1. หน้าแรก
  2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  3. HS06 - ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ
  4. HS-06 : การติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพและสารปรับปรุงดิน และการปลูกผักสวนครัวเพื่อลดค่าใช้จ่าย บนฐานคิดเกี่ยวกับการนำเศษวัสดุเหลือใช้

HS-06 : การติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพและสารปรับปรุงดิน และการปลูกผักสวนครัวเพื่อลดค่าใช้จ่าย บนฐานคิดเกี่ยวกับการนำเศษวัสดุเหลือใช้

บทความประจำเดือนพฤศจิกายน2564

หลักสูตร: HS06 โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังรายตําบลแบบบูรณาการ 1 ตําบล 1 มหาวิทยาลัย จาก มหาวิทยาลัยสูตรตําบลเพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ข้าพเจ้า นางศุภาณัน ริชาร์ดส ผู้ปฏิบัติงาน ประเภทประชาชน รับผิดชอบการดำเนินงานในเขต พื้นที่ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

     ข้าพเจ้าได้เข้าอบรมหลักสูตร Content Marketing ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2564 ซึ่งมี คุณ ปัณณทัต สระอุบล เป็นวิทยากรที่มีความชำนาญเฉพาะทางด้าน มาให้องค์ความรู้แก่ทีมผู้ปฏิบัติงานตำบลแสลงพันและตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

1)การตลาดออนไลน์ (content Marketing)

Content marketing คือ การทำการตลาดรูปแบบหนึ่งที่อยู่กับเรามานานตั้งแต่อดีตผ่านการเสพขัอมูลต่างๆ ทึ่เราอาจไม่ทันรู้ตัว เช่น บทความบนนิตยสารโฆษณาทางทีวี หรือแม้กระทั่งใบปลิวตามท้องถนน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น content marketing ทั้งสิ้น สามารถกล่าวได้ว่าการใช้คอนเทนต์ที่มี “คุณค่า” เป็นเครื่องมือสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มลูกค้าของเรา โดยมีวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่แตกต่างกันไป เช่น ต้องการสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ สินค้า หรือบริการของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น หรือต้องการเพิ่มยอดขาย เป็นต้น นอกจากนี้คอนเทนต์ยังถือว่าเป็นภาพลักษณ์ หรือตัวแทนของธุรกิจเรา ที่สามารถเปลี่ยนคนธรรมดา ให้กลายมาเป็นลูกค้า และพัฒนากลายเป็นลูกค้าประจำได้อีกด้วย องค์ประกอบของ Content Marketingarketing  Mix(ส่วนประสมการตลาด) 4P’s 1.product  2.plac. 3.Price. 4.Promotion

การสร้างเพจขายสินค้าออนไลน์

ในปัจจุบัน Facebook เป็นสื่อโซเชียลที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก เฉพาะในประเทศไทยมีผู้ใช้มากกว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 80 ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ  การเปิดเพจขายสินค้าบน Facebook จึงเป็นช่องทางธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ที่ยังไม่มีเพจของตนเอง ก็สามารถสร้างเพจได้ง่ายๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : สร้างเพจ

1. Log in เข้าสู่บัญชี Facebo

2. เข้าไปที่ http://www.facebook.com/pages/create.php

ขั้นตอนที่ 2 : เลือกประเภทธุรกิจของคุณ

Facebook แบ่งประเภทของเพจเป็น 6 ประเภทตามการใช้งานคือ

1.Local Business or Place

จะ มีข้อดีคือคนที่มาร้านของคุณ สามารถทำการ Check-in สถานที่ได้

2.Company, Organization or Institution

รูปแบบเพจสำหรับบริษัทหรือองค์กร หรือสถาบันต่างๆ ซึ่งสามารถตั้งเป็นสถานที่ Check In ได้เหมือนประเภทแรก

3.Brand or Product

การเน้นสร้างเพจแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ของเราให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีสินค้ายี่ห้อของตัวเองในการส่งจำหน่าย

4.Artist, Band or Public Figure

เพจสำหรับ ศิลปิน วงดนตรี หรือบุคคลสาธารณะ เช่น นักเขียน นักการเมือง ศิลปิน หรือทำเพจเกี่ยวกับแฟนคลับ

