1. หน้าแรก
  2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  3. HS06 - ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ
  4. HS06-กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเพาะเห็ดฟางและปุ๋ยชีวภาพจากฟางข้าว และเปลือกมันสำปะหลัง การติดตามความก้าวหน้าโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า และพัฒนากิจกรรมผลิตปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ประจำเดือนตุลาคม 2564

HS06-กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเพาะเห็ดฟางและปุ๋ยชีวภาพจากฟางข้าว และเปลือกมันสำปะหลัง การติดตามความก้าวหน้าโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า และพัฒนากิจกรรมผลิตปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ประจำเดือนตุลาคม 2564

หลักสูตร: HS06 โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตําบลแบบบูรณาการ 1 ตําบล 1 มหาวิทยาลัย จาก มหาวิทยาลัยสูตรตําบลเพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ประจําเดือน ตุลาคม 2564

ข้าพเจ้า นางศุภาณัน ริชาร์ดส ผู้ปฏิบัติงาน ประเภทประชาชน รับผิดชอบการดำเนินงานในเขต พื้นที่ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

จากการติดตามโรงเรือนเพาะเห็ดบ้านหนองตาดตามุ่ง พบสภาพปัญหาที่เจอในการติดตามโรงเรือนเพาะเห็ดบ้านหนองตาดตามุ่ง คือ ก้อนเห็ดเป็นราเขียว ผู้ดูแลโรงเรือนบอกว่าลองแคะตรงราเขียวออกแล้วแต่ราเขียวยังคงลุกลามอยู่แก้ไม่ได้ ซึ่งเป็นเฉพาะชุด 750 ก้อน ที่เปิดดอกรอบหลัง  การแก้ปัญหาคือเวลาแคะหน้าก้อนหลังเก็บดอกให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ดช้อนก่อนแคะก้อนทุกครั้ง แต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ คุณภัทรา ภูมรา เจ้าของฟาร์มเห็ดสวนครูอ๋อย สรุปการรักษาเบื้องต้นคือ แยกชุดที่เป็นราเขียวออกจากกลุ่มแล้วงดการรดน้ำ 4-5 วัน แล้วรอดูอาการ

จากการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าของฟาร์มเห็ดในยูทูป ดังนี้

สาเหตุการเกิดราเขียว

1.มีความชื้นสะสมในโรงเรือนมากเกินไป

2.การเคลียร์หน้าก้อนไม่สะอาด

3.การรดน้ำต่อเนื่องไม่พักหน้าก้อน

4.แมลงหวี่เข้าไปวางไข่ไว้ในก้อน

วิธีแก้ราเขียว

1.ดึงคอขวดออก แล้วใช้หนังยางมัดปากถุงให้แน่น

2.ตั้งทิ้งไว้อย่าให้โดนแดดประมาณ 3-4 วัน

3.ใช้แอลกอฮอล์เช็ดหางช้อนเวลาแคะหน้าก้อน

4.ใช้ช้อนขูดคราบราเขียวออกให้หมด

5.ใส่คอขวดกลับคืน และควรนำไปเลี้ยงแยกจากหาก

6.รีดหน้าก้อน

วิธีป้องกันราเขียว

1.ช่วงเปิดหน้าก้อนควรแคะเมล็ดข้าวฟ่างออกให้หมด

2.อย่ารดน้ำกัอนเห็ดมากเกินไป

3.ช่วงพักหน้าก้อนหลังเก็บดอกต้องรดน้ำ 3-4 วัน

ราเขียวในก้อนเห็ด

 

