สวัสดีค่ะ ดิฉัน นางสาวปิยะธิดา ปาละสาร กลุ่มงานประเภทนักศึกษา สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตร HS09 ตำบลพระครู อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล แบบบูรณาการ 1 มหาวิทยาลัย 1 ตำบล (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ในวันที่ 18 กรกฏาคม พ.ศ 2564 . ได้มีการลงพื้นที่อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การย้อมสีลายผ้าไหมมัดหมี่อัตลักษณ์ชุมชน ตำบลพระครู อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในแต่ละหมู่บ้านจะมีลวดลลายแตกต่างกันออกไป เช่น ลายรูปสัตว์ ลายตามธรรมชาติและลายรูปเรขาคณิต ออกแบบคิดค้นลายโดย นายกฤษกร แก้วโบราณ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มีหมู่บ้านที่เข้าร่วม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่7 บ้านหนองขวางน้อย หมู่ 9 บ้านหนองมะค่าเเต้ หมู่ 13 บ้านชุมทองพัฒนา

การย้อมสีเส้นไหมนับเป็นกระบวนการหนึ่งในการผลิตผ้าไหมของเกษตรกร และการย้อมสีจากสีที่ได้จากวัตถุดิบตามธรรมชาตินับเป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาแต่อดีต แม้ว่ากระบวนการย้อมจะยุงยาก สีที่ย้อมได้ซีดจางง่าย ไม่คงทนต่อแสงและการซัก แต่ความนิยมในการใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีธรรมชาติกลับเพิ่มมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยเหตุผลที่สำคัญ คือ ทำให้ผู้สวมใส่ไม่เกิดอาการแพ้และของเสียที่เกิดขึ้นไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ข้อจำกัดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ย้อมสีธรรมชาติที่สำคัญ คือ การขาดแคลนวัตถุดิบโดยเฉพาะแก่นไม้ และการขาดเทคนิคการย้อมเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดังนั้น งานวิจัยด้านการย้อมสีธรรมชาติ จึงเน้นไปที่การพัฒนาเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติจากส่วนของพืชที่มีปริมาณมากหรือพืชที่เจริญเติบโตเร็ว เพื่อให้ได้เทคนิคการย้อมสีที่มีความคงทนต่อแสงและการซัก

การย้อมสีเส้นไหม คือกรรมวิธีทำให้ผ้าไหมมีสีต่างๆโดยนำปอยหมี่ที่มัดหมี่เรียบร้อยแล้วไปย้อมสีในน้ำต้ม โดยใช้สีย้อมไหมที่มีคุณภาพดี ถ้าหากต้องการให้ผ้าไหมมีหลายๆสีเพิ่มขึ้น เมื่อย้อมหมี่ด้วยสีย้อมไหมเรียบร้อยเเล้ว จะต้องนำไป โอบหมี่ คือการใช้เชือกฟางเล็กๆ พันลำหมี่ตรงส่วนที่ยังไม่ถูกมัดหมี่ ตามแบบลายมัดหมี่ การโอบ(พัน) ต้องโอบ(พัน) ให้เชือกฟางแน่นที่สุดและหลายๆรอบ นำหมี่ที่โอบหมี่เรียบร้อยแล้ว ไปล้างสีออกในน้ำเดือด(จะล้างออกเฉพาะบริเวณที่ไม่ถูกมัดหรือโอบเท่านั้น) การมัดหมี่ย้อมสีสังเคาระห์หรือสารเคมี  โดยทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้ทำการโอบสีตามที่ได้ออกแบบไว้ เพื่อให้ได้สีที่ต้องการ ซึ่งเริ่มต้นโดยการกำหนดสีของลวดลายที่ได้ออกแบบไว้ อย่างเช่น  ลวดลายที่ออกแบบไว้จะประกอบด้วยสีทั้งหมดจำนวน 4 สี คือ สีเหลือง สีแดง สีขาว และสีน้ำตาลแดง ให้เริ่มทำการมัดเก็บส่วนของลวดลายที่เป็นสีขาวทั้งหมด จากนั้นนำไปย้อมสีเหลือง และทำการมัดเก็บสีเหลืองตามลวดลายที่ออกแบบไว้ ทำการย้อมทับสีเหลืองส่วนที่เปิดไว้ด้วยสีแดง ทำการมัดเก็บส่วนสีแดงที่ต้องการไว้ตามลวดลาย ส่วนสีแดงที่เหลือก็คือส่วนที่เป็นสีพื้นของผ้ามัดหมี่ จากนั้นให้นำหัวหมี่ไปต้มกับสารกันด่างเพื่อที่จะลดความเข้มของระดับสีแดงลง จากนั้นทำการย้อมสีเทาทับสีแดง ส่วนที่เป็นสีพื้นก็จะทำให้สีพื้นเป็นสีน้ำตาลแดง จากนั้นนำหัวหมี่ไปล้างน้ำสะอาดจนกระทั่งแน่ใจว่าน้ำสีออกหมด ก็จะได้สีพื้นเป็นสีน้ำตาลแดง นำหัวหมี่ที่มัดลวดลายและย้อมครบทั้ง4 สี ตามกำหนดแล้วไปตากผึ่งให้แห้ง เป็นการเสร็จสิ้นในการย้อม

การย้อมเส้นไหม  เป็นงานที่ต้องใช้แรงกายมากพอสมควร  เช่น  การยกขณะย้อมต้องกลับเส้นไหมไปมา  เพื่อให้เส้นไหมได้ความร้อนทั่วถึงสม่ำเสมอ  เป็นการป้องกันการย้อมสีติดไม่สม่ำเสมอเส้นไหมมีสีด่าง 

ารใช้อุปกรณ์ในการย้อมผ้านั้นหม้อย้อมควรใช้หม้อสแตนเลส  หม้อเคลือบ หรือกระทะใบบัว  ไม่ควรใช้หม้ออะลูมิเนียม  และควรเลือกขนาดหม้อให้เหมาะสมกับการย้อมผ้า หรือเส้นด้ายกับไม้กวนผ้า  โดยไม้ควรมีขนาดใหญ่พอที่จะรับน้ำหนักเส้นด้ายเส้นเปียกในหม้อย้อมได้กะละมังหรือถังพลาสติกสำหรับล้างผ้าหรือเส้นด้ายก่อนย้อมและหลังย้อม  เตาไฟจะเป็นเตาฟืนหรือเตาแก๊สก็ได้

และอาจารย์ประจำหลักสูตรให้เก็บข้อมูล Covid-19 ประจำเดือนสิงหาคม ตามแบบสำรวจ 4 เรื่อง ได้แก่

  1. ที่พักอาศัย
  2. ตลาด
  3. ศาสนสถาน
  4. โรงเรียน

https://www.youtube.com/watch?v=QtXNQm8kwgw

อื่นๆ

เมนู