5.Entertainment

สื่อบันเทิง เช่น รายการทีวี รายการวิทยุ เป็นต้น

6.Cause or Community

เป็นรูปแบบเพจที่มีความเฉพาะสำหรับกลุ่มคนที่ชอบหรือคิดอะไรเหมือนๆ

ขั้นตอนที่ 3 : เลือกหมวดหมู่ และ ตั้งชื่อเพจ

สำหรับหัวข้อนี้ หากท่านใดมีหน้าร้านให้เลือกในหัวข้อ ธุรกิจหรือสถานที่ในท้องถิ่น แต่ถ้าหากคุณเริ่มต้นสร้างแบรนด์โดยยังไม่มีหน้าร้าน เน้นขายออนไลน์ แนะนำให้เลือก แบรนด์หรือสินค้า จากนั้นระบุรายละเอียดต่างๆ

1. เลือกหมวดหมู่ ‘สุขภาพ/ความงาม’

2. ตั้งชื่อเพจหรือแบรนด์สินค้าของคุณ

3. เริ่มต้นใช้งาน

ขั้นตอนที่ 4 : เพิ่มรายละเอียดต่างๆ

เมื่อกด ‘เริ่มต้นใช้งาน’ แล้ว ระบบจะสร้างเพจให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นจะให้เราระบุรายละเอียดเกี่ยวหับธุรกิจของคุณ โดยหัวข้อหลักๆที่ต้องเพิ่มในขั้นตอนนี้คือเพิ่มรูปโปรไฟล์ – แนะนำให้ใช้โลโก้แบรนด์ของคุณ เพื่อระบุตัวตนของธุรกิจคุณ

(ขนาดรูปที่แนะนำ 180x180px.)

2. เพิ่มรูปหน้าปก – แนะนำให้ใช้ภาพสินค้าหรือพรีเซ็นเตอร์ เพื่อดึงดูดใจผู้เข้าชมเพจ(ขนาดรูปที่แนะนำ 828x315px.)

3. เพิ่มคำอธิบายแบบสั้น – ในส่วนนี้ แนะนำให้ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า (ขายอะไร, ขายยังไง) การจัดส่ง และข้อมูลการติดต่อ ให้ลูกค้าอ่านแล้วรู้ได้ทันทีเลยว่าเราขายอะไร และจะติดต่อเราได้อย่างไร

คำแนะนำสำหรับการใส่รูปหน้าปก

การแสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนจะแตกต่างกัน โดยความสูงจะคงอยู่ที่ 315px. เท่ากัน แต่ความกว้าง บนหน้าจอคอมพิวเตอร์จะแสดงผลที่ 828px. ส่วนบนสมาร์ทโพนจะลดลงเหลือ 560px. ดังนั้นในขั้นตอนการออกแบบภาพหน้าปก ควรจัดวางองค์ประกอบสำคัญเช่น สินค้า, รายละเอียด ให้อยู่ในความกว้าง 560px. เพื่อรองรับผู้ใช้งานจากสมาร์ทโฟนด้วย

กิจกรรมครั้งนี้ข้าพเจ้าได้ช่วยสร้างเพจขายสินค้าของชุมชนกับน้องเจษฎา กุลสุนทรรัตน์ ชื่อเพจ เห็ดคุณยายบ้านแสลงพัน เป้าหมายของการสร้างเพจขึ้นมาเพื่อช่วยโปรโมทสินค้าที่มีในชุมชนอาทิเช่น เห็ดนางฟ้า หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่ชุมชนมี เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับชุมชนมากขึ้นกว่าเดิม

2)การเขียนเนื้อหา content ผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจ ดังนี้

Content หรือ คอนเทนต์ คือ เนื้อหาที่เป็นการอธิบายเกี่ยวกับแบรนด์ ธุรกิจ ประสบการณ์ รายละเอียดสินค้าบริการ และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านตัวอักษร วิดีโอ หรือรูปภาพ ทั้งนี้การทำคอนเทนต์ก็มีหลากหลายรูปแบบ และการทำคอนเทนต์ก็สามารถทำได้ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

