ข้าพเจ้า นายกลวัชร  ศรีหาบุญทัน  ประเภท ก.พ.ร.(สังกัดตำบล)  ตำบลพระครู  อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

หลักสูตร : HS09 โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยสู่ตำบลเพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

การอบรมเชิงปฏิบัติการในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคมมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการอยู่ 2 ครั้ง  ครั้งแรก วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ครั้งที่สอง วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 

             การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งแรก  ที่บ้านหนองมะค่าแต้ ตำบลพระครู อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ทีมผู้ปฏิบัติงานและอาจารย์ประจำหลักสูตร พร้อมแม่ๆกลุ่มทอผ้าไหม ได้เข้าอบรมตามโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ลายอัตลักษณ์ โดย คุณกฤษกร แก้วโบราณ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ จังหวัดขอนแก่น เป็นวิทยากร ซึ่งได้มีการเพิ่มรูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าไหมขึ้นมาคือ การทอผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ และให้ความรู้เกี่ยวกับการย้อมสีธรรมชาติ เกี่ยววัตถุดิบธรรมชาติในการมาย้อมสี เพื่อจะได้มาย้อมสีธรรมชาติตามที่ได้ออกแบบไว้ในการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งต่อไป 

               การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งที่สองก็ยังคงลงพื้นที่ ณ บ้านหนองมะค่าแต้ ตำบลพระครู อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ข้าพเจ้าและทีมผู้ปฏิบัติงานและอาจารย์ประจำหลักสูตร ครั้งนี้เป็นลงพื้นที่เพิ่มเติมจากครั้งที่แล้ว โดยครั้งนี้จะเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการขั้นตอนในย้อมสีเส้นไหมมัดหมี่ โดยใช้สีจากธรรมชาติให้ทั้งสามหมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหนองขวาง บ้านหนองมะค่าแต้ และบ้านชุมทองพัฒนา ตำบลพระครู อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์   โดยได้คุณกฤษกร แก้วโบราณ มาเป็นวิทยากรผู้ให้ความรู้เช่นเดิม 

การย้อมสีธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่ได้มาจากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น เปลือกไม้ ใบไม้ ผล ลำต้น แก่น ดอกไม้และรากไม้ ซึ่งจะมีกรรมวิธีในการเตรียมน้ำย้อมสีและวิธีการย้อมสีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและส่วนที่นำมาใช้ในการย้อมสี

 การเตรียมน้ำย้อม

อุปกรณ์ที่ใช้ในการย้อม

หม้อย้อมควรใช้หม้อสแตนเลส หม้อเคลือบ หรือกระทะใบบัว ถุงมือ กะละมัง หรือถังพลาสติก สำหรับล้างไหม เตาไฟจะเป็นเตาฟืน หรือเตาแก๊สก็ได้

การเตรียมน้ำย้อม

ให้ทำการสับหรือผ่าให้เป็นชิ้นเล็กๆ อัตราส่วนของวัถุดิบโดยประมาณ 2 กิโลกรัมต่อน้ำ5ลิตร หรือขึ้นอยู่กับปริมาณความเข้มที่เราต้องการ นำมาต้ม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชม. ข้ามคืนได้ยิ่งดี ในการย้อมสีธรรมชาติครั้งเป็นการย้อมโดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติในการย้อม คือ เปลือกประดู่ แก่นขนุน ต้นกล้วย ใบยูคาลิปตัส เปลือกสมอ โคลน

การย้อมสีมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

นำเส้นไหมที่จะย้อม ที่เตรียมไว้ (ทำความสะอาดแล้ว) นำน้ำย้อมที่เราเตรียมไว้มาใส่เกลือเคมี 2 ช้อน (ในกรณีที่ว่าเราไม่มีเกลือเคมีให้เราใช้เกลือแกง 3 ช้อน) แล้วคนให้ละลาย

นำเส้นไหมที่จะย้อม นำไปแช่ไว้ในน้ำย้อมหรือเรียกว่าการเย็นก่อน ประมาณ 20 นาทีแล้ว ถ้าเราย้อมเย็นสีจะไม่ด่าง ต้องนวดเรื่อยๆ หลังจากย้อมเย็นเสร็จนำไปตั้งไฟในน้ำเดือดแล้วจับเวลา 1 ชั่วโมง (ย้อมร้อน) ระหว่างการย้อมร้อน ก็ใหเพลิกเส้นไปกลับไปกลับมาเพื่อสีสม่ำเสมอ

หลังจากย้อมร้อนแล้วให้ยกไหมขึ้นถ้าไม่ยกไม่ขึ้น เวลาใส่สารช่วยติดลงไปไหมจะด่าง ใส่สารช่วยติดลงไป สารช่วยติดขึ้นอยู่กับว่าใช้วัดถุดิบธรรมชาติอะไรในการย้อม จะให้ไปอยู่ในโทนสีอะไร เช่น แก่นขนุนสีออกเหลืองให้ใช้สารส้ม จุนสีจะออกเป็นสีเขียว ฟ้า โคลนจะออกเป็นโทนน้ำตาลไปทนทางเข้ม เป็นต้น จากนั้นเอาลงไปย้อมต่อ 20 นาที

นำไหมที่ทำการย้อมเสร็จแล้วล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นนำมาปั้นตากให้แห้ง

อาจารย์ประจำหลักสูตรได้มอบหมายให้ผู้ปฏิบัติงานทำรายงาน สรุปโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ลายอัตลักษณ์ โดยมีหัวข้อดังนี้

1.ขั้นตอนในการทอผ้าไหมมัดหมี่

2.ขั้นตอนการสาวไหม

3.ขั้นตอนการเตรียมเส้นไหม

4.ขั้นตอนการมัดหมี่

5.ขั้นตอนการย้อมสี

6.ขั้นตอนการแก้หมี่

7.ขั้นตอนการทอผ้า

8.ประเด็นข้อมูลพิ่มเติม  (ผ้าไหมลายอัตลักษณ์  คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับการทอผ้าไหมมัดหมี่ ปัญหาและแนวทางการแก้ไขในการทอผ้าไหม  ความเชื่อเกี่ยวกับการทอผ้าไหม)

       

อื่นๆ

เมนู