1. เก็บรวบรวมข้อมูล บันทึกข้อมูล ตามแบบ SROIได้รับมอบหมายให้กรอกข้อมูลลงในระบบ SROI โดยได้กรอกข้อมูลลงในระบบที่มีกลุ่มเป้าหมายประธานวิสาหกิจชุมชน ผู้นำชุมชน เกษตรกรตัวแทนสมาชิกชุมชนโรงเรือนเพาะเห็ด 1คน/โรงเรือน (3โรงเรือน) ลูกจ้างโครงการ นักศึกษา,บัณฑิต,ประชาชน ตัวแทนนักศึกษา ตัวแทนบัณฑิต ตัวแทนประชาชน ครอบครัวลูกจ้าง ครอบครัวของกลุ่มลูกจ้างโครงการ ชุมชนภายใน ชุมชน/วัด/แหล่งการเกษตร/ร้านค้าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น เจ้าของร้านข้าวมันไก่ในตำบล) ชุมชนภายนอก เช่น ชุมชน/วัด/แหล่งการเกษตร/ร้านค้าที่ตั้งอยู่นอกชุมชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น เจ้าของร้านอุปกรณ์การเกษตรที่อยู่นอกตำบล อาจารย์ผู้ดูแลโครงการ อาจารย์ผู้เป็นหัวหน้าโครงการในแต่ละตำบล  ผู้แทนตำบล เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ได้รับมอบหมายในการประสานงานประจำตำบล หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการ เช่น โรงพยาบาล/พัฒนาชุมชน/รพ. สต. อปท.ตัวแทนอปท. มีส่วนร่วมดำเนินงานกับโครงการ เช่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน/นายกอบต./เทศบาลตำบล เอกชนในพื้นที่ บริษัท ห้างร้าน หรือกิจการในพื้นที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง หจก./บริษัทภายในตำบล เป็นต้น

2.จัดทำรายงานผลการดำเนินงาน HS06 บทที่ 1ได้รับมอบหมายให้เก็บรวบรวมข้อมูลบทที่ 1 ที่บ้านสี่เหลี่ยมน้อย หมู่ 9 ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลในวันที่ 2 ตุลาคม 2564 เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน เช่น ประวัติชุมชน จำนวนนักเรียน จำนวนผู้พิการ จำนวนผู้สูงอายุ  จำนวนพระสงฆ์ และขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมจารีตและประเพณีของชุมชน ภูมิปัญญา เช่น หมอสู่ขวัญ หมอสมุนไพร เป็นต้น และรวมไปถึงพืชสมุนไพรต่างๆในชุมชน และในข้อมูลเบื้องต้นได้สอบถามกับทางผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกภายในชุมชนเพื่อจะได้ทราบถึงความเป็นมาของชุมชนได้อีกด้วย

 

3.กิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ วันที่ 16-17 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ณ บ้านแสลงพันและบ้านบุขี้เหล็กใหม่ โดยได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ให้กับชาวบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในครัวเรือนและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำหมักไว้ใช้ในครัวเรือนและยังสามารถลดต้นทุนในการใช้จ่ายจากการซื้อปุ๋ยเคมีได้       

 

สูตรที่ 1 การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

วัสดุและอุปกรณ์

1.เศษอาหารแห้ง เช่น เศษข้าว เศษขนมปัง ก้างปลา เปลือกไข่ เปลือกผลไม้ 1 ส่วน

2.มูลสัตว์ เช่น ขี้วัว ขี้ไก่ ขี้ม้า 1 ส่วน

3.ใบไม้ 1 ส่วน

4.ถังขนาด 20 ลิตร

5.ตาข่ายกันแมลง

             วิธีทำ     

1.นำถังขนาด 20 ลิตร มาเจาะรูไว้รอบถังแล้วใช้ตาข่ายกันแมลงพันให้รอบ เพื่อช่วยระบายอากาศและป้องกันแมลงรบกวน