ข้าพเจ้าเข้าร่วมประชุมในวันที่ 5 ตุลาคม 2564 อาจารย์ประจำหลักสูตรได้ประชุมเรื่องการเก็บข้อมูล SROI  แบบสอบถาม การประเมินผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจ และสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการทบทางเศรษฐกิจและสังคมของโครงการ ฯ และสามารถนำผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไปใช้พัฒนา 1)พัฒนา framework ของการประเมินผลตอบแทนทางสังคม ที่เหมาะสม 2)ประเมินผลตอบแทนทางสังคม(SROI)ของโครงการ เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าของการลงทุนและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม รวมทั้งนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนากลไกการบริหาร การติดตามและการประเมินผลลัพธ์ทางสังคม โดยการเก็บข้อมูลแบบสอบถามจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินโครงการทั้งหมด 11 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 11 แบบสอบถาม ซึ่งจะเป็นหลักสำคัญของฐานข้อมูลที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดโครงการในอนาคตต่อไป โดยข้อมูลที่เก็บมีดีฝังนี้ 1) ตำบลเป้าหมาย  2)ลูกจ้างโครงการ  3)ครอบครัวลูกจ้าง  4)ชุมชนภายใน  5)ชุมนุมภายนอก  6)อาจารย์ผู้ดูแลโครงการ  7)เจ้าหน้าที่โครงการ (USI)  8)ผู้แทนตำบล  9 หน่วยงานภาครัฐ  10)อปท  11)เอกชนในพื้นที่

วันที่ 7 ตุลาคม 2564 ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฎิบัติงานได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลSROI ณ ศาลาประชาคม บ้านแสลงพัน หมู่ 7 โดยได้รับการต้อนรับจากผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างดี ในการพบกลุ่มครั้งนี้ได้มีการหารือเพื่อแบ่งภาระงานให้กับผู้ปฏิบัติงานได้ช่วยกันเก็บข้อมูลให้แล้วเสร็จ ข้าพเจ้าหัวข้อชุมชนภายนอกโดยเก็บข้อมูลร้านอุปกรณ์ก่อสร้างในตลาดลำปลายมาศ และกรอกข้อมูลของลูกจ้างโครงการ ประเภทประชาชน จากนั้นได้แนะนำตัวผู้ปฏิบัติงานชุุดเก่าแก่ผู้ปฏิบัติงานชุดใหม่ให้รู้จักกันและเป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในทีมงานเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว และได้ไปเยี่ยมโรงเรือนเพาะเห็ดบ้านหนองตาดตามุ่ง หมู่ 5 ทั้งคณะได้เข้าไปดูก้อนเห็ดที่เป็นราเชียวและพูดคุยกับคนดูแลโรงเรือนถึงการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว สรุปคือจะย้ายก้อนราเขียวออกและจะทำชั้นเพิ่มเพื่อจะได้ย้ายก้อนเห็ดมาไว้ชั้นวางเห็ดชุดใหม่ และจะทำชั้นวางเห็ดชุดเก่าใหม่เพราะฐานชั้นทรุดลงจนชั้นวางเห็ดจะแคง ซึ่งจะได้นัดหมายกับทีมผู้ปฎิบัติงานอีกครั้ง เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จากนั้นข้าพเจ้าก็ได้คุยรายละเอียดการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนกับผู้ใหญ่บ้านแสลงพัน หมู่ 7 โดยให้คำแนะนำการบันทึกการประชุมเพื่อแนบส่ง  การเขียนชื่อสมาชิก การแจ้งสถานที่ที่ใช้ในการรวมกลุ่มทำอาชีพ อย่างละเอียดพร้อมมอบใบสมัครไว้กับผู้ใหญ่บ้านแสลงพัน ก่อนแยกย้ายไปเก็บข้อมูล SROI ให้แล้วเสร็จ

การลงเก็บข้อมูล SROI

การติดตามโรงเรือนเพาะเห็ดบ้านหนองตาดตามุ่ง หมู่ 5

 

