บทความรายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือนตุลาคม

ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

โดย นายศิริพงษ์ เครือจันทร์ กลุ่มบัณฑิตจบใหม่

 

           การเก็บรวบรวมข้อมูล บันทึกข้อมูล ตามแบบ SROI

         การเก็บรวบรวมข้อมูลและบันทึกข้อมูลตามแบบ SROI โครงการ U2T ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับมอบหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูล ส่วนของลูกจ้างโครงการซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มบัณฑิตซึ่งได้ร่วมกับนางสาววนิดา เชาวนกุล และนางสาวดวงฤทัย อัมราสกุลสมบัติ ในการตอบแบบสอบถาม และลงพื้นที่สอบถามข้อมูลแบบ SROI ในส่วนของผู้แทนตำบล ครั้งนี้ได้มีการสอบถามและบันทึกข้อมูลกับนางวิไลรัตน์ เนียนสันเทียะ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลแสลงพัน และในการลงพื้นที่เก็บข้อมูลของชุมชนครั้งนี้ สมาชิกและทีมตำบลแสลงพันได้ลงพื้นที่ดรงเรือนเพาะเห็ดของชุมชนบ้านหนองตาดตามุ่งและชุมชนบ้านบุก้านตง เพื่อติดตามความก้าวหน้าและผลการดำเนินของชุมชน

           การจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน HS06 บทที่ 1

         ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการจัดทำผลการดำเนินงาน HS06 ในบทที่ 1 ซึ่งเป็นการรายงานข้อมูลพื้นฐาน ประวัติความเป็นมา และข้อมูลต่าง ๆ ของชุมชนแต่ละชุมชนในตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในส่วนของชุมชนที่ได้รับผิดชอบคือ ชุมชนบ้านสามเขย โดยมีนายวิชิต พิมพันธ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านสามเขยเป็นชุมชนาขนาดเล็กจำนวน 60 หลังคาเรือน มีประชากรประมาณ 200 คน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ ผู้คนส่วนใหญ่อยู่กันแบบครอบครัวอย่างอบอุ่น และในการดำเนินโครงการพัฒนาอาชีพเพื่อลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้กับชุมชนในโครงการ HS06 ของตำบลแสลงพัน ตัวแทนประชาชนในหมู่บ้านจำนวน 5 คนได้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกอบรมดังกล่าวในครั้งที่ผ่านมาด้วย

            กิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ วันที่ 16-17 ต.ค.64 ณ บ้านแสลงพันและบ้านบุขี้เหล็กใหม่

สูตรที่ 1 การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

วัสดุและอุปกรณ์

  1. เศษอาหารแห้ง เช่น เศษข้าว เศษขนมปัง ก้างปลา เปลือกไข่ เปลือกผลไม้ 1 ส่วน
  2. มูลสัตว์ เช่น ขี้วัว ขี้ไก่ ขี้ม้า 1 ส่วน
  3. ใบไม้ 1 ส่วน
  4. ถังขนาด 20 ลิตร
  5. ตาข่ายกันแมลง

วิธีทำ

  1. นำถังขนาด 20 ลิตร มาเจาะรูไว้รอบถังแล้วใช้ตาข่ายกันแมลงพันให้รอบ เพื่อช่วยระบายอากาศและป้องกันแมลงรบกวน
  1. ผสมเศษอาหารแห้งที่มีขนาดเล็กและไม่มีน้ำ เช่น เศษข้าว เศษขนมปัง ก้างปลา เปลือกไข่ละเปลือกผลไม้ เข้ากับมูลสัตว์ เช่น    ขี้วัว ขี้ไก่ ขี้ม้า และเศษใบไม้ ในอัตรา 1 : 1 : 1 ส่วน
  1. คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วปิดฝาให้สนิท ถ้าหากวันต่อไปมีเศษอาหารเพิ่ม ก็นำมาเติมเข้าไปได้แต่อย่าลืมผสมในอัตราส่วนเท่าเดิมด้วย
  1. พลิกกลับส่วนผสมวันละ 1-2 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน

วิธีนำมาใช้

ในช่วงแรกไม่จำเป็นต้องเติมน้ำ เพราะเศษอาหารมีความชื้นอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าส่วนผสมเริ่มแห้งลง ก็สามารถพรมน้ำเข้าไปได้เล็กน้อย โดยจะใช้เวลาในการหมักประมาณ 1 เดือน ก็จะได้ปุ๋ยหมักสีดำขนาดเล็ก ที่แห้งสนิทและไม่มีกลิ่นเหม็นไว้ใช้บำรุงต้นไม้แล้ว