การทำคอนเทนต์โดยทั่วไปส่วนมากคนคิดว่าจะเขียนกันเป็นตัวอักษร บอกเล่าสิ่งต่างๆ อธิบายเรื่องต่างๆ แบบยืดยาว แต่ก็ยังมีคอนเทนต์ประเภทภาพ วิดีโออีกด้วยเช่นกัน

8 คอนเทนต์ที่คนไทยชอบชมและชอบแชร์มากที่สุด

1. ดราม่า เช่นอาจจะนำเอาเรื่องที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนั้นมาปรับใช้

2. เล่าเรื่องย้อนอดีต

3. นำเสนอความน่ารัก

4. ความสนุกสนาน/ ความตลกขบขัน

5. เรื่องที่แชร์มาจากคนใกล้ตัว/ คนรู้จัก . 6. ความดิบเถื่อน

7. ความรุนแรง/ อาชญากรรม/ อุบัติเหตุ

8. เรื่องชาวบ้าน

ส่วนคอนเทนต์ที่คุณ ปัณณทัต สระอูบล นำเสนอคือการพรีเซนต์ตัวเองในเฟสบุ๊คหรืออินสตาแกรม เช่นการปลูกผักอินทรีย์  เลี้ยงไก่ไข่ เพื่อให้คนในครอบครัวไดิทานอาหารปลอดสารพิษ เมื่อพรีเซ็นต์ตัวเองบ่อยๆก็เกิดการสอบถามราคา ก็เกิดการสินค้าขายได้โดยไม่ได้จ่ายค่าโปรโมทสินค้าแต่อย่างใด และมีลูกค้าติดตามเรื่อยๆทำให้ขายสินค้าๆได้ เป็นต้น

การอบรมตลาดออนไลน์

           

3)การติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพและสารปรับปรุงดิน และการปลูกผักสวนครัวเพื่อลดค่าใช้จ่ายบนฐานความคิดเกี่ยวกับการนำเศษวัสดุเหลือใช้ โดยได้รับมอบหมายจากอาจารย์ ดร. สุธีร์กิต ฝอดสูงเนิน ให้เขียนสูตรน้ำหมักและสูตรปุ๋ยหมัก จากประสบการณ์ที่เคยทำใช้เองในครัวเรือน เพื่อนำมาถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ให้แก่อาสาสมัครในชุมชนตำบลแสลงพันทั้ง 17 หมู่บ้าน ดังนี้

27 ตุลาคม 2564   ข้าพเจ้าได้ลงพื้นทึ่ร่วมกับทีมผู้ปฏิบัติงานตำบลแสลงพันโดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการให้องค์ความรู้แก่อาสาสมัครในเรื่องการทำน้ำหมักอย่างง่ายเพื่อไว้ใช้รดพืชผักสวนครัว ได้แนวคิดจากอาจารย์ประจำหลักสูตรว่าการให้อาสาสมัครได้ฝึกทำน้ำหมักและปุ๋ยหมักให้เกิดความชำนาญและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายไว้ให้อาสาสมัครได้ปลูกผักตามความต้องการของครัวเรือนและใช้น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพกับพืชผักสวนครัวเพื่อลดปัญหาการใช้ปุ๋ยเคมี(ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและเสริมสร้างสุขภาพดีห่างไกลสารเคมี ‘ผักปลอดสารพิษ’) เป้าหมายคืออาสาสมัครสามารถปลูกพืชผักสวนครัวแบบไรัสารเคมี และลดรายจ่ายในครัวเรือนลงได้ ที่สำคัญอาสาสมัครสามารถเป็นครอบครัวต้นแบบและสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ครอบครัวรอบข้างได้ โดยมีข้าพเจ้าเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่อาสาสมัครในชุมชุมกลุุ่มที่หนึ่ง ณ ศาลาประชาคมบ้านแสลงพันหมู่ 7 มีอาสาสมัครเข้าร่วมจำนวน 5 หมู่บ้านโดยมีผู้เข้าอบรมทั้งหมด 24 คน ในการอบรมครั้งนี้ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้เน้นการฝึกปฏิบัติจริงโดยให้อาสาสมัครของแต่ละหมู่บ้านลงมือฝึกทำเป็นกลุ่มๆ แต่ก็เน้นระยะห่างป้องความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า-19 ตลอดเวลา