2.ผสมเศษอาหารแห้งที่มีขนาดเล็กและไม่มีน้ำ เช่น เศษข้าว เศษขนมปัง ก้างปลา เปลือกไข่ และเปลือกผลไม้ เข้ากับมูลสัตว์ เช่น ขี้วัว ขี้ไก่ ขี้ม้า และเศษใบไม้ ในอัตรา 1:1:1 ส่วน

3.คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วปิดฝาให้สนิท ถ้าหากวันต่อไปมีเศษอาหารเพิ่ม ก็นำมาเติมเข้าไปได้ แต่อย่าลืมผสมในอัตราส่วนเท่าเดิมด้วย

4.พลิกกลับส่วนผสมวันละ 1-2 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน

หมายเหตุ: ในช่วงแรกไม่จำเป็นต้องเติมน้ำ เพราะเศษอาหารมีความชื้นอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าส่วนผสมเริ่มแห้งลง ก็สามารถพรมน้ำเข้าไปได้เล็กน้อย โดยจะใช้เวลาในการหมักประมาณ 1 เดือน ก็จะได้ปุ๋ยหมักสีดำขนาดเล็ก ที่แห้งสนิทและไม่มีกลิ่นเหม็นไว้ใช้บำรุงต้นไม้แล้ว

สูตรที่ 2 การทำปุ๋ยหมักชีวภาพแบบน้ำ

              วัสดุอุปกรณ์       

1.ถุงกระสอบดินสำหรับใส่เศษอาหาร

2.ถังมีฝาปิด ขนาดที่สามารถใส่น้ำได้ 10 ลิตรขึ้นไป

3.น้ำตาล 1 กิโลกรัม

4.น้ำสะอาด 10 ลิตร ควรพักคลอรีนไว้สัก 1-2 คืน

วิธีทำ       

1.นำน้ำสะอาด 10 ลิตร มาเติมลงในถัง ใส่กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม หรือใส่น้ำตาล 1 ส่วน ใช้ไม้กวนให้เข้ากัน

2.นำเศษอาหารใส่ลงในกระสอบ (กระสอบดินถุงที่พอจะมีช่องระบายอากาศ) มัดปากถุงแล้วแช่ลงไป โดยเเนะนำว่าไม่ควรใส่เศษอาหารเกิน 3 ส่วน

3.หมักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 วัน โดยควรปิดฝาให้สนิท เพื่อให้แมลงจะได้ไม่มาไข่ เเละทำให้ถังหมักของเราไม่มีหนอน

วิธีนำมาใช้

1.เวลานำมาใช้รดน้ำต้นไม้ ก็ควรจะผสมให้เจือจาง เเนะนำว่าควรใช้ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 บัว (ประมาณ 20 ลิตร)

2.ส่วนกากที่เหลือก็สามารถนำไปหมักเป็นปุ๋ยต่อได้  โดยนำมาผสมกับใบไม้แห้ง เเละปุ๋ยคอก  รดน้ำ ปรับความชื้น 60% คือ เมื่อบีบแล้วไม่มีน้ำไหลซึมออกจากง่ามมือ และเมื่อแบมือออก ปุ๋ยยังคงจับตัวกันเป็นก้อน และทิ้งไว้ประมาณ 2 อาทิตย์ หรือสังเกตดูจนปุ๋ยหายร้อน ก็สามารถนำไปใช้ได้

หมายเหตุ: ระหว่างการหมัก ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเทเข้าเทออกสักหน่อย คล้ายๆ กับเป็นการกลับกองไปในตัว เเต่ถ้าลองสังเกตหรือจับดูเเล้วปุ๋ยที่หมักไม่ร้อนแสดงว่ากระบวนการหมักไม่เกิด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าเราปรับความชื้นไม่เหมาะสม

สูตรที่ 3 การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในครัวเรือนแบบฝังดิน

วัสดุอุปกรณ์

1.ถุงผ้าแยงเขียว     1 ใบ

2.เศษอาหารที่สะสมไว้หลายวัน 1 ถัง

3.น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย  1  ขันพลาสติก หรือ จุลินทรีย์น้ำซาว

