็สามารถอยู่รอดได้ และสามารถจัดการวางแผนการทำงานได้ว่า ต้องทำงานอีกนานแค่ไหน จึงจะอยู่ในจุดที่เพียงพอ โดยมีแนวทางจัดการ ดังนี้

  1. มีใจรักในงานที่ทำ มีวินัยและมีความอดทนมากพอ โดยทำการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์เพื่อหารายได้จากงานที่ทำให้มีรายได้สม่ำเสมอและมาจากหลายแหล่งรายได้ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงของแหล่งรายได้ นอกจากนี้ ควรวางแผนทำงบประมาณล่วงหน้า ให้มีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายในทุกเดือน
  2. ทำบัญชีแยกค่าใช้จ่ายระหว่างงาน และส่วนตัวออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้ทราบว่า ผลกำไรจากการทำงาน คิดเป็นเท่าไหร่ (Profit margin) หากมีกำไรน้อยเกินไป อาจกลับไปพิจารณาราคาที่เหมาะสมในการรับงาน หรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของงานลงมา และในกรณีของกลุ่มอาชีพอิสระที่มีความไม่แน่นอนเรื่องรายได้สูง ก็ควรจะลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่จำเป็น เพื่อเป็นการลดภาระในช่วงที่ขาดรายได้จากงานที่ทำ
  3. มีเงินเก็บไว้ในสินทรัพย์สภาพคล่อง เพื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉินในยามที่รายได้ไม่เพียงพอ หรือไม่มีรายได้ เช่น บัญชีเงินฝากธนาคาร กองทุนตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น

สภาพคล่องสำรอง = ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน x ( 6 ถึง 12 เดือน)

  1. บริหารความเสี่ยงในเรื่องความคุ้มครองสุขภาพ โรคร้ายแรง และการขาดแคลนรายได้จากการทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยเลือกทำประกันให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้ ตามหลักการของการวางแผนการเงินที่ดี
  2. เมื่อมีรายได้เข้ามา ทำการแบ่งเงิน ดังนี้

-ค่าใช้จ่ายในงานที่ทำ เพื่อเก็บไว้เป็นทุนสำรองในการทำงานครั้งถัดไป

-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว แบ่งออกมาเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ และผันแปร

สร้างวินัยเก็บเงินออม และลงทุนอย่างน้อย 10 – 30 % ของรายได้ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ลงทุนตามเป้าของตัวเองที่ต้องการ โดยแบ่งเป้าหมายตามระยะเวลา ดังนี้

-ระยะสั้น ในช่วง 1-3 ปี เช่น เตรียมเงินดาวน์รถยนต์ ดาวน์บ้าน หรือเพื่อการท่องเที่ยว

-ระยะกลางในช่วง 3-7 ปี เช่น ทุนการศึกษา หรือเพื่อซื้อรถยนต์

-ระยะยาว ตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป เช่น เงินที่จะใช้ยามเกษียณ

  1. เลือกก่อหนี้ที่จำเป็น และไม่ควรก่อหนี้ในสัดส่วนที่สูงเกินกว่า 50 % ของทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ และภาระค่าผ่อนชำระก็ไม่ควรเกิน 30 % ของรายได้เฉลี่ย

ประกอบอาชีพอิสระอีกนานแค่ไหน จึงจะเพียงพอ ?

หากเราได้มีการวางแผนการเงินที่ดีตั้งแต่วันนี้ โดยมีการตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ต้องการอย่างชัดเจน มีวินัยในการเก็บออมและลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และมีการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ก็จะทำให้รู้ว่า เราต้องทำงานหาเงินอีกเท่าไหร่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการจากแผนการเงิน และสามารถคาดการณ์ได้ว่า เมื่อไหร่ที่เราจะได้บรรลุครบตามทุกเป้าหมายที่ต้องการ จึงจะเรียกได้ว่าอยู่ในจุดที่เพียงพอสำหรับตัวเราเอง

นอกจากเรื่องแผนการเงินแล้ว ก็เป็นคำถามในใจเของเราเองว่า ยังมีใจและพลังแรงกายที่จะประกอบอาชีพนี้อยู่หรือไม่ หากยังมีใจและมีแรง ก็จงสู้ในการเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระที่เราเป็นนายของตนเองกันต่อไป

 

ที่มา : https://www.maruey.com/article/contentinjournal/%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2-1077?

อื่นๆ

เมนู