13.00-15.00 น.ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่อาสาสมัครชุดที่สอง ณ ศาลาวัดบ้านใหม่พัฒนา มีอาสาสมัครเข้าร่วมอบรมจำนวน 3 หมู่บ้านเป็นจำนวน 15 คน

28 ตค  2564 ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์แก่อาสาสมัครชุดที่สามจำนวน 4 หมู่บ้า นมีผู้เข้าอบรมทั้งหมด 18 คน ณ ศาลาประชาคมบ้านสี่เหลี่ยมเจริญ

13.00-15.00 น. ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำปุ๋ยอินทรีย์ให้แก่อาสาสมัครชุดที่สี่จำนวน 5 หมู่บ้าน มีผู้เข้าอบรมจำนวน 20 คน โดยอาสาสมัครทุกชุมชนได้ฝึกปฏิบัติการทำน้ำหมักชีวภาพอย่างเข้มข้น และอาสาสมัครได้ให้ความสนใจเป็นอย่างดี พร้อมกับได้สอบถามข้อสงสัยต่างๆจนได้ข้อมูลกระจ่างชัด พร้อมทั้งได้แจกพันธุ์พักและเมล็ดพันธุ์ผักแก่อาสาสมัครเพื่อให้ไปปลูกเป็นครอบครัวต้นแบบของชุมชนและลดค่าใช้จ่ายให้กับครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน

ข้าพเจ้าได้ติดตามอาสาสมัครทางไลน์โดยสอบถามการปลูกผักที่ได้แจกไป และได้คำตอบว่าได้ปลูกลงดินบ้างปลูกลงยางรถยนต์เก่าบ้าง ตามความสะดวกของอาสาสมัคร และอาสาสมัครได้แจ้งความประสงค์อยากได้เมล็ดพันธุ์พีชเพิ่มขึ้น จึงได้แจ้งความประสงค์ไปยังอาจารย์ประจำหลักสูตรเพื่อจะได้นำเมล็ดพันธุ์พีชไปแจกจ่ายอาสาสมัครในชุมชนบ้านหนองตาดตามุ่งอีกครั้ง แต่พบปัญหาคืออาสาสมัครยังไม่ว่าจากการเก็บเกี่ยวข้าวประจำฤดูกาล จึงได้ขอให้อาสาสมัครนัดวันให้เพื่อลงพื้นที่ติดตามและร่วมปฏิบัติกิจกรรมกับอาสาสมัครจะเพื่อให้เกิดความสามัคคี และคอยให้คำแนะนำต่างในการทำหน้าหมักชีวภาพและปุํยอินทรีย์เพิ่ม และช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการทำน้ำหมัก ชีวภาพและการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ใน

สูตรน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักอินทรีย์

1.ฮอร์โมนไข่

ส่วนผสม

1.นมเปรี้ยวขนาด 1 ขวด (หรือจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร)

2.ไข่ไก่ หรือไข่เป็ด 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 15 ฟอง (ไข่ไก่เบอร์ 1)

3.กากน้ำตาล 1 ลิตร

4.น้ำมะพร้าวอ่อน 2 ลูก

5.ลูกแป้ง 1 ลูก

6.เครื่องปั่น

วิธีทำ

1.ตอกไข่ให้แตก ปั่นทั้งเปลือก

นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกันในถังหมัก

2.หมักทิ้งไว้ 1 เดือน แล้วนำมากรองเอาแต่น้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้หัวฉีดอุดตัน

วิธีใช้

1.เวลานำมาใช้ ให้ผสมฮอร์โมนไข่ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 5 ลิตร ฉีดรดต้นไม้ตอนที่ยังไม่ออกดอก 1 ครั้งต่อสัปดาห์

2.หากต้นไม้เริ่มออกดอกแล้ว แนะนำว่าควรลดปริมาณฮอร์โมนไข่ลงเหลือเพียง 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 5 ลิตร หากใช้มากเกินไปจะทำให้ดอกร่วงได้ 1 ครั้งต่อสัปดาห์

