“โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้กับประเทศ”

หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

 

          ข้าพเจ้านางสาวสุภารัตน์ สุรพัฒน์พิศิษฐ์ ประเภทนักศึกษา ในตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมลายยกขิด เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยังยืน ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วให้ประเทศ

เวลา 08:30 น. วันที่ 18 เดือน กรกฎาคม 2564 ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ ประจำเดือนสิงหาคม โดยจัดขึ้น ณ ห้องประชุมมนุษย์สังคมวัฒนา อาคาร 25 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เรื่อง การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมลายขิดยกดอกและการทำตลาดออนไลน์ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรี อานนท์ ด่านดอน รองผู้จัดการบ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นวิทยากรในการอบรมโครงการครั้งนี้ และมีท่านอาจารย์ชมพู อิสริยาวัฒน์ รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นประธานในการอบรม และมีทีมผู้ปฏิบัติงานประจำตำบลเมืองแฝกเป็นผู้รับการอบรมในครั้งนี้ด้วย

การอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมลายขิดยกดอกและการทำตลาดออนไลน์วิทยากรได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการขายออนไลน์ โดยมีถามแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ที่มาอบรม วิทยากรได้ให้เคล็ดลับช่วยในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้า ให้เรารู้ลึกรู้จริง และนำไปต่อยอดในการวางกลยุทธ์ได้ดังนี้

1 WHO ใครคือลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา

2 WHAT สินค้าหรือบริการของเราสามารถช่วยอะไรให้ลูกค้าเราได้บ้าง ลูกค้าต้องการอะไร

3 WHY ทำไมลูกค้ากลุ่มเป้าหมายถึงต้องซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ

4 HOW ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสามารถซื้อสินค้าหรือบริการของเราได้อย่างไร

หลังจากที่ทำความเข้าใจเสร็จทางวิทยากรได้ให้แบ่งกลุ่มออกเป็นทั้งหมด 4 กลุ่ม เพื่อที่จะช่วยกันระดมความคิดแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน โดยแต่ละกลุ่มมีรายละเอียดดังนี้

กลุ่มที่ 1 เป้าหมายคือ คณาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยหรือครูในสถานศึกษา ได้เสนอกระเป๋าผ้าสำหรับใส่เอกสารหรือเป้สะพาย โดยการนำเอาลายขอผ้าไหมขิดยกดอกมาตัดเย็บประดับใส่กับกระเป๋าผ้า และเสนอราคาไว้ที่  399 – 599 บาท ตามขนาดของกระเป๋า

กล่มที่ 2 เป้าหมายคือ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เสนอเสื้อ โดยให้เหตุผลว่า ในหนึ่งสัปดาห์ผู้ว่าจะต้องมีวันที่ใส่เสื้อไทยเลยมีแนวคิดจะผลิตเสื้อไหมลายขิดยกดอก และเสนอราคาไว้ที่  3,000 บาท

กลุ่มที่ 3 เป้าหมายคือ นักท่องเที่ยว ได้เสนอผ้าพันคอ โดยตั้งกลุ่มเป้าหมายเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมและมาซื้อของที่ระลึกภายในสนาม Chang Stadium และได้เสนอราคาไว้ที่ 590 – 1090 บาท

กลุ่มที่ 4 เป้าหมายคือ ผู้ที่เข้ามาใช้บริการห้องพักหรือมาประชุมสัมมนาโครงการต่าง ๆ ที่โรงแรมพนมพิมานในมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ได้เสนอจะทำเป็นพวงกุญแจและแมส กำหนดราคาไว้ที่ 250 บาท

โดยผลิตผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะต้องมีผ้าไหมลายขิดยกดอกเป็นองค์ประกอบหลัก

ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ ได้ทราบเทคนิคการขายออนไลน์และวิธีการดึงดูดลูกค้าที่จะมาซื้อสินค้าเรา

 

เวลา 09.00 น. วันที่ 31 เดือน กรกฎาคม 2564  ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมการอบรมผ่านระบบออนไลน์ เรื่อง การป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโควิด 19 ได้รับเกียรติจาก อาจารย์กนิษฐา จอดนอก อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมโดยมีท่านอาจารย์ชมพู อิสริยาวัฒน์ รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้เข้ามากล่าวเปิดการอบรมออนไลน์

ไวรัสโคโรนา (Coronavirus) เป็นไวรัสที่ถูกพบครั้งแรกในปี 1960 แต่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาอย่างชัดเจนว่ามาจากที่ใด แต่เป็นไวรัสที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ ปัจจุบันมีการค้นพบไวรัสสายพันธุ์นี้แล้วทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดหนักทั่วโลกตอนนี้เป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน คือ สายพันธุ์ที่ 7 จึงถูกเรียกว่าเป็น “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” และในภายหลังถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โควิด-19” (COVID-19)

          การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ดังนี้

  1. การแพร่กระจายจากสัตว์สู่สัตว์
    2. การแพร่กระจายจากสัตว์สู่คน
    3. การแพร่กระจายจากคนสู่คน

          การแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระหว่างคนสู่คนโดย

  • ละอองฝอยของเชื้อ ผ่านทางการไอ จาม เหมือนเชื้อกลุ่มไข้หวัดใหญ่ (Droplets transmission)
  • สัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง แล้วมาสัมผัสบริเวณจมูก ปาก ตา (Contacts transmission)

          การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ประชาชนทั่วไปที่ไมีมีอาการผิดปกติ

  1. หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาด
    2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสเยื่อบุบริเวณใบหน้า (ตา จมูก ปาก) ด้วยมือที่ไม่ได้ล้าง
    3. ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจล (อย่างน้อย 60 % แอลกอฮอล์) อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังไอ จาม, ก่อนสัมผัสบริเวณใบหน้า, หลังเข้าห้องน้ำ, ก่อนรับประทานอาหาร
    4. การใส่หน้ากากอนามัย องค์การอนามัยโลกและ CDC ของสหรัฐอเมริกาไม่ได้แนะนำให้ผู้ที่สุขภาพแข็งแรงใส่หน้ากากอนามัยในสถานการณ์ทั่วไป โดยแนะนำเฉพาะเมื่อต้องเป็นผู้ดูแลผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย  ประเทศไทย แนะนำเพิ่มให้ใส่หน้ากากอนามัย ในกรณีที่มีโอกาสสัมผัสผู้ที่มีเสี่ยงต่อการติดเชื้อ  ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ เช่น โรงพยาบาล สนามบินคนขับรถ มีโอกาสต้องไปอยู่ในที่ที่อาจใกล้ชิดผู้ป่วย เช่น สถานที่แออัด

ประเภทของการล้างมือ

การล้างมือทั่วไป

สบู่ก้อนหรือสบู่เหลว
1. ล้างมือและนิ้วมือ
2. ระยะเวลา 15 -30 วินาที
3. เมื่อมีสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคบนมือ
4. ต้องมีอ่างล้างมือ และผ้าเช็ดมือ

การล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล

  1. แอลกอฮอล์เจล
    2. ล้างมือและนิ้วมือ
    3. ระยะเวลา15 -20 วินาทีจนแห้ง
    4. เมื่อไม่มีสิ่งสกปรกบนมือ
    5. ที่ไหนก็ได้

การปฏิบัติตนของผู้ที่มีอาการของระบบทางเดินหายใจ ไข้ ไอ น้ำมูก จาม เจ็บคอ

  1. ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
    2. เมื่อมีอาการไอหรือจาม
    2.1  ให้ปิดปากและจมูกด้วยกระดาษชาระ แล้วทิ้งในถังขยะหรือถุงพลาสติกหลังจากนั้นล้างมือทุกครั้ง
    2.2  หากไม่มีกระดาษชาระให้ ให้ใช้ต้นแขนแทน
    3. ควรอยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร และอยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก
    4. ควรหยุดงาน/เรียนอย่างน้อย 7-14 วันขึ้นกับอาการ หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
    5. ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ
    6. ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
    7. ทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสเช่น เตียง โต๊ะ ห้องน้ำด้วย น้ำยาฟอกขาว (5% โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 1 ส่วนต่อน้ำ 99 ส่วน)
    8. การทำความสะอาดเสื้อผ้า และผ้าอื่นๆ สามารถซักด้วยผงซักฟอกธรรมดา หรือด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 60 -90 องศาเซลเซียส

คำแนะนำสำหรับการลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แต่ยังไม่มีอาการ เฝ้าระวังตนเอง อย่างน้อย 14 วัน

  • หากมีอาการ ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ควรไปพบแพทย์ โดยระหว่างเดินทางให้
    • ใส่หน้ากากอนามัย
    • เดินทางด้วยรถส่วนตัว และเปิดหน้าต่าง (หากเป็นไปได้)
    • เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีประวัติเสี่ยงเพื่อที่จะได้แยกไปยังจุดแยกโรคของแต่ละโรงพยาบาล

14 วิธี กักตัว 14 วัน ให้ปลอดภัยต่อทุกคน

1.แยกตนเองออกจากครอบครัว

2.เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร

3.สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

4.หากไอหรือจามใช้ทิชชูหรือกระดาษชำระ แยกทิ้งให้เหมาะสม

5.ปวดหัว/มีไข้ ทานยาพาราเซตามอล ทุก 4 – 6 ชั่วโมง

6.หมั่นล้างมือหรือใช้เจลล้างมือทุกครั้งเมื่อสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ

7.ดื่มน้ำ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน

8.ไม่ออกไปพบปะผู้คนในช่วงกักตัว

9.ไม่ทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

10.ควรใช้ห้องน้ำหลังคนอื่น และเช็คทำความสะอาดทุกครั้งด้วยแอลกอฮอล์

11.เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท

12.พักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น

13.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

14.หากิจกรรมทำงานในบ้าน เพื่อความคลายความกังวล

ยอดผู้ติดเชื้อล่าสุดยังสูงขึ้น อยากให้ทุกคนป้องกันตัวเอง สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน

อื่นๆ

เมนู