โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้กับประเทศ”

หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

ข้าพเจ้า นายสุรศักดิ์ โต่นวุธ ผู้ปฏิบัติงานประเภทนักศึกษา หลักสูตร HS05 การทอผ้าไหมขิดยกดอก เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน ประจำตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

 

 

 

 

 

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีการระบาดของโรค Covid 19 ทำให้การลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ไม่สามารถทำได้อย่างปกติ บทความต่อไปนี้จึงเป็นการนำเสนอเกี่ยวพืชพันธุ์ทางการเกษตรของบ้านหนองขุนปราบน้อย ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ปฏิบัติงาน

การเพาะปลูก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำการเพาะปลูกมากที่สุด แต่ผลผลิตต่อไร่ต่ำสุด เนื่องจากดินไม่อุดมสมบูรณ์ เช่น การปลูกข้าว พืชไร่ที่สำคัญ ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา โดยพบว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เกิดปัญหาดินเค็ม ขาดความอุดมสมบูรณ์

ขาดแคลนน้ำมากที่สุด เนื่องจากดินเป็นดินปนทรายไม่อุ้มน้ำ

พืชที่พบในพื้นที่ ได้แก่

ข้าว

ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ลักษณะข้าวที่ปลูก จึงเป็นข้าวที่ปลูกได้เฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น เป็นฤดูการทำนาปกติ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมและเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นล่าสุดไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากข้าวพวกนี้ต้องอาศัยช่วงแสงที่สั้นลงในต้นฤดูหนาว เป็นกลไกบังคับให้ออกดอกหรืออกรวง พันธุ์ข้าวพื้นเมืองส่วนใหญ่จะเป็นข้าวไวต่อช่วงแสง

 

มันสำปะหลัง

จังหวัดบุรีรัมย์มีผลผลิตทางการเกษตรเป็นมันสำปะหลัง 500,000 – 1,000,000 ตัน ต่อปี ดินมันสําปะหลังในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นดินเนื้อหยาบ ได้แก่ ดินทราย ดินทรายร่วน และดินร่วนปนทราย ดินประเภทนี้ในชั้นดินบน มีอนุภาคดินขนาดเม็ดทรายสูง และมีอนุภาคดินขนาดเม็ดเล็กกว่า ในรูปทรายแป้ง และแร่ดินเหนียวต่ำ มีโครงสร้างไม่ดี อุ้มน้ำและ ดูดยึดธาตุอาหารพืชได้น้อย เกิดการชะละลายของธาตุอาหารพืชได้ง่าย อ่อนไหวต่อการเกิดชั้นดานใต้ผิวดิน ชั้นน้ำใต้ดินชั่วคราว และอาจเกิด แผ่นแข็งปิดผิว ถ้าจัดการดินไม่ดี ทําให้ดินมีอัตราการแทรกซึมน้ําต่ำ เกิดการไหลบ่าของน้ำ น้ำท่วมขังบนผิวดิน และเกิดการกร่อนดิน และที่สําคัญคือ มีปริมาณอินทรียวัตถุและธาตุอาหารพืชในดินต่ำ มีผลทําให้สมบัติโดยรวมเป็นดินที่จํากัดการเติบโตและให้ผลผลิต มันสําปะหลังต่ำ

อ้อย

อ้อยถือเป็นพืชทางการเกษตรอีกชนิดที่พบเห็นในพื้นที่บ้านหนองขุนปราบมาก รองจากนาข้าว “อ้อย”เป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สําคัญของประเทศ เป็นวตัถดิบหลักที่ผลิตน้ำตาลทรายและพลังงานทดแทนที่มี ความสําคัญต่อระบบเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก (เดลินิวส์ ออนไลน์ )

ยางพารา

ปัญหาสวนยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบความล้มเหลวในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากเกษตรกรบางรายปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม เช่น พื้นที่ลุ่มที่เคยใช้ปลูกนาข้าว พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น พื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง หรือระดับน้ำใต้ดินอยู่ใกล้ผิวดิน พื้นที่ที่มีชั้นดาน หรือดินที่มีชั้นกรวดอัดแน่น หรือแผ่นหินแข็งในระดับลึกจากผิวดิน ประมาณ 1 เมตร จึงเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของต้นยางพาราหลังจากปีที่ 3 ทำให้ต้นยางชะงักการเจริญเติบโต ขอบใบแห้ง เกิดอาการตายจากยอดและยืนต้นตายในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากรากแขนงของต้นยางพาราไม่สามารถชอนไช เพื่อดูดน้ำในฤดูแล้งได้

ปัญหาการปลูกยางพาราในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว หากไม่ได้รับการแก้ไขจะเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจ จึงอยากแนะนำให้เกษตรกรขุดคูระบายน้ำออกจากแปลงยางพาราให้ลึกกว่าระดับน้ำใต้ดิน (ซึ่งระดับน้ำใต้ดินในแต่ละพื้นที่ย่อมแตกต่างกัน) จึงจะสามารถระบายน้ำได้ และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยมูลสัตว์ หรือปุ๋ยหมัก เพื่อปรับโครงสร้างของดินให้ร่วนซุย ทำให้การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศของดินดีขึ้น ก็จะช่วยให้ต้นยางพารารอดตาย อย่างไรก็ดี ก่อนตัดสินใจปลูกยางพารา เกษตรกรควรพิจารณาเลือกพื้นที่ปลูกที่เหมาะสมจะเป็นการดีกว่าปลูกยางพาราในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เพราะการมาจัดการสวนยางพาราในภายหลัง ย่อมเพิ่มต้นทุน ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าและอาจไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

นอกจากพืชทางการเกษตรแล้ว สัตว์เลี้ยงที่นิยมเลี้ยงกันมากในพื้นที่ ก็คือ “วัว”

ประโยชน์ของชาวบ้านที่ได้รับจากการเลี้ยงวัว ส่วนหนึ่งจะเลี้ยงไว้เพื่อขาย และอีกส่วนหนึ่งเพื่อนำมูลไปหมักเป็นปุ๋ยสำหรับรองพื้นในนาข้าว หรือไว้ใส่ในพืชสวนทางการเกษตร

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.saranukromthai.or.th/

https://km.raot.co.th/

https://www3.rdi.ku.ac.th/

อื่นๆ

เมนู