3.ส่วนเปลือกไข่ที่เหลือ แนะนำ ไปใส่ต้นไม้จะช่วยเพิ่มแคลเซียมให้พืชได้อย่างดี

ประโยชน์

ฮอร์โมนไข่นี้เหมาะสำหรับการบำรุงใบและต้น เร่งดอก ให้ติดดอกได้เร็วและดี เพิ่มผลผลิต

2.สูตรขยายน้ำหมัก EM

ส่วนผสม

1.หัวเชื้อEM  จำนวน  1-2  ช้อนโต๊ะ

2.กากน้ำตาล จำนวน 1-2 ช้อนโต๊ะ

3.น้ำเปล่า จำนวน 1-1.5 ลิตร  บรรจุขวดเรียบร้อยแล้ว

4.แก้วเปล่าสำหรับผสม

วิธีทำ

1.ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์อีเอ็ม + กากน้ำตาล แล้วคนให้เข้ากันเพื่อให้กากน้ำตาลละลายเต็มที่ ใส่ในแก้วที่เตรียมไว้

2.จากนั้นเทน้ำจุลินทรีย์ที่ผสมแล้ว ลงไปในขวดน้ำ 1 ลิตร ที่เตรียมไว้ แล้วเขย่าให้เข้ากัน

3.ตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม 7 วัน ให้เปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน จึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เรียกว่า “น้ำหมักจุลินทรีย์อีเอ็มสูตรขยาย”

วิธีใช้

1.ใช้กับพืช น้ำหมัก EM  2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ราด รด หรือฉีดพ่น 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

2.ใช้กับสัตว์ น้ำหมัก EM  2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ช่วยบัดบัดน้ำเสียในบ่อเลี้ยงปลา

ประโยชน์หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM

1.ใช้รดโคนต้นไม้ และแปลงผัก ชึ่งจะช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดิน ทำให้ปลดปล่อยแร่ธาตุออกมาให้แก่พืชได้เร็วขึ้น จึงช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้เร็ว และเพิ่มผลิต

2.ช่วยบำบัดน้ำเสีย และกำจัดกลิ่นน้ำเสีย ทั้งในห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องครัว ท่อระบายน้ำ รางระบายน้ำ ถังบำบัดน้ำเสียในครัวเรือน

3.ผสมน้ำในอัตรา 2 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 10 ลิตร เพื่อหมักหญ้าแห้ง ฟางแห้ง เป็นอาหารสัตว์

4.ใส่ห้องน้ำห้องส้วมและในโถส้วมทุกวัน วันละ 1 ช้อนโต๊ะ (หรือ สัปดาห์ละ 1/2 แก้ว) ช่วยให้เกิดการย่อยสลาย ไม่มีกาก ทำให้ส้วมไม่เต็ม และกำจัดกลิ่น

3.น้ำหมักน้ำซาวข้าว

1.น้ำซาวข้าว 1 ลิตร

2. EM 2 ช้อนแกง

3.กากน้ำตาล 2 ช้อนแกง

วิธีทำ

เทน้ำซาวข้าวลงในภาชนะ เติม EM และกากน้ำตาลผสมคนให้เข้ากัน บรรจุในขวดพลาสติก ให้เต็มพอดี ถ้าไม่เต็ม เติมน้ำสะอาดให้เต็ม ปิดฝาเขย่าขวดแล้วคลายฝาออก หมักไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 7 วัน จึงจะสามารถนำไปใช้ได้

วิธีใช้ : 100 ซีซี ต่อน้ำ  20 ลิตร ใช้รด ราด ลงแปลงผักและโคนต้นไม้  1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

ประโยชน์

ช่วยเร่งราก เร่งการเจริญเติบโต บำรุงต้นและใบเป็นอย่างดี

4.ปุ๋ยหมักในกระสอบ

วัสดุ

1.ขี้วัว    1  กระสอบ

2.รำหยาบ    1  กระสอบ

3.น้าหมัก (จุลินทรีย์น้ำซาวข้าว , จุลินทรีย์หน่อกล้วย ฮอร์โมนไข่ อย่างใดอย่างหนึ่ง  1 ขัน