วิธีทำ

1.ขุดดินเป็นหลุมลึกพอประมาณกับถุงที่ใส่เศษอาหาร

2.หย่อนก้นถุงผ้าแยงลงไปในหลุมแล้วเทเศษอาหารลงไปให้เต็ม

3.เทน้ำหมักที่เตรียมไว้ให้และมัดปากถุงผ้าแยงให้แน่น แล้ววางถุงลงแนวนอน

4.เอาดินกลบให้ทั่วถึง ไม่ต้องกลบแน่น หาป้ายเขียนวันหมักไว้เพื่อกันลืม หมักไว้ประมาณ 30 วันก็ขุดเอามาใช้ประโยชน์ได้

น้ำหมักน้ำซาวข้าว

               1.น้ำซาวข้าว      1- 1.5    ลิตร

               2.น้ำตาลทราย       2 ช้อนโต๊ะ

                3.นมเปรี้ยว             2 ช้อนโต๊ะ

                4.ขวดพลาสติกขนาด 1- 1.5 ลิตร

วิธีทำเทน้ำซาวข้าวที่เตรียมไว้ลงขวด ตามด้วยน้ำตาลทราย และนมเปรี้ยว เขย่าให้น้ำตาลละลายปิดฝาหลวมๆหมักไว้ 1 อาทิตย์

ประโยชน์ของปุ๋ยหมัก

1.ปุ๋ยหมักเป็นการนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์ใหม่ จึงช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์เข้าระบบการจัดการขยะได้

2.ปุ๋ยหมักบางชนิดมีจุลินทรีย์ที่ช่วยยับยั้งและป้องกันจุลินทรีย์ที่ทำให้พืชเป็นโรคได้

3.ปุ๋ยหมักมีธาตุอาหารครบถ้วน ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม

4.ปุ๋ยหมักเป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตในดินที่เป็นประโยชน์ จึงช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีขึ้น

5.ปุ๋ยหมักมักจะปล่อยธาตุอาหารให้พืชอย่างช้า ๆ ทำให้อยู่ในดินได้ค่อนข้างนาน จึงมีโอกาสเสียน้อยกว่าปุ๋ยเคมี

6.ปุ๋ยหมักช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของดินให้เหมาะสมได้ ต่างจากปุ๋ยเคมีที่มีแอมโมเนียเป็นส่วนประกอบ จึงอาจจะทำให้ดินแปรสภาพเป็นกรด

7.ปุ๋ยหมักช่วยเพิ่มจุลินทรีย์และอินทรียวัตถุ ทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น เช่น ร่วนซุย ระบายน้ำดี ถ่ายเทอากาศสะดวก และรากแผ่กระจายหาอาหารง่ายขึ้น ในขณะที่ปุ๋ยเคมีไม่มีคุณสมบัติในการปรับปรุงดินใด ๆ

8.ปุ๋ยหมักช่วยลดค่าใช้จ่ายและทำให้ประหยัดเงิน เพราะสามารถใช้แทนปุ๋ยเคมีได้ สามารถลดปริมาณการซื้อปุ๋ยเคมีลงได้ แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้อสารเคมีหรือยาป้องกันแมลงศัตรูพืชด้วย

4.ติดต่อประสานงานสมาชิกเป้าหมายหมู่บ้านสี่เหลี่ยมน้อย หมู่ 9 ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 2 คน เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชน โดยได้ติดต่อประสานงานผ่านทางผู้ใหญ่บ้านและได้ดำเนินการลงพื้นที่สอบถามสมาชิกในชุมชนผ่านกระบวนการประชาสัมพันธ์ และสรรหาบุคคลที่มีความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการเพื่อมาเป็นบุคคลต้นแบบของชุมชน เพื่อให้สมาชิกในชุมชนมีความรู้และทักษะต่างๆเพิ่มมากขึ้น และยังสามารถนำความรู้ไปพัฒนาและต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชนในพื้นที่ของตนเอง

5.งานมอบหมายอื่นๆ เช่น งานประชุม งานเลขา งานตัดต่อภาพ/วีดีโอ ประสานงาน โดยได้เข้าร่วมการประชุมกับทีมงานเพื่อปรึกษาหาแนวทางในการลงพื้นที่พัฒนาชุมชน ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และในเดือนตุลาคมเราได้ประชุมเกี่ยวกับเรื่อง

สรุป​วาระการประชุม​วันที่​ 3​ ตุลาคม​ 2564

1.งบประมาณรอบที่ 2 มาแล้ว​ กิจกรรม​ภายในเดือนมี​ 2​ ครั้ง​ ต้นเดือนและปลายเดือน

2.มอบหมายประธานและสมาชิก​จัดระบบพี่เลี้ยงให้กับสมาชิกใหม่

3.การจัดกิจกรรม​เป็นวันศุกร์และเสาร์​ ลงจัดกิจกรรม การออกแบบบรรจุภัณฑ์​และการทำสื่อประชาสัมพันธ์การตลาด (สถานที่จะจัดกิจกรรมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ลงพื้นที่จัดกิจกรรมวันที่ 9 ต.ค.64)

4.การจัดทำรายงานบทที่​ 1​ กำหนด ส่งวันที่ 7 ต.ค 64 ส่งให้กับอาจารย์และประธานตรวจสอบ

 สรุป​วาระการประชุม​วันที่​ 5​ ตุลาคม​ 2564

1.ให้สรุปงานการลงสำรวจแบบสอบถาม​ SROI​  ในตำบล​ ให้ลงพื้นที่ 3​ วัน​

2.จัดทำไซต์เสื้อ​ให้กับทีมสมาชิกใหม่ พร้อมรายชื่อ

3.สิ่งที่จะจัดกิจกรรมในเดือนต.ค.-ธ.ค. 64

-เห็ด​ การแปรรูป​เห็ด​ แพคเกจจิ้ง

-น้ำหมักชีวภาพ​ การบรรจุภัณฑ์

-การทำชุมชนต้นแบบ​ 5​ หลังคาต่อ 1​ หมู่บ้าน​ เอาที่อาสาสมัคร​จริงๆ​

-การทำสื่อออนไลน์​ การทำตลาดออนไลน์​ ศูนย์​การเรียนรู้​แบบออนไลน์​

สรุปวาระการประชุม วันที่ 12 ตุลาคม 2564

1.กิจกรรมกลุ่มแปรรูปเห็ด จัดทำการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ,จัดทำตลาดออนไลน์

2.จัดกิจกรรมลงพื้นที่วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม 2564 อบรมการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ สารชีวภาพ **สิ่งที่จะมอบให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม EM,กากน้ำตาล,ถัง,เมล็ดพันธุ์พืช**

เช้า 09.00-11.00 น.

บ่าย 13.00-14.30 น.

-มอบหมายให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละหมู่ประสานสมาชิกชุมชนให้เข้าร่วมอบรม อย่างน้อยชุมชนละ 2คน

3.โซนการอบรมแบ่งเป็น 2 โซน

-โซนบ้านแสลงพัน อบรมที่ศาลาประชาคมหมู่ 7 มอบหมายให้พี่วรัญญาและพี่ศุภาณัน ประสานขอใช้สถานที่ในการอบรม

-โซนบ้านบุขี้เหล็ก อบรมที่ศาลาหมู่ 17 มอบหมายให้เจษฎาประสานขอใช้พื้นที่

(จัดสถานที่วันศุกร์ ที่ 15ตุลาคม 2564)

4.มอบหมายให้สมาชิกใหม่มีการคิดออกแบบการจัดทำการตลาดออนไลน์เสนออาจารย์ประจำหลักสูตร

6.ติดตามและให้คำแนะนำการเพาะเห็ดโรงเรือน

บ้านหนองตาดตามุ่ง บ้านบุก้านตง และบ้านบุขี้เหล็กใหม่ โดยได้ลงพื้นที่สำรวจและติดตามการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้าและมีการให้คำแนะนำในการดูแลรักษาเห็ด รวมทั้ง การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเห็ดนางฟ้า เช่น ไส้กรอกเห็ดนางฟ้า แหนมเห็ดนางฟ้า และน้ำพริกเห็ดนางฟ้า เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มยอดขายให้กับชุมชนและยังสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาสู่ตลาดออนไลน์ได้อีกด้วย

ภาพประกอบกิจกรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

Tags:

อื่นๆ

เมนู