วันที่ 16 ตุลาคม 2564 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานตำบลแสลงพันโดยแยกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อสะดวกต่อการอบรมและรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันการระบาดของโรคระบาดไวรัสโคโรนา-19 โดยกลุ่มที่ 1 จัดอบรม ณ สถานที่ศาลาประชาคม บ้านแสลงพัน หมู่ 7 มีจำนวนอาสาสมัครเข้าร่วมจำนวน 14 คน จากตัวแทน 8 หมู่บ้าน อบรมในรอบเช้า และกลุ่มบ้านบุขี้เหล็กพัฒนา จำนวน 6 คน อบนมในช่วงบ่าย ในครั้งนี้มี อาจารย์ดร.สุธีร๋กิต ฝอดสูงเนิน อาจารย์ ประจำหลักสูตรได้ประชุมชี้แจงสมาชิกกลุ่มต่างๆ เพื่อจัดทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหารในครัวเรือน และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และพร้อมทั้งมอบวัสดุพัฒนากิจกรรม แนะนำการส่งเสริมการทำน้ำหมักจากเศษอาหาร การประกวดชุมชน/ ครอบครัวต้นแบบ ซึ่งกลุ่มอาสาสมัครก็ได้ให้ความร่วมมือ และสนใจกิจกรรมดังกล่าว และยังพร้อมที่จะเป็นครอบครัวต้นแบบและจะนำองค์ความรู้ไปขยายต่อให้แก่บุคคลอื่นในชุมชนต่อไป โดยมีผู้คอยแนะนำ ช่วยเหลือ และติดตามความก้าวหน้าของอาสาสมัครเป็นระยะๆในครั้งถัดไป (ครั้งที่ 2 )  23-29 ตุลาคม 2564

อบรมการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในครัวเรือน และมอบอุปกรณ์ทำปุ๋ยหมักแก่อาสาสมัครในชุมชน

 

หลักสูตรการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในครัวเรือน

สูตรที่ 1 การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

วัสดุและอุปกรณ์

1.เศษอาหารแห้ง เช่น เศษข้าว เศษขนมปัง ก้างปลา เปลือกไข่ เปลือกผลไม้ 1 ส่วน

2.มูลสัตว์ เช่น ขี้วัว ขี้ไก่ ขี้ม้า 1 ส่วนใ

3.ใบไม้ 1 ส่วน

4.ถังขนาด 20 ลิตร

5.ตาข่ายกันแมลง

วิธีทำ

1.นำถังขนาด 20 ลิตร มาเจาะรูไว้รอบถังแล้วใช้ตาข่ายกันแมลงพันให้รอบ เพื่อช่วยระบายอากาศและป้องกันแมลงรบกวน

2.ผสมเศษอาหารแห้งที่มีขนาดเล็กและไม่มีน้ำ เช่น เศษข้าว เศษขนมปัง ก้างปลา เปลือกไข่ และเปลือกผลไม้ เข้ากับมูลสัตว์ เช่น ขี้วัว ขี้ไก่ ขี้ม้า และเศษใบไม้ ในอัตรา 1:1:1 ส่วน

3.คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วปิดฝาให้สนิท ถ้าหากวันต่อไปมีเศษอาหารเพิ่ม ก็นำมาเติมเข้าไปได้ แต่อย่าลืมผสมในอัตราส่วนเท่าเดิมด้วย

4.พลิกกลับส่วนผสมวันละ 1-2 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน

หมายเหตุ: ในช่วงแรกไม่จำเป็นต้องเติมน้ำ เพราะเศษอาหารมีความชื้นอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าส่วนผสมเริ่มแห้งลง ก็สามารถพรมน้ำเข้าไปได้เล็กน้อย โดยจะใช้เวลาในการหมักประมาณ 1 เดือน ก็จะได้ปุ๋ยหมักสีดำขนาดเล็ก ที่แห้งสนิทและไม่มีกลิ่นเหม็นไว้ใช้บำรุงต้นไม้แล้ว

สูตรทึ่ 2 การทำปุ๋ยหมักชีวภาพแบบน้ำ

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม มีดังนี้

1.ถุงกระสอบดินสำหรับใส่เศษอาหาร

2.ถังมีฝาปิด ขนาดที่สามารถใส่น้ำได้ 10 ลิตรขึ้นไป

3.น้ำตาล 1 กิโลกรัม

4.น้ำสะอาด 10 ลิตร ควรพักคลอรีนไว้สัก 1-2 คืน

วิธีทำ

1.นำน้ำสะอาด 10 ลิตร มาเติมลงในถัง ใส่กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม หรือใส่น้ำตาล 1 ส่วน ใช้ไม้กวนให้เข้ากัน