4.บัวรดน้ำขนาด   5  ลิตร

5.น้ำเปล่า ประมาณ   25 ลิตร

วิธีทำ

1. เทน้ำหมักผสมในนัำที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน

2.เทขี้ว้วกับรำหยาบลงในกะละมังผสมปูน

3.รดน้ำลงไป 1 บัว แล้วใช้จอบคลุกเคล้าให้ส่วนผสมให้เข้ากัน . ทำ (นับรอบที่ 1) คลุกเคล้าดินอีก 3 รอบ โดยแต่ละรอบให้รดน้ำ 1 บัวต่อรอบ เมื่อคลุกเคล้าเสร็จในรอบที่ 4 ให้ลองกำส่วนผสมดูก่อนว่าส่วนผสมมีความชื้นหรือยัง ถ้ายังให้รดน้ำรอบที่ 5 แล้วคลุกส่วนผสมให้เข้ากัน

5.ตักใส่กระสอบปุ๋ยครึ่งกระสอบ แล้วมัดด้วยเชือกเอาไปตั้งไว้ในที่ร่ม หมักไว้ 45-60 วัน

วิธีใช้ : ใช้รองหลุมปลูกพืชผักทุกชนิด และใส่พึชผักแทนปุํยได้เลย

ประโยชน์ : ปุ๋ยหมักสูตรนี้มีไนโตรเจนสูง ปลูกผักงามไว ปลูกอะไรก็เขียว เพิ่มผลผลิต

5.น้ำหมักชีวภาพจากเศษอาหาร

อุปกรณ์

1.ถังหมักมีฝา      1  ถัง

2.น้ำสะอาด          3  ลิตร

3.เศษผัก ผลไม้ เศษอาหาร    3 กิโลกรัม

4.EM แบบขยาย  100 ซีซี

5.ไม้คน

6. จุลินทรีย์หน่อยกล้วย 100 ซีซี

(ไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำ

1.เทน้ำ  3 ลิตร ลงถัง

2.เทน้ำตาลทรายลงถัง คนให้น้ำตาลละลาย จากนั้นเทEM และ จุลินทรีย์หน่อยกล้วยลงในถัง คนให้เข้ากัน

3.เทเศษผัก ผลไม้ และเศษอาหาร ลงไปในถังแล้วกดให้ท่วม

4.เศษอาหารได้มาจากการการเทใส่ตระกร้าสะสมไว้ตอนเช้าถึงตอนเย็น ล้างน้ำให้สะอาดปล่อยให้สะเด็ดน้ำ สามารถเทเศษอาหารได้ทุกวัน เทไปเรื่อยๆจนพอใจ แล้วหมักไว้ 20-30 วัน กรองน้ำหมักเอาใส่ขวดออกมาไว้ใช้ กรณีเศษอาหารเยอะน้ำหมักจะข้นเหลวสามารถตักน้ำหมักผสมน้ำรดราดพืชได้เลย (ไม่ต้องกรอง)

วิธีใช้

1.น้ำหมัก  5 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร

2.รดพืชผักอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

3.น้ำหมัก  1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 5 ลิตร ฉีดพ่นทางใบอาทิตย์ละครั้ง

4.ข้อควรระวัง  หากการหมักยังไม่สมบูรณ์ ปริมาณกรดและน้ำตาลยังสูงอยู่ จะส่งผลเป็นพิษต่อพืช

ประโยชน์

1.ช่วยให้ดินร่วนซุย

2.ช่วยกระต้นการเกิดรากและช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี

3.ป้องกันแมลงและศัตรูพืช

ข้อแนะนำ : หากผสมสมุนไพร เช่น สะเดา ตะไคร้หอม ยาสูบ ดีปลี หรือพริกขี้หนู โดยใส่ผงสมุนไพร 2 – 5 ช้อนโต๊ะลงไปในส่วนผสมของขั้นตอนการหมักปุ๋ยอินทรีย์น้ำแต่แรก จะสามารถใช้เป็นสารไล่แมลงได้ด้วย

ไม่ควรเก็บปุ๋ยอินทรีย์น้ำไว้ในที่ที่โดนแดด ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 20 – 30 องศาเซลเซียส จะเก็บได้นาน 6 เดือน

