โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย)

หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

       ข้าพเจ้า นางสาวสุปรียา  จิตตำนาน ผู้ปฏิบัติงานประเภทนักศึกษา หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 18 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมลายขิดยกดอกและการทำตลาดออนไลน์” ที่จัดขึ้น ณ ห้องประชุมมนุษย์สังคมวัฒนา ชั้น 2 อาคาร25 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยได้รับเกียรติจากว่าที่ร้อยตรี อานนท์ ด่านดอน ตำแหน่ง รองผู้จัดการบ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มาเป็นวิทยากรในการให้ความรู้ในครั้งนี้

การอบรมในครั้งนี้เป็นการอบรมเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ ซึ่งตำบลเมืองแฝกของเรามีการทอผ้าไหมลายขิดยกดอก ท่านวิทยากรจึงมาให้ความรู้ในการทำตลาดออนไลน์เกี่ยวกับผ้าไหมลายขิดยกดอก โดยให้ผู้ปฏิบัติงานตำบลเมืองแฝกทุกคนระดมความคิด ทำอย่างไรผ้าไหมลายขิดยกดอกจะเป็นที่น่าสนใจ โดยแบ่งออก เป็น 4 กลุ่ม เพื่อให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เสนอแนวคิดของตนเอง หลังจากแบ่งกลุ่มแล้วท่านวิทยากรได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้แต่ละกลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าอยากจะเสนอผลิตภัณฑ์อะไร เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของตนเองสนใจและซื้อผลิตภัณฑ์ของกลุ่มตัวเอง โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

กลุ่มที่ 1 อาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ พวกเราระดมความคิดกัน แล้วได้เสนอผลิตภัณฑ์เป็นกระเป๋าสำหรับใส่ Notebook หรือเอกสาร โดยมีการนำผ้าไหมลายขิดยกดอกมาตัดเย็บทำลวดลายต่าง ๆ บนกระเป๋าผ้า เพื่อให้มีความสวยงามและเป็นที่น่าสนใจของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยเราจะออกแบบให้กระเป๋าผ้านี้ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และมีการกำหนดราคาอยู่ที่ 399 – 599 บาท ราคาขึ้นอยู่กับความยากง่ายและลวดลายในการจัดทำ

กลุ่มที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด สำหรับกลุ่มนี้ได้มีการเสนอผลิตภัณฑ์ คือ เสื้อ โดยมีการออกแบบเสื้อที่มีลวดลายสวยงามจากผ้าไหมลายขิดยกดอก เพื่อเพิ่มความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถสวมใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และมีการกำหนดราคาประมาณ 3,000 บาท

กลุ่มที่ 3 นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสนามช้างอารีน่า กลุ่มนี้ได้มีการเสนอผลิตภัณฑ์ คือ ผ้าพันคอ โดยผ้าพันคอนี้จะเหมือนผ้าพันคอทั่วไปแต่มีลักษณะที่โดดเด่น คือ มีการทำลวดลายจากผ้าไหมลายขิดยกดอก เพื่อสร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยว สามารถซื้อไปเป็นของฝากหรือใช้เองก็ได้ และมีการกำหนดราคาอยู่ที่ 590 – 1,090 บาท

และกลุ่มที่ 4 ผู้ที่มาพัก/ประชุมที่โรงแรมพนมพิมาน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กลุ่มนี้ได้มีการเสนอผลิตภัณฑ์ คือ หน้ากากอนามัยแบบผ้า โดยสร้างลวดลายจากผ้าไหมลายขิดยกดอก เพื่อสร้างความสนใจให้กับผู้ที่มาพัก/ประชุมที่โรงแรมพนมพิมาน และมีการกำหนดราคาอยู่ที่ 250 ขึ้นไป

สุดท้ายท่านวิทยากรได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบ การตั้งราคาสินค้า โดยสินค้าที่เราจะขายต้องตรงกับความต้องการและความสามารถในการซื้อของกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ และนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดให้กับคนในชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวตำบลเมืองแฝกทุกคน

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลา 09.00-12.00 น. ข้าพเจ้าได้เข้าอบรมออนไลน์ ผ่าน Google Meet ในหัวข้อเรื่อง การป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ซึ่งได้รับเกียรติจาก อาจารย์กนิษฐา จอดนอก อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มาเป็นผู้ให้ความรู้ในครั้งนี้ อาจารย์ได้ให้ความรู้ ดังนี้

โรคไวรัสโคโรน่า เป็นไวรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอ โดยไวรัสโคโรน่าถูกพบครั้งแรกในปี 1960 แต่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาอย่างชัดเจนว่ามาจากที่ใด แต่ก็เป็นไวรัสที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ โดยก่อให้เกิดโรคระบาดระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ซึ่งก่อนหน้านี้มีการค้นพบไวรัสสายพันธุ์นี้แล้วทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดหนักทั่วโลกตอนนี้ เป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน คือสายพันธุ์ที่ 7 จึงถูกเรียกว่าเป็นไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ และในภายหลังจึงถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่าโควิด 19 (COVID-19)

เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ที่มีการระบาดแพร่หลายในประเทศไทย สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ในประเทศไทย เราพบผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563 ซึ่งในช่วงแรกจะพบการติดเชื้อเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จากนั้นจึงค่อยเกิดการแพร่ระบาดในประเทศเกิดขึ้น โดยสายพันธุ์ดั้งเดิมที่แพร่ระบาดในช่วงปี 2563 คือสายพันธุ์ A.6 ก่อนที่จะพบสายพันธุ์ B.1.36.16 ที่มาจากประเทศเมียนมาร์ ซึ่งระบาดในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2564 และปัจจุบันยังพบการระบาดของสายพันธุ์อื่น ๆ อีก 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่

  1. สายพันธุ์อังกฤษ พบครั้งแรกที่อังกฤษ สายพันธุ์นี้มีการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ประมาณ 40- 70% นอกจากนี้ยังพบว่ามีความรุนแรงมากขึ้นทำให้มีอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตสูงขึ้นถึง 30%
  2. สายพันธุ์แอฟริกาใต้ พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ สายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งสำคัญ จึงทำให้เชื้อไวรัสมีความสามารถในการหลบหลีกภูมิคุ้มกันของร่างกายที่สร้างขึ้นมาได้ นั่นหมายความว่าผู้ที่เคยติดเชื้อแล้ว หรือได้รับวัคซีนแล้ว แม้จะมีภูมิคุ้มกันก็อาจจะยังสามารถติดเชื้อโควิด-19
  3. สายพันธุ์อินเดีย พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย ก่อนจะมีการกระจายไปในหลายสิบประเทศ โดยในประเทศไทยพบที่คลัสเตอร์แคมป์คนงานหลักสี่ ไวรัสสายพันธุ์นี้ได้รับการยกระดับเป็นไวรัสกลายพันธุ์ที่น่ากังวลใจ (VOC) ในต้นเดือนพฤษภาคม 2564 เนื่องจากมีการแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อังกฤษถึง 60 %

และได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับประสิทธิภาพวัคซีน COVID-19 อีกด้วย โดยประสิทธิภาพวัคซีน Pfizer อยู่ที่ 95% วัคซีน moderna อยู่ที่ 94.5% วัคซีน AstraZeneca เฉลี่ยอยู่ที่ 70.4% และวัคซีน sinovac >50% แต่ปัจจุบันก็ยังมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 หมั่นล้างมือบ่อย ๆ และดูแลสุขภาพตนเองด้วย

 

แหล่งที่มา : https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index.php

https://www.cmu.ac.th/th/article/13131c29-0537-4cef-8bb0-c32eb82e48ab

 

 

อื่นๆ

เมนู