1. หน้าแรก
  2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  3. HS08 - ตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ
  4. HS08-จัดเก็บข้อมูลในการลงพื้นที่เพื่อสอบถามความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวอินทรีย์ในชุมชนบ้านทะเมนชัย หมู่1 ตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

HS08-จัดเก็บข้อมูลในการลงพื้นที่เพื่อสอบถามความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวอินทรีย์ในชุมชนบ้านทะเมนชัย หมู่1 ตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

ครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

          ข้าพเจ้านางสาวณัฐริยา จงปลูกกลาง ประเภทบัณฑิตจบใหม่ พื้นที่ที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบ คือ บ้านทะเมนชัย หมู่1 ตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

          จากการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลจากชาวบ้านในชุมชนบ้านทะเมนชัย หมู่1 ตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์  ได้ดำเนินการสังเคราะห์ข้อมูล และ พบว่า ชาวบ้านต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวอินทรีย์ หลายประเภท ได้แก่

1.สครับขัดผิว

2.สบู่จากน้ำนมข้าว

3.โดนัท

4.ข้าวแต๋น

5.ข้าวหมากจากข้าวหอมมะลิ  ฯลฯ

แต่มีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ คือ ข้าวหมากจากข้าวหอมมะลิ เนื่องจากเป็นที่นิยมและมีคุณประโยชน์ที่ได้รับจากข้าวหมาก เช่น ช่วยรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหาร เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งและเนื้องอก เป็นต้น โดยเห็นว่า ควรมีการอบรมในเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวอินทรีย์ให้แก่ชาวบ้านในชุมชน ซึ่งมีกระบวนการส่งเสริมในเรื่องการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ รวมไปถึงสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าOTOP หรือสินค้าใหม่ให้แก่ชุมชนได้เช่นกัน

          จุดเด่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชนบ้านทะเมนชัย หมู่1 เนื่องจากเป็นชุมชนที่ยังคงโดดเด่นในเรื่องของการทอผ้าไหมเพราะทำเป็นธุรกิจในครัวเรือนมาอย่างยาวนาน เพียงแต่เหลือไม่กี่ครัวเรือนที่ยังคงทอผ้าไหมอยู่เพราะถือเป็นอาชีพของบรรพบุรุษที่สืบทอดต่อมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน

          จุดด้อยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชนบ้านทะเมนชัย หมู่1  เนื่องจากชาวบ้านบางครัวเรือนในชุมชนที่ยังคงทอผ้าไหมเป็นธุรกิจในครัวเรือนอยู่ซึ่งในชุมชนไม่ได้มีการจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านหรือมีการมารวมกลุ่มกันของคนในชุมชน ที่เป็นในรูปแบบของศูนย์การเรียนรู้การทอผ้าไหม หรือไม่ได้มีการพัฒนาต่อยอดออกไปอีกมีเพียงการทำเป็นธุรกิจในบางครัวเรือนเท่านั้น จึงยังไม่เป็นที่รู้จักมากพอจากภายนอกชุมชน ในปัจจุบันการทอผ้าไหมในชุมชนก็ลดน้อยลง สาเหตุเพราะว่าชาวบ้านในชุมชนจำนวนมากไปทำงานต่างถิ่น หรือหันไปทำอาชีพเกษตรกรรมแบบเต็มตัว หรือผู้ที่ทอผ้าไหมเป็นส่วนใหญ่ก็จัดว่าเป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีแรงทำต่อหรือลูกหลานไม่ได้สืบทอดกิจการต่อนั่นเอง

          โอกาสที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนนี้สามารถจำหน่ายและสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ชุมชนได้ คือ ความทันสมัยของเทคโนโลยี การมีตลาดออนไลน์ ดังนั้น การส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจ เรียนรู้ และสามารถใช้ตลาดออนไลน์เป็นเครื่องมือในการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆของชุมชนจะทำให้ชุมชนมีศักยภาพที่เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

          อุปสรรค ปัจจัยภายนอกที่เป็นข้อจำกัดในการผลิตข้าวหมากจากข้าวหอมมะลิ ได้แก่ ชาวบ้านในชุมชนหลายท่านกังวลถึงเรื่องการขายสินค้าเพราะเนื่องจากสินค้ามีวันหมดอายุ ดังนั้นจึงกังวลว่าหากขายสินค้าไม่หมดจะมีวิธีทางแก้ไขหรือควรทำอย่างไร และจะมีผู้สนใจสินค้ามากน้อยเพียงใด เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้สื่อสังคม หรือ โซเชียลมีเดีย ในรูปแบบของการขายออนไลน์ไม่เป็น 

ข้อเสนอแนะของสมาชิกในชุมชน

          (นางทองใบ สงฆรินทร์) ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน หมู่1 กล่าวว่า “ต้องการเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ที่นอกเหนือจากการทำข้าวหมาก คือการทำสครับขัดผิวและสบู่จากน้ำนมข้าว เพราะเป็นสินค้าสำหรับการใช้งานที่ไม่ใช่การบริโภคเพียงอย่างเดียว เนื่องจากคำนึงถึงวิธีการเก็บรักษาได้นานกว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นของทานเล่น และต้องการต่อยอดสินค้าในชุมชนของตนเองคือ การทอผ้าไหม โดยต้องการเรียนรู้ลายผ้าใหม่ๆเพื่อนำมาปรับใช้กับการทอผ้าไหมในชุมชนรวมไปถึงสามารถต่อยอดสินค้าให้มีมูลค่ามากยิ่งขึ้นเช่นกัน”

ข้อเสนอแนะของผู้ปฏิบัติงาน

          ข้าพเจ้าคิดว่าหลังจากการเข้าไปลงพื้นที่ในชุมชน ทำให้เห็นถึงความต้องการของชาวบ้านในชุมชนที่มีความสนใจกับทางโครงการที่ต้องการสร้างอาชีพให้แก่ชาวบ้าน เนื่องจากยังคงมีชาวบ้านในชุมชนที่ว่างงานจากการทำเกษตรกรรม และผู้ที่ไม่ได้มีธุรกิจการทอผ้าไหมในครัวเรือน เพื่อจะช่วยต่อยอดอาชีพและรายได้รวมไปถึงสามารถเป็นจุดเด่นให้แก่ชาวบ้านในชุมชนได้เช่นกัน

ภาพประกอบ

อื่นๆ

เมนู