สูตรที่ 2 การทำปุ๋ยหมักชีวภาพแบบน้ำ

วัสดุและอุปกรณ์

  1. ถุงกระสอบดินสำหรับใส่เศษอาหาร
  2. ถังมีฝาปิด ขนาดที่สามารถใส่น้ำได้ 10 ลิตรขึ้นไป
  3. น้ำตาล 1 กิโลกรัม
  4. น้ำสะอาด 10 ลิตร ควรพักคลอรีนไว้สัก 1-2 คืน

วิธีทำ

  1. นำน้ำสะอาด 10 ลิตร มาเติมลงในถัง ใส่กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม หรือใส่น้ำตาล 1 ส่วน ใช้ไม้กวนให้เข้ากัน
  1. นำเศษอาหารใส่ลงในกระสอบ (กระสอบดินถุงที่พอจะมีช่องระบายอากาศ) มัดปากถุงแล้วแช่ลงไป โดยแนะนำว่าไม่ควรใส่เศษอาหารเกิน 3 ส่วน
  1. หมักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 วัน โดยควรปิดฝาให้สนิท เพื่อให้แมลงจะได้ไม่มาไข่ และทำให้ถังหมักของเราไม่มีหนอน

วิธีนำมาใช้

  1. เวลานำมาใช้รดน้ำต้นไม้ ก็ควรจะผสมให้เจือจาง แนะนำว่าควรใช้ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 บัว(ประมาณ 20 ลิตร)
  1. ส่วนกากที่เหลือก็สามารถนำไปหมักเป็นปุ๋ยต่อได้ โดยนำมาผสมกับใบไม้แห้งและปุ๋ยคอก รดน้ำ ปรับความชื้น 60% คือ เมื่อบีบแล้วไม่มีน้ำไหลซึมออกจากง่ามมือ และเมื่อแบมือออก ปุ๋ยยังคงจับตัวกันเป็นก้อน และทิ้งไว้ประมาณ 2 อาทิตย์ หรือสังเกตดูจนปุ๋ยหายร้อน ก็สามารถนำไปใช้ได้

         หมายเหตุ : ระหว่างการหมัก ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเทเข้าเทออกสักหน่อย คล้าย ๆ กับเป็นการกลับกองไปในตัว เเต่ถ้าลองสังเกตหรือจับดูเเล้วปุ๋ยที่หมักไม่ร้อนแสดงว่ากระบวนการหมักไม่เกิด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าเราปรับความชื้นไม่เหมาะสม

         ประโยชน์ของปุ๋ยหมัก

  1. ปุ๋ยหมักเป็นการนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์ใหม่ จึงช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์เข้าระบบการจัดการขยะได้
  2. ปุ๋ยหมักบางชนิดมีจุลินทรีย์ที่ช่วยยับยั้งและป้องกันจุลินทรีย์ที่ทำให้พืชเป็นโรคได้
  3. ปุ๋ยหมักมีธาตุอาหารครบถ้วน ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม
  4. ปุ๋ยหมักเป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตในดินที่เป็นประโยชน์ จึงช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีขึ้น
  5. ปุ๋ยหมักมักจะปล่อยธาตุอาหารให้พืชอย่างช้า ๆ ทำให้อยู่ในดินได้ค่อนข้างนาน จึงมีโอกาสเสียน้อยกว่าปุ๋ยเคมี
  6. ปุ๋ยหมักช่วยปรับค่าความเป็นกรด – ด่างของดินให้เหมาะสมได้ ต่างจากปุ๋ยเคมีที่มีแอมโมเนียเป็นส่วนประกอบ จึงอาจจะทำให้ดินแปรสภาพเป็นกรด
  7. ปุ๋ยหมักช่วยเพิ่มจุลินทรีย์และอินทรียวัตถุ ทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น เช่น ร่วนซุย ระบายน้ำดี ถ่ายเทอากาศสะดวก และรากแผ่กระจายหาอาหารง่ายขึ้น ในขณะที่ปุ๋ยเคมีไม่มีคุณสมบัติในการปรับปรุงดิน  ใด ๆ
  8. ปุ๋ยหมักช่วยลดค่าใช้จ่ายและทำให้ประหยัดเงิน เพราะสามารถใช้แทนปุ๋ยเคมีได้ สามารถลดปริมาณการซื้อปุ๋ยเคมีลงได้ แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้อสารเคมีหรือยาป้องกันแมลงศัตรูพืชด้วย

