เรื่อง ศาสตร์พระราชา

                ด้วยการดำเนินกิจการงานต่างๆในโลกปัจจุบันมีความหลากหลาย ทั้งการประกอบชีพต่างถิ่นฐาน ทั้งประกอบในภูมิลำเนา ล้วนได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ย้ำแย่ อีกทั้งปัญหาโรคติดต่อที่มีการระบาดทั่วโลก ทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก ผู้ประกอบการเลิกจ้าง เป็นเหตุให้เกิดการว่างงาน แต่ค่าครองชีพยังคงเท่าเดิมและยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีกลุ่มประชาชนบางกลุ่มที่ต้องดิ้นรนหางาน หาเงิน เพื่อมาใช้ในการยังชีพและ มีบางกลุ่มที่เลือกจะกลับภูมิลำเนาเพื่อมาตั้งหลักหางานทำที่บ้าน ด้วยปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านโรคภัย และปัญหาด้านอื่นๆอีกมากมาย

                โดยยุคที่มีปัญหาหลายๆอย่างเข้ามารุมเร้า บั่นทอนชีวิตทำให้การดำเนินชีวิต ในสังคมแรงงานเป็นไปด้วยความมากลำบาก ซึ่งการดำรงชีวิตต้องทำงานหาเงินเพื่อมาซื้ออาหาร ทั้งนี้หากประชาชนในโลกปัจจุบันเล็งเห็นการใช้ชีวิตที่พอเพียง โดยที่ไม่ต้องวิ่งตามก้อนเงิน ใช้ชีวิตแบบพออยู่พอกินพอใช้ตามคำพ่อสอนหรือที่เรียกว่า “ศาสตร์พระราชา’’ ซึ่งศาสตร์พระราชานั้นเต็มไปด้วยความรู้ในการดำรงชีพ หรืออาจเปรียบได้กับคำสอนที่ว่า สอนให้เลี้ยงปลาซึ่งไม่ใช่การยื่นปลาให้ หากประชาชนหันกลับมารักธรรมชาติ ดำเนินชีวิตตามทางสายกลาง ไม่ต้องดิ้นรนหาเม็ดเงินมายังชีพ กลับมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแล้วจะรู้ว่าการใช้ชีวิตที่มีความสุขเป็นอย่างไร ทั้งนี้ผู้เขียนต้องการสื่อให้เห็นว่าการกลับมาใช้ชีวิตที่อยู่กับธรรมชาตินั้นจะเป็นการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน ซึ่งหากไปทำงานต่างแดนแล้วบั้นปลายชีวิตต้องกลับมาอยู่บ้านเกิดและต้องหางานทำซึ่งจะทำให้เสียเวลาดังนั้นควรกลับมาหางานที่มั่นคงทำพร้อมๆกับทำเกษตรพอเพียงไปคู่กัน ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าการทำเกษตรพอเพียงนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรือลงทุน เพราะตามศาสตร์พระราชาแล้วมีแค่ปัญญาไว้แก้ไขปัญหาและมีแรงกายไว้เป็นทุนก็เกินพอแล้ว คำว่าพอมีพอกินนั้นพ่อได้ให้ความหมายว่า เป็นการอุ้มชูตัวเองได้ให้มีพอเพียงกับตัวเองหากเหลือจากตัวเองแล้วก็ควรแบ่งปั่นหรือที่เรียกว่า “กำไรคือขาดทุน” ผู้เขียนเป็นหนึ่งในกลุ่มประชาชนที่กลับมาเพื่อสร้างพื้นฐานชีวิตที่ยั่งยืน ตามรอยพ่อหลวง ผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าอบรมรับความรู้จาก ป๋าอวบและอาจารย์ตังโอ๋ ซึ่งอาจารย์ทั้งสองนั้นได้เข้าไปรับความรู้จากจากพ่อหลวงโดยตรง อาทิเช่น การห่มดิน การปลูกป่า 5 ระดับ หลักการปลูกพืชแต่ละชนิด อีกทั้งยังอุทิศตนเป็นวิทยากรในการให้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาโดยตรงและไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ซึ่งการให้ความรู้แต่ละอย่างล้วนเต็มไปด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น ซึ่งป๋าอวบบอกว่าหากขาดสองปัจจัยนี้ไปก็จะไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จได้ ปัจจุบันนี้ชาวนาชาวไร่มีค่านิยมแบบผิดๆคือการตัดไม้ทำลายป่าและหันไปปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งทำให้ระบบนิเวศโดยรวมผิดไปจากเดิม ในศาสตร์ของพ่อควรปลูกพืชแบบผสมผสาน ปลูกแค่พอดูแลได้ ไม่เกินตัว ไม่เดือดร้อนตัวเองและคนอื่น

ทั้งนี้ผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตแบบพอมีพออยู่พอกินและพอใช้ในยุควิกฤตการณ์ของโลกปัจจุบันนี้ ซึ่งหากมีใจรักและตั้งใจที่จะทำแล้วคำว่าล้มเหลวในการทำเศรษฐกิจพอเพียงนั้นไม่มีเลย แต่กลับกันเศรษฐกิจพอเพียงนี้จะช่วยทำให้เราดำรงชีพให้ผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปได้

                                                                                                                                                         

                                                                                                                        อัครวัฒน์ เชาว์ชูรัมย์

                                                                                              กพร.ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอหนองหงส์    

ภาพกิจกรรม

ลิ้งค์วีดิโอ

 

                                                                                                                   

อื่นๆ

เมนู