2.นำเศษอาหารใส่ลงในกระสอบ (กระสอบดินถุงที่พอจะมีช่องระบายอากาศ) มัดปากถุงแล้วแช่ลงไป โดยเเนะนำว่าไม่ควรใส่เศษอาหารเกิน 3 ส่วน

3.หมักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 วัน โดยควรปิดฝาให้สนิท เพื่อให้แมลงจะได้ไม่มาไข่ เเละทำให้ถังหมักของเราไม่มีหนอน

วิธีนำมาใช้

1.เวลานำมาใช้รดน้ำต้นไม้ ก็ควรจะผสมให้เจือจาง เเนะนำว่าควรใช้ 2 ชัอนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 บัว (ประมาณ 20 ลิตร)

2.ส่วนกากที่เหลือก็สามารถนำไปหมักเป็นปุ๋ยต่อได้  โดยนำมาผสมกับใบไม้แห้ง เเละปุ๋ยคอก  รดน้ำ ปรับความชื้น 60% คือ เมื่อบีบแล้วไม่มีน้ำไหลซึมออกจากง่ามมือ และเมื่อแบมือออก ปุ๋ยยังคงจับตัวกันเป็นก้อน และทิ้งไว้ประมาณ 2 อาทิตย์ หรือสังเกตดูจนปุ๋ยหายร้อน ก็สามารถนำไปใช้ได้

หมายเหตุ: ระหว่างการหมัก ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเทเข้าเทออกสักหน่อย คล้ายๆ กับเป็นการกลับกองไปในตัว เเต่ถ้าลองสังเกตหรือจับดูเเล้วปุ๋ยที่หมักไม่ร้อนแสดงว่ากระบวนการหมักไม่เกิด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าเราปรับความชื้นไม่เหมาะสม

สูตรที่ 3 การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในครัวเรือนแบบฝังดิน

วัสดุอุปกรณ์

1.ถุงผ้าแยงเขียว     1 ใบ

2.เศซอาหารทึ่สะสไว้หลายวัน 1 ถัง

3.น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย  1  ขันพลาสติก หรือ จุลินทรีย์น้ำซาว

วิธีทำ

1.ขุดดินเป็นหลุมลึกพอประมาณกับถุงที่ใส่เศษอาหาร

2.หย่อนก้นถุงผ้าแยงลงไปในหลุมแล้วเทดศษอาหารลงไปให้เต็ม

3.เทน้ำหมักที่เตรียมไว้ให้และมัดปากถุงผ้าแยงให้แน่น แล้ววางถุงลงแนวนอน

4.เอาดินกลบให้ทั่วถึง ไม่ต้องกลบแน่น หาป้ายเขียนวันหมักไว้เพือ่กันลืม หมักไว้ประมาณ 30 วันก็ขุดเอามาใช้ประโยชน์ได้

## น้ำหมักน้ำซาวข้าว ##

1.น้ำซาวข้าว      1- 1.5    ลิตร

2.น้ำตาลทราย       2 ช้อนโต๊ะ

3.นมเปรี้ยว             2 ช้อนโต๊ะข

4.ขวดพลาสติกขนาด 1- 1.5 ลิตร

วิธีทำ

เทน้ำซาวข้าวที่เตรียมไว้ลงขวด ตามด้วยน้ำตาลทราย และนมเปรี้ยว เขย่าให้น้ำตาลละลายปิดฝาหลวมๆหมักไว้ 1 อาทิตย์

  • ประโยชน์ของปุ๋ยหมัก

1.ปุ๋ยหมักเป็นการนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์ใหม่ จึงช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์เข้าระบบการจัดการขยะได้ปุ๋

2.ปุ๋ยยหมักบางชนิดมีจุลินทรีย์ที่ช่วยยับยั้งและป้องกันจุลินทรีย์ที่ทำให้พืชเป็นโรคได้ปุ๋

3.ปุ๋ยหมักมีธาตุอาหารครบถ้วน ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม

4.ปุ๋ยหมักเป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตในดินที่เป็นประโยชน์ จึงช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีขึ้น

5.ปุ๋ยหมักมักจะปล่อยธาตุอาหารให้พืชอย่างช้า ๆ ทำให้อยู่ในดินได้ค่อนข้างนาน จึงมีโอกาสเสียน้อยกว่าปุ๋ยเคมี

6.ปุ๋ยหมักช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของดินให้เหมาะสมได้ ต่างจากปุ๋ยเคมีที่มีแอมโมเนียเป็นส่วนประกอบ จึงอาจจะทำให้ดินแปรสภาพเป็นกรด

7.ปุ๋ยหมักช่วยเพิ่มจุลินทรีย์และอินทรียวัตถุ ทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น เช่น ร่วนซุย ระบายน้ำดี ถ่ายเทอากาศสะดวก และรากแผ่กระจายหาอาหารง่ายขึ้น ในขณะที่ปุ๋ยเคมีไม่มีคุณสมบัติในการปรับปรุงดินใด ๆ

8.ปุ๋ยหมักช่วยลดค่าใช้จ่ายและทำให้ประหยัดเงิน เพราะสามารถใช้แทนปุ๋ยเคมีได้ สามารถลดปริมาณการซื้อปุ๋ยเคมีลงได้ แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้อสารเคมีหรือยาป้องกันแมลงศัตรูพืชด้วย

กิจกรมมาที่จะดำเนินต่อไปคือ

1.มอบวัสดุพัฒนากิจกรรมและบรรจุภัณฑ์เพิ่ม 23-29 ตุลาคม 2564

2.ติดตามความก้าวหน้าการปฏิบัติงาน และให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ (ครั้งที่ 3) 30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2564

3.จัดทำบัญชีครัวเรือนเกี่ยวกับการลดรายจ่ายของครัวเรือน  หลังจากเริ่มปฏิบัติตามกิจกรรม 30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2564

4.การประกวด มอบรางวัล  ชุมชน และครอบครัวต้นแบบ  6-12 พฤศจิกายน 2564

5.ขยายเครือข่าย ส่งมอบความรู้สู่ชุมชนโดยสมาชิกชุมชนต้นแบบ  13-19 พฤศจิกายน 2564

6.พัฒนาและส่งเสริมแหล่งเรียนรู้การเพี่งพาตนเองด้วยหลักปรัซญาเศรษฐกิจพอเพียงบนฐานกิจกรรมการประยุกต์ใช้เศษวัสดุเหลือใช้ 13-19 พฤศจิกายน 2564

ติดต่อประสานงาน ให้คำเเนะนำ สมาชิกเป้าหมายหมู่บ้านหนองตาดตามุ่งจำนวน  6 คน ดังนี้การให้คำปรึกษาเรื่อการแก้ไขเชื้อราในก้อนเห็ดนางฟ้า การต่อยอดผลิตเห็ดนางฟ้าและการต่อยอดการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเห็ดและของดีในชุมชนเพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประจำชุมชนต่อไป

ผลิตภัณฑ์ในชุมชน

 

งานมอบหมายอื่นๆคือ ได้ประชุมกับเลขาที่ได้รับมอบหายจากอาจารย์ประจำหลักสูตร และประชุมหารือกับทีมผู้ปฏิบัติงานในภาระวานที่ได้รับมอบหมายเพื่อแบ่งงานและช่วยกันทำงานให้เสร็จตามเป้าหมาย ประสานงานติดต่อการใช้สถานที่กับผู้นำชุมชนเพื่อใช้อบรม เป็นต้น

แผนปฏิบัติงานในเดือนพฤศจิกายน 2564
1.จัดทำสื่อและตลาดออนไลน์
2 พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ต้นแบบ
3.จัดประกวดเพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์
4 จัดทำเล่มรายงานการปฏิบัติงานในโครงการ U2T ให้แล้วเสร็จ

 

คลิปวีดีโอปฏิบัติการประจำเดือนตุลาคม 2564

อื่นๆ

เมนู