      การติดต่อประสานงาน ให้คำแนะนำสมาชิกเป้าหมาย

         ระหว่างเดือนตุลาคมได้มีการพัฒนากิจกรรมผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพโดยได้มีการติดต่อประสานงานให้คำแนะนำสมาชิกเป้าหมาย หมู่บ้านสามเขย จำนวน 2 คน เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาน้ำหมักชีวภาพ เพื่อนำไปใช้ในครัวเรือนของตนเองเพื่อให้พืชผักสวนครัวนั้นปราศจากสารเคมีและมีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อสารเคมีในการทำการเกษตร และเป็นการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหรือเศษอาหารมาใช้ในการทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อไว้ใช้ในครัวเรือนของตนเอง และเมื่อมีการพัฒนาแล้วก็สามารถนำความรู้ไปเผยแผ่กับครัวเรือนรอบข้างด้วยเช่นกัน ทั้งนี้สมาชิกและโครงการได้มีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ทางการเกษตรพพร้อมกับอุปกรณ์ในการหมักน้ำหมักชีวภาพกับชุมชน เพื่อนำไปทดลองทำน้ำหมักชีวภาพด้วย

        งานมอบหมายอื่น ๆ ได้เข้าร่วมการประชุมกับทีมงานเพื่อปรึกษาหาแนวทางในการลงพื้นที่พัฒนาชุมชน ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และในเดือนตุลาคมเราได้ประชุมเกี่ยวกับเรื่อง ดังนี้

      สรุปวาระการประชุมวันที่ 3 ตุลาคม 2564

  1. งบประมาณรอบที่ 2 มาแล้ว กิจกรรมภายในเดือนมี 2 ครั้ง ต้นเดือนและปลายเดือน
  2. มอบหมายประธานและสมาชิกจัดระบบพี่เลี้ยงให้กับสมาชิกใหม่
  3. การจัดกิจกรรมเป็น ลงจัดกิจกรรม การออกแบบบรรจุภัณฑ์และการทำสื่อประชาสัมพันธ์การตลาด (สถานที่จะจัดกิจกรรมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ลงพื้นที่จัดกิจกรรมวันที่ 9 ต.ค.64)
  1. การจัดทำรายงานบทที่ 1 กำหนดส่งให้กับอาจารย์และประธานกลุ่มตรวจสอบ

     สรุปวาระการประชุมวันที่ 5 ตุลาคม 2564

  1. ให้สรุปงานการลงสำรวจแบบสอบถาม SROI ในตำบล ให้ลงพื้นที่ 3 วัน
  2. จัดทำไซต์เสื้อให้กับทีมสมาชิกใหม่ พร้อมรายชื่อ
  3. สิ่งที่จะจัดกิจกรรมในเดือน ต.ค. – ธ.ค. 64

        – เห็ด การแปรรูปเห็ด การบรรจุภัณฑ์

       – น้ำหมักชีวภาพ การบรรจุภัณฑ์

       – การทำชุมชนต้นแบบ 5 หลังคาต่อ 1 หมู่บ้าน เอาที่อาสาสมัครจริงๆ

      – การทำสื่อออนไลน์ การทำตลาดออนไลน์ ศูนย์การเรียนรู้แบบออนไลน์

     สรุปวาระการประชุม วันที่ 12 ตุลาคม 2564

  1. กิจกรรมกลุ่มแปรรูปเห็ด จัดทำการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ,จัดทำตลาดออนไลน์
  2. จัดกิจกรรมลงพื้นที่วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม 2564 อบรมการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ สารชีวภาพ สิ่งที่จะมอบให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม EM,กากน้ำตาล,ถัง,เมล็ดพันธุ์ เช้า 09.00-11.00 น. บ่าย 13.00-14.30 น.

         – มอบหมายให้สมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละหมู่ประสานสมาชิกชุมชนให้เข้าร่วมอบรม อย่างน้อยชุมชนละ 2คน

  1. กลุ่มการอบรมแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

         – กลุ่มบ้านแสลงพัน อบรมที่ศาลาประชาคมหมู่ 7

        – กลุ่มบ้านบุขี้เหล็ก อบรมที่ศาลาประชาคมหมู่ 17

  1. มอบหมายให้สมาชิกใหม่มีการคิดออกแบบการจัดทำการตลาดออนไลน์เสนออาจารย์ประจำหลักสูตร

กิจกรรมติดตามและให้คำแนะนำการเพาะเห็ดโรงเรือนบ้านบุก้านตง หนองตาดตามุ่งและบุขี้เหล็กใหม่

               บ้านหนองตาดตามุ่ง บ้านบุก้านตง และบ้านบุขี้เหล็กใหม่ โดยได้ลงพื้นที่สำรวจและติดตามการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้าและมีการให้คำแนะนำในการดูแลรักษาเห็ดรวมทั้ง การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเห็ดนางฟ้า เช่น ไส้กรอกเห็ดนางฟ้า แหนมเห็ดนางฟ้า และน้ำพริกเห็ดนางฟ้า เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มยอดขายให้กับชุมชนและยังสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาสู่ตลาดออนไลน์ได้อีกด้วย

 

ภาพประกอบกิจกรรม

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู