ข้าพเจ้า นายรพีภัทร หรบรรพ์ ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ผู้ปฏิบัติงานตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ(มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์

หลักสูตร:เกษตรผสมผสานในรูปแบบโคก หนอง นาโมเดล ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน HSO2 ได้ปฏิบัติงานประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564

          กิจกรรมในวันที่ 5 ตุลาคม เวลา 11:00 น.-12.30 น. มีการประชุมผู้ปฏิบัติงานตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ(มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ทุกท่าน ผ่านช่องทางออนไลน์(Google Meet)ในการประชุมมีคณะอาจารย์ที่กำกับดูแลในส่วนของต.หนองโสนเข้าร่วมประชุมได้แก่ผศ.ศุภกิจ ภูวงศ์,อ.สมยงค์ โสมอินทร์และอ.ภูริสา วัชเรนมร์วงศ์ โดยสาระการประชุมมีอยู่หลายประเด็นด้วยกัน คณะอาจารย์และผู้ปฏิบัติงานเก่าได้กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ ซึ่งข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในผู้ปฏิบัติงานใหม่รู้สึกยินดียิ่ง เป็นการปฐมนิเทศผู้ปฏิบัติงานใหม่ได้ชี้แจงข้อปฏิบัติและภาระงานต่างๆให้ผู้ปฏิบัติงานใหม่ได้ทราบ ประเด็นต่อมาอาจารย์ได้ชี้แจงในเรื่องของภาระงานที่ต้องปฏิบัติในเดือนตุลาคมให้สมาชิกทุกท่านได้ทราบ ได้แก่ 1.การลงพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลตามแบบสอบถามU2T-SROIให้แบ่งเป็นกลุ่มลงไปปฏิบัติงาน 2.การจัดกิจกรรมเสวนาทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก หนอง นาโมเดล : ทางเลือกและทางรอดในยุค NEW NORMAL ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรอง หมู่ 1บ้านโค่กว่าน ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ภาพการประชุมผ่านช่องทางออนไลน์(Google Meet)

          กิจกรรมวันที่ 10 ตุลาคม เวลา 13.00 น.-14.00 น. ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลตามที่ได้ประชุมในวันที่ 5 ตุลาคม ให้มีการแบ่งกลุ่มเพื่อลงในพื้นที่ โดยข้าพเจ้าอยู่ในกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ได้ตกลงกันกับเพื่อนๆในกลุ่มให้แบ่งกลุ่มย่อยออกเป็นสามกลุ่มย่อยๆรับผิดชอบในสามประเด็น ได้แก่

  1. หน่วยงานภาครัฐ
  2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)
  3. เอกชนในพื้นที่

ข้าพเจ้าเลือกเอาประเด็นที่ 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)เลือกกลุ่มประชากรที่จะตอบแบบสอบถาม U2T-SROI คือ นายบุญลือ นวลปักษี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านบุคราม ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ได้สอบถามประเด็นต่างๆตามที่แบบสอบถามU2T-SROIกำหนดไว้ หลังจากนั้นได้นำส่งแบบสอบถามU2T-SROIให้กับหน่วยงานที่กำกับดูแลต่อไป

ภาพกิจกรรมลงพื้นที่เก็บข้อมูล

          กิจกรรมวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 09:00 น.-14:00 น. ในวันนี้มีกิจกรรมเสวนาทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก หนอง นาโมเดล : ทางเลือกและทางรอดในยุค NEW NORMAL ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอนางรอง หมู่ 1บ้านโค่กว่าน ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งข้าพเจ้าและทีมงานผู้ปฏิบัติงานตามโครงการทุกคนรับผิดชอบในการจัดกิจกรรม โดยมีหน้าที่ในการจัดเตรียมสถานที่และต้อนรับ ดูแลผู้ที่มาร่วมกิจกรรม ในงานมีผู้ร่วมเสวนามาให้ความรู้หลายท่าน ได้แก่

  1. พระครูวิสุทธิพัฒนาภิรม เจ้าอาวาสวัดตาไก้พลวง เจ้าคณะตำบลหนองกง
  2. นายสมชิด ไชยชาติ พัฒนาชุมชนชำนาญการอำเภอนางรอง
  3. อ.ดนัย สุริยะวงศ์ศรี นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ(นพต.)
  4. นายเกรียงศักดิ์ แผ้วพลสง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน
  5. นางกรุณา สวัสดิ์สิงห์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน
  6. นางดนุลดา ธรรมนิยม สารวัตรกำนันตำบลหนองโสน
  7. รศ.ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
  8. อ.ชมพู อิสริยาวัฒน์ รองคณบดีคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์(ผู้ดำเนินการเสวนา)

ภาพกิจกรรมวันงานเสวนา

          โดยองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการเสวนา โคก หนอง นาโมเดล คือ การจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นการผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ โคก หนอง นาโมเดล เป็นการที่ให้ธรรมชาติจัดการตัวเองโดยมี มนุษย์เป็นส่วนส่งเสริมให้มันสำเร็จเร็วขึ้นอย่างเป็นระบบ แนวคิดการจัดการน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ทั้งบนดิน(ด้วยหนอง คลองไส้ไก่ และคันนา)และใต้ดิน(ด้วยป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างตามแนวพระราชดำริ) โคก หนอง นาโมเดล เป็นการจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร ซึ่งมักอยู่ในพื้นที่กลางน้ำ ได้ทำการผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านแปลงสู่คำภาษาไทยที่ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ คือ “โคก หนอง นา” โดยยึดหลักว่าดินที่ขุดทำหนองน้ำนั้นให้นำมาทำโคก บนโคกปลูก “ป่า 3อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวทางพระราชดำริ ส่วนหนองน้ำนั้นเพื่อให้น้ำกระจายไปเต็มพื้นที่ให้ขุด“คลองไส้ไก่”หรือคลองระบายน้ำรอบพื้นที่ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยขุดให้คดเคี้ยวไปตามพื้นที่ เพื่อให้น้ำกระจายเต็มพื้นที่เพิ่มความชุ่มชื้น ลดพลังงานในการรดน้ำต้นไม้ นอกจากนั้นยังสามารถทำฝายทดน้ำเพื่อเก็บน้ำเข้าไว้ในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่โดยรอบไม่มีการกักเก็บน้ำ น้ำจะหลากลงมายังหนองน้ำและคลองไส้ไก่ ให้ทำฝายทดน้ำเก็บไว้ใช้ยามหน้าแล้ง ส่วนพื้นที่นานั้นให้ยกคันนาให้สูงและกว้าง โดยสูง 1-1.2 เมตร ความกว้างตามความเหมาะสม เพื่อให้นาสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ในยามน้ำหลาก ทำนาน้ำลึก ปลูกข้าวอินทรีย์พื้นบ้าน โดยเริ่มจากการฟื้นฟูดิน ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ คืนชีวิตเล็กๆ หรือจุลินทรีย์กลับคืนแผ่นดิน ข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เติบโตด้วยดินที่อุดมจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรคและแมลง ใช้การควบคุมปริมาณน้ำในนาเพื่อคุมหญ้า ทำให้ปลอดสารเคมีได้ ปลอดภัยทั้งคนปลูก คนกิน บนคันนา และโดยรอบพื้นที่ปลูกพืช ผัก สวนครัว เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ทำให้พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น เป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน ก่อนเข้าสู่ขั้นก้าวหน้า คือ ทำบุญ ทำทาน เก็บรักษา ค้าขาย และเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย มีการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ทั้งการขุดลอก หนอง คู คลอง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งและเพิ่มการระบายน้ำยามน้ำหลาก

โคก หนอง นา โมเดล

          จากการปฏิบัติงานในเดือนตุลาคมนี้ สามารถผ่านไปได้อย่างดี ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านสามัคคีกันมาก คอยให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน พบอุปสรรคในการปฏิบัติงานในเดือนตุลาคม เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝนตก ทำให้การปฏิบัติไม่ค่อยสะดวก การลงพื้นที่เฉอะแฉะ ยากต่อการเดินทาง ต้องระมัดระวังในการขับรถเป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าขอขอบคุณชาวบ้านในเขต ต.หนองโสน ทุกท่านที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

วีดิโอประจำเดือนตุลาคม 2564

 

 

อื่นๆ

เมนู