6.การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารแบบฝังดิน

วัสดุอุปกรณ์

1.ถุงผ้าแยงเขียว     1 ใบ

2.เศษอาหารทึ่สะสมไว้หลายวัน 1 ถัง

3.น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย  500 ซีซี

4.น้ำหมัก EM  500 ซีซี

วิธีทำ

1.ขุดดินเป็นหลุมลึกพอประมาณกับถุงที่ใส่เศษอาหาร

2.หย่อนก้นถุงผ้าแยงลงไปในหลุมแล้วเทเศษอาหารลงไปให้เต็ม

3.เทน้ำหมักทั้งสองอย่างราดให้ทั่วและมัดปากถุงผ้าแยงให้แน่น แล้ววางถุงลงแนวนอน (ถ้ามีเศษใบไม้สามารถใส่รวมในถุงได้)

4.เอาดินกลบให้ทั่วถึง ไม่ต้องกลบแน่น หาป้ายเขียนวันหมักไว้เพื่อกันลืม หมักไว้ประมาณ 30 วันก็ขุดเอามาใช้ประโยชน์ได้

ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำน้ำหมักชีวภาพ

        In

 

น้ำหมักจากเศษอาหาร ฮอร์โมนไข่ และน้ำหมักอีเอ็ม

4) การจัดเก็บข้อมูล BCG รายตำบลแสลงพัน ณ บ้านหนองตาดตามุ่ง และพัฒนา plan point กรอกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดทำภาพกราฟิก

 

5)การทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายเป็นรายบุคคล

19 ตุลาคม 2564

-ได้รับมอบหมายให้ประชุมหารือกับทีมผู้ปฎิบัติงานเพื่อจัดกลุ่มอาสาสมัครประจำชุมชนเพื่อจะได้หาลงพื้นที่อบรมการทำน้ำหมักและแจกเมล็ดพันธุ์ผัก

-ได้รับมอบหมายให้เขียนสูตรน้ำชีวภาพและปุ๋ยหมักอินทรีย์(เน้นทำปุ๋ยจากเศษอาหาร

-ศึกษาข้อมูลการทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพจากเศษอาหาร พร้อมเขียนสูตรเพื่อใช้ประกอบในการอบรมให้องค์ความรู้แก่อาสาสมัครพรัอมการฝึกปฏิบัติจริง

21 ตุลาคม 2564

– ได้หารือกับเลขาเรื่องการแจกเมล็ดพันธุ์ผัก การแจกวัสดุอุปกรณ์การทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ แก่อาสาสมัครเพื่อใหัเกิดความชัดเจนและเข้าใจตรงกัน

-ติดต่อประสานงานอาจารย์ ดร.สุธีร์กิต ฟอดสูงเนิน เพื่อสอบถามการแบ่งกลุ่มลงพื้นทึ่ เรื่องการแจกวัสดุและเมล็ดพันธุ์ผักให้ชัดเจน

22 ตุลาคม 2564

-นัดหมายทีมผู้ปฏิบัติงานเพื่อทราบรายละเอียดการจัดกลุ่ม และกำหนดวันลงพื้นที่อบรมอาสาสมัครในแต่ละชุมชนให้แล้วให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน

-ปรึกษาหารือแสดงคิดเห็นในทีมผู้ปฏิบัติงานเพื่อหาข้อตกลงในการแบ่งกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อนำเสนออาจารย์ประจำหลักสูตร

-นำข้อมูลทึ่สรุปจากการประชุมหารือทีมผู้ปฏิบัติงาน นำเสนออาจารย์ประจำหลักสูตร

-ประชุมหารือกับทีมผู้ปฏิบัติงานเพื่อจัดวันลงพื้นทึ่ และมอบหมายภาระงานให้ทีมเพื่อรับผิดชอบการหาสถานที่ จัดสถานที่ และติดต่อประสานงานกับผู้นำในชุมชน และอาสาสมัครในชุมชนเพื่อนัดหมายวันอบรม

เข้าประชุมวันที่ 24 ตุลาคม 2564

-กิจกรรมการลงพื้นที่ (การพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ) และการเตรียมวัสดุฝึกให้พร้อม

ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2564

-มอบหมายให้ทีมเลขาจัดทำตารางแจกแจงงาน และตารางการลงพื้นที่

-การทำน้ำหมักชีวภาพวัสดุอุปกรณ์อาจารย์จัดเตรียมให้

-เขียนสูตรน้ำหมักชีวภาพ 6 สูตร

25 ตุลาคม 2564

-จัดซื้อพันธุ์พืชเพื่อเตรียมไปแจกอาสาสมัครชุมนุมตำแสลงพัน

-ได้รับมอบหมายให้ประสานทีมผู้ปฏิบัติงานเพื่อจัดคนเข้าไปอบรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยได้ประสานงานกับทีมเลขาเพื่อจัดตัวแทนไปอบรม

26 ตุลาคม 2564

-ติดต่อประสานงานร้านค้าเพื่อหาขวดมาทำน้ำหมักอีเอ็มในตลาดลำปลายมาศ

–ติดต่อประสานงานกับร้านสัมมาชีพในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสอบถามขนาดขวดที่ใส่น้ำหมัก

27 ตุลาคม 2564

-09.00-11.30 น.เป็นผู้ช่วยยถ่ายทอดองค์ความรู้การทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักอินทรีย์แก่อาสาสมัคร 5 ชุมชน ณ ศาลาประชาคมบ้านแสลงพัน

-13.00-15.00 น. เป็นผู้ช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้การทำน้ำหมักชีวภาพและการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์แก่อาสาสมัคร 3 ชุมชน ณ ศาลาวัดบ้านโคกใหม่พัฒนา

28 ตุลาคม 2564

09.00-11.30 น.เป็นผู้ช่่วยยถ่ายทอดองค์ความรู้การทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักอินทรีย์แก่อาสาสมัคร 4 ชุมชน ณ ศาลาประชาคมบ้านสี่เหลี่ยมเจริญ

-13.00-15.00 น. เป็นผู้ช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้การทำน้ำหมักชีวภาพและการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์แก่อาสาสมัคร 5 ชุมชน ณ ศาลาประชาคมบ้านบุขี้เหล็กพัฒนา

31 ตุลาคม 2564

-เข้าอบรมการทำตลาดออนไลน์ (Content Marketing ) ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

-ร่วมสร้างเพจการขายสินค้าบนเฟสบุ๊คกับทีมผู้ปฏิบัติงาน มีนายเจษฎา กุลสุนทรรัตน์ นายบุญเหนือ เครือตา “เพจชื่อเห็ดคุณยายบ้านแสลงพัน”

1 พฤศจิกายน 2564

-ได้รบมอบหมายจัดทำตารางลงพื้นที่เพื่ติดตามการทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักอินทรีย์ รวมทั้งติดตามการปลูกผักสวนครัวของอาสาสมัครในชุมชน

7 พฤศจิกายน 2564

-ได้เข้าประชุมทางออนไลน์กับอาจารย์ประจำหลักสูตร เพื่อเก็บข้อมูล cbd ในชุมชนมห้ครบตามกำหนด แบะได้รับมอบหมายให้แบ่งภาระวานมห้กับทีมผู้ปฏิบัติงานชุดใหม่ช่วยเก็บข้อมูลเพิ่ม

-ได้รับมอบหมายงานให้เขียนหลักสูตรระยะสั้น 1 หลักสูตร

-กรอกข้อมูล cbd รายตำบลเพิ่มเติม

9 พฤศจิกายน 2564

-ได้เข้าประชุมการจัดทำรายงาน​ 01,02,06  และเรื่องจัดทำ Powerpoint  ร่วมกัน นายเจษฎา กุลสุนทรรัตน์ และนายอนุชา กำลังรัมย์ โดยมีอาจารย์ ดร.สุธีร์กิต ฝอดสูงเนิน เข้าร่วมประชุมหารือด้วยเพื่อหาหัวข้อสรุปในการทำ powerpoint ประจำตำบลแสลงพัน

ติดตามการปลูกผักสวนครัวบ้านหนองตาลตามุ่งและการเตรียมพันธุ์ผักและวัสดุฝึก

   

วีดีโอการปฏิบัติงานประจำเดือน

อื่นๆ

เมนู