บทความสรุปผลการปฏิบัติงาน

โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมตำบลแบบบูรณาการ

บ้านหนองระนาม หมู่ 2 ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

โดย นางสาวกาญจนาวดี เคหาห้วย กลุ่มนักศึกษา

***************************************************

     ลงพื้นที่เสนอโครงการต่อประชาชน บ้านหนองระนาม หมู่ที่ 2 ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ  จังหวัดบุรีรัมย์ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

          ข้าพเจ้า นางสาวกาญจนาวดี เคหาห้วย ประเภทนักศึกษา รับผิดชอบในตำบลแสลงพัน ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ได้เข้าร่วมอบรมเรื่องการทำเห็ดฟาง เพื่อนำมาพัฒนาหมู่บ้านหนองระนามและเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณการ 1 ตำบล 1 มหาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ ได้มีการประชุมกันในทีมงานในวันที่ 28 เมษายน 2564ประชุมกันเรื่องการจัดทำโครงการ การเข้าร่วมโครงการ การทำบทความ การทำรายงานผลการปฏิบัติงาน และการวางแผนการทำงานของเดือนถัดไป ทั้งนี้ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 3 คน ระหว่างวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2564 เวลา 09:30 ณ ที่บ้านหนองระนาม ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้เข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านเรื่องการจัดทำเห็ดฟาง และการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับชาวบ้าน โดยมีสมาชิกที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 5 คน คือ

          1.นางสาวโยทะกา บัวงาม

          2.นางสำอาง บุตรธิยากลัด

          3.นางสุรัตวดี แสงเงิน

          4.นางสำลี อักษรณรงค์

          5.นายทน ทองศรี

          บริบททั่วไป

    จากการที่ได้ลงไปสำรวจลงพื้นที่ ที่บ้านหนองระนาม พบว่าบริบทของหมู่บ้านยังไม่ได้รับการพัฒนาค่อนข้างมาก เช่น ถนน ไฟฟ้าส่องสว่าง คลองน้ำเสียตามถนน เป็นต้น โดยทั่วไปชาวบ้านในชุมชนให้ความร่วมมือและมีความสนใจเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการที่เราได้เชิญชวน บริบทของชุมชนโดยภาพรวมแล้วน่าอยู่ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ทำไร่ ทำนา ทำสวน เป็นส่วนใหญ่ หมู่บ้านมีความสะอาด ชุมชนไม่แออัด มีอากาศบริสุทธิ์อย่างมาก ขาดแคลนน้ำใช้ในหน้าแล้ง อีกทั้งประชาชนในหมู่บ้านต้องการสานต่อตลาดชุมชนบริเวณหน้าหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านมีโอกาสนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ นำไปจุนเจือครอบครัว และชาวบ้านมีความประสงค์ให้มหาวิทยาลัยเข้าไปดำเนินการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตรและสร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชน ซึ่งจะสอดคล้องกับโครงการที่เราทำ คือ การทำเห็ดฟางจากเศษวัสดุเหลือใช้ในครัวเรือน       

          ผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อยอดพัฒนา คือ เห็ดฟาง

โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาได้ง่าย ตามครัวเรือนและเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งบในการจัดทำน้อย แต่ยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนหรือครัวเรือนเป็นอย่างดี เห็ดฟางเป็นเห็ดที่เพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี มีอายุการเพาะสั้นประมาณ 10-15 วัน วัสดุที่นำมาเพาะเห็ดฟางมีหลากหลาย เช่น เปลือกถั่วเขียว, ทะลายปาล์มน้ำมัน. มันเส้น, ผักตบชวา, ต้นกล้วยสับแห้ง, ขี้เลื่อย, ฟางข้าวและตอซังข้าวการเพาะเห็ดฟางมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากเหมือนกับการเพาะเห็ดอื่นๆ ไม่ต้องมีการนึ่งฆ่าเชื้อในวัสดุเพาะ

วัสดุอุปกรณ์ก็ใช้

1.ตะกร้าไม้ไผ่ หรือพลาสติก ที่มีตาห่างกันประมาณ 1 นิ้ว

2.ก้อนเชื้อเห็ดฟาง

3.หยวกกล้วย หรือ ผักตบชวา สับละเอียด

4.รำข้าว

5.ฟาง

6.พลาสติกใส สำหรับคลุม

ประโยชน์ของเห็ดฟาง

  1. เห็ดฟางมีสารที่ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของไวรัส
  2. เห็ดฟางมีสรรพคุณช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
  3. ประโยชน์ของเห็ดฟางช่วยป้องกันโรคหัวใจ
  4. เห็ดฟางช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
  5. เห็ดฟางไม่มีไขมัน จึงไม่ทำให้อ้วน
  6. เห็ดฟางมีวิตามินซีสูง จึงช่วยแก้ไข้หวัด และทำให้ผิวพรรณสดใส
  7. สรรพคุณเห็ดฟางช่วยลดอาการช้ำใน และรอยฟกช้ำ
  8. เห็ดฟางให้ประโยชน์ช่วยลดปวดบวมตามร่างกาย
  9. เห็ดฟางช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง
  10. เห็ดฟางช่วยให้ระบบการทำงานของตับและร่างกายเกิดความสมดุล
  11. สรรพคุณเห็ดฟางเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
  12. เห็ดฟางช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  13. ประโยชน์ของเห็ดฟางช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
  14. เห็ดฟางมีสรรพคุณช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  15. เห็ดฟางบรรเทาอาการช้ำใน หรืออักเสบภายในร่างกาย
  16. เห็ดฟางช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย และลดความร้อนในร่างกาย เพราะเห็ดฟางมีฤทธิ์เย็น
  17. ประโยชน์เห็ดฟางมีเส้นใยอาหารทำให้ขับถ่ายสะดวก

                                     

รูปภาพที่ 1.1 อบรมเรื่องการทำปุ๋ยและเห็ดฟาง               รูปภาพที่ 1.2 การทำปุ๋ยหมักจากต้นกล้วย 

                                    

  รูปภาพที่ 1.3 การคนส่วนผสมให้เข้ากัน               รูปภาพที่ 1.4 การทำปุ๋ยหมักเงินล้านจากเศษใบไม้

อื่นๆ

เมนู