1. หน้าแรก
  2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  3. HS09 - ตำบลพระครู อำเภอเมืองบุรีรัมย์
  4. HS09 พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเพื่อรักษาภูมิปัญญาและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1ตำบล 1มหาวิทยาลัย

HS09 พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเพื่อรักษาภูมิปัญญาและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1ตำบล 1มหาวิทยาลัย

ข้าพเจ้า นางสาวสุจิตรา แสงวาโท กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ตำบลพระครู อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

หลักสูตร : HS09 โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ข้าพเจ้าและผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน รวมทั้งอาจารย์ประจำหลักสูตร ได้เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Products)”  วันที่ 19 มิถุนายน 2564 ณ บ้านหนองมะค่าแต้ ตำบลพระครู อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ อบรมในหัวข้อเรื่อง การมัดลายผ้าไหมมัดหมี่อัตลักษณ์ชุมชน ตำบลพระครู อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ออกแบบโดย นายกฤษกร แก้วโบราณ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีหมู่บ้านมี่เข้าร่วม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 7 บ้านหนองขวางน้อย หมู่ 9 บ้านหนองมะค่าแต้ และหมู่ 13 บ้านชุมทองพัฒนา

การสร้างลวดลายเมื่อทำการค้นหมี่เรียบร้อยแล้ว ให้นำเส้นไหมที่ทำการค้นเตรียมไว้ไปใส่ในอุปกรณ์ที่เรียกว่า หลักหมี่ หรือ โฮงหมี่ เพื่อที่จะทำการมัดหมี่ให้เป็นไปตามลวดลายที่ได้ออกแบบไว้ การมัดหมี่ เป็นการทำลวดลายบนผืนผ้า โดยการใช้วัสดุกันน้ำมัดกลุ่มเส้นไหมเป็นลวดลายตามต้องการ ก่อนนำเส้นไหมไปย้อมน้ำสี เมื่อแกะหรือแก้วัสดุกันน้ำออก จะเกิดสีแตกต่างกัน ถ้าต้องการเพียง 2 สี จะแก้มัดเส้นไหมเพียงครั้งเดียว หากต้องการหลายสีจะมีการแก้วัสดุหลายครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการมัดหมี่ คือ มีดบางเล็ก ๆ หรือใบมีดโกนชนิดมีด้าม เชือก ฟาง (เมื่อก่อนใช้กาบกล้วยแห้ง) โฮงหมี่ และแบบลายหมี่ การมัดลายเต็มตัว (เต็มผืน) ผู้มัดจะต้องมัดลายตามแบบลายหมี่ให้เต็มปอยหมี่ (ผู้ที่ชำนาญในการมัดหมี่จะไม่ดูแบบลายหมี่) ส่วนการมัดลายครึ่งท่อน (ครึ่งผืน) ผู้มัดหมี่จะมัดเพียงครึ่งเดียวของปอยหมี่เท่านั้น

การมัดหมี่

เอาปอยหมี่ที่ค้นเสร็จแล้วใส่ “หลักหมี่หรือโฮงหมี่”การเริ่มต้นมัดลายหมี่ อาจมัดจากด้านบนไล่เรียงลงข้างล่าง หรือมัดข้างล่างก่อนจึงไล่เรียงขึ้นข้างบนก็ได้ บางคนอาจจะเริ่มมัดจากตรงกลางก่อนจึงขยายออกไปเต็มหลักหมี่ เริ่มมัดปลายเชือกด้านหนึ่งกับลำหมี่ก่อน จึงพันอีกปลายหนึ่งซ้อนทับให้แน่นเพื่อไม่ให้สีย้อมซึมเข้าข้อหมี่ เมื่อพันทับกันไปจนได้ความยามตามแนวลายหมี่แล้ว มัดปลายเชือกกับลูกหมี่ให้แน่นเช่นกันโดยเหลือปลายเชือกไว้ เมื่อเวลาแก้มัดเชือกจะทำได้ง่าย ส่วนของไหมที่ถูกเชือกฟางมัดนี้เวลานำไปย้อมสี สีอื่นจะไม่สามารถซึมเข้าไปในส่วนนั้น ๆ ได้ จะคงสีไว้ตามเดิม และส่วนที่ไม่ถูกมัดจะย้อมติดสีตามที่ย้อม ถ้ามัดหมี่และย้อมสีสลับกันหลายครั้งจะทำให้ผ้าไหมมีหลาย ๆ สี เอาเชือกเส้นหนึ่งสอดเข้าไปในช่องหลักหมี่ข้างใดข้างหนึ่ง ผูกกลุ่มเส้นไหมไว้เป็นวงไม่ให้หมี่ที่มัดลวดลายแล้วหลุดออกจากกัน และใช้เป็นหูหิ้วสำหรับจับเวลาย้อม จากนั้นจึงถอดเส้นไหมมัดหมี่ออกจากหลักหมี่ค่อย ๆ มัดทีละลำ ทีละข้อพันเชือกให้แน่นตามลวดลาย อย่าให้น้ำย้อมสีซึมเข้าได้

และในวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 ได้ลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสถาณการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ 4หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหนองขวางน้อย บ้านหนองยาง บ้านศรีปทุม และบ้านหนองกก โดยการสอบถามข้อมูลจากผู้นำชุมชน อาสาสมัครสารธารณสุข ของแต่ละหมู่บ้าน เกี่ยวกับมาตรการต่างๆในป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคโควิด19ในแต่ละพื้นที่มีมาตรการอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น สถานศึกษา วัด และสถานที่กักตัวของคนที่มาจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งข้อมูลที่ได้ส่วนใหญ่ ปฏิบัติตามมาตรการของการแพร่ระบาดโรคโควิด19อย่างเคร่งครัด และคนในชุมชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู