ข้าพเจ้านายอัษฎาวุธ เกิดนอก ประเภทนักศึกษา ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

หลักสูตร : โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ข้าพเจ้าได้ทำการสืบค้นข้อมูล   คุณสมบัติของวัคซีนซิโนแวคต้านโควิด-19   โดยสรุปได้ดังนี้

 

วัคซีน โคโรนาแวค (CoronaVac)  หรือ ซิโนแวค คืออะไร

วัคซีน “โคโรนาแวค” (CoronaVac) ผลิตโดยบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) ประเทศจีน วัคซีนชนิดนี้เริ่มมีการพัฒนามาตั้งแต่มกราคม 2020 และเริ่มใช้งานครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

ทั้งนี้วัคซีนโคโรนาแวค หรือซิโนแวค ใช้เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนแบบเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) เช่นเดียวกับการผลิตวัคซีนตับอักเสบเอและวัคซีนโปลิโอชนิดฉีด

การผลิตวัคซีนแบบเชื้อตายหมายความว่า การนำเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (COVID-19) มาเพาะเลี้ยงให้ขยายพันธุ์จำนวนมาก จากนั้นจึงนำมาฆ่าด้วยสารเคมีบางชนิด หรือระดับความร้อนที่เหมาะสม แล้วจึงนำมาผลิตเป็นวัคซีน

กลไกของวัคซีนโควิดชนิดนี้คือ การเหนี่ยวนำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดีต้านเชื้อไวรัสเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 เพื่อไม่ให้เข้าสู่เซลล์ร่างกายได้นั่นเอง

เทคโนโลยีดังกล่าวแตกต่างจากวัคซีนโควิดของไฟเซอร์ (Pfizer COVID-19 Vaccine) และวัคซีนโควิดของโมเดอร์นา (Moderna COVID-19 Vaccine) ซึ่งเปิดตัวมาก่อนหน้า วัคซีนสองค่ายนี้ต่างใช้เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนแบบสังเคราะห์สารดีเอ็นเอ (DNA) หรือสารอาร์เอ็มเอ (mRNA) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่

อีกทั้งยังแตกต่างจาก วัคซีนโควิดของแอสตราเซนากา (AstraZeneca COVID-19 Vaccine) วัคซีนอีกชนิดที่นำเข้ามาฉีดในประเทศไทย ซึ่งเป็นวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตโดยการใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Recombynant viral vector vaccine)

วัคซีนโควิดซิโนแวคได้รับอนุมัติใช้แล้วในหลายประเทศ เช่น ตุรกี ยูเครน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว อุรุกวัย เม็กซิโก บราซิล โคลอมเบีย รวมทั้งประเทศไทย

ล่าสุด 1 มิถุนายน 2564  วัคซีนโคโรนาแวค หรือซิโนแวค ได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้ว นับเป็นวัคซีนโควิดชนิดที่ 6 ที่ได้รับอนุมัติ

 

การเตรียมความพร้อมเมื่อจะใด้ฉัดวัคซีน

  • เตรียมร่างกายต้องแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ไม่ควรรับประทานยาลดไข้ หรือยาแก้ปวดก่อนเข้ารับวัคซีนโควิด เพราะยาอาจไปกดภาวะการอักเสบ ทำให้การตอบสนองของวัคซีนลดลง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หากรับประทานยาเพื่อควบคุมโรคควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนได้รับวัคซีน
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ ไม่ควรหยุดยาเองเพื่อฉีดวัคซีน แต่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ผู้ป่วยกลุ่มโรคเลือดออกง่าย ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนได้รับวัคซีน เพราะอาจต้องใช้เวลากดแผลบริเวณที่ฉีดวัคซีนนานขึ้น และหลังฉีดยังเสี่ยงต่อการห้อเลือด หรือมีจ้ำเลือดเกิดขึ้น
  • หากรับประทานยากดภูมิต้านทาน หรือยาสำหรับโรคเรื้อรังอื่นๆ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • หากมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้กลับไปหาแพทย์ในโรงพยาบาลที่ทำการฉีดวัคซีน หรือไปพบแพทย์ที่ใกล้ที่สุด หากมีอาการรุนแรง

 

ข้อควรระวัง ผู้ที่ไม่ควรฉีดวัคซีนนี้

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง
  • ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้อย่างรุนแรง เช่น แพ้อาหาร แพ้โลหะ
  • ผู้มีไข้ หรือเจ็บป่วยรุนแรง
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังซึ่งไม่สามารถควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยได้
  • ผู้ที่มีภาวะทางระบบประสาทรุนแรง
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • หญิงตั้งครรภ์และหญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ยังไม่ควรเข้ารับวัคซีนโควิด เว้นแต่ได้รับการประกาศยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

วัคซีนโควิด Sinovac มีข้อบ่งใช้อย่างไร?

  • ผู้เข้ารับวัคซีนโควิดซิโนแวคต้องรับวัคซีนจำนวน 2 โดสด้วยกันที่ต้นแขนด้านบน โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 2-4 สัปดาห์ โดยในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง แนะนำให้ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 2 สัปดาห์
  • การฉีดวัคซีนโควิดทั้งสองเข็มต้องเป็นชนิดเดียวกัน
  • สำหรับประเทศไทย แนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุระหว่าง 18 ปีขึ้นไป ล่าสุดจีนได้พบว่า สามารถฉีดให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพดีได้แล้ว (ข้อมูล 7 พฤษภาคม 2564)
  • หากเคยติดเชื้อ COVID-19 แล้ว หลังหายเป็นปกติภายใน 6 เดือน ควรเข้ารับวัคซีนโควิดเพื่อป้องกันโรค ทั้งนี้อาจต้องรอการอัปเดตข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง
  • สามารถฉีดวัคซีนโควิดร่วมกับวัคซีนป้องกันโรคชนิดอื่นได้ แต่ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 14 วัน หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

 

ประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค

การทดลองวัคซีนซิโนแวคในจีนยืนยันประสิทธิภาพ 78 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มผู้ป่วยโควิดที่มีอาการไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการยืนยันประสิทธิภาพของวัคซีนโควิดยี่ห้อนี้กลับแตกต่างไปในหลายประเทศ

เช่น บราซิลยืนยันประสิทธิภาพวัคซีนที่ 78 เปอร์เซ็นต์ แต่ล่าสุดประกาศประสิทธิภาพลดลงมาอยู่ที่ 50.38 เปอร์เซ็นต์ อินโดนีเซียยืนยันในประสิทธิภาพวัคซีนที่ 65.3 เปอร์เซ็นต์

ทั้งหมดนี้ถือเป็นผลลัพธ์ที่กว้างมากเมื่อเทียบกับวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ อย่างไรก็ตาม การศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนยังคงต้องรอการเก็บข้อมูลต่อไปอีก 6 เดือน หรือ 1 ปี ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพและข้อบ่งใช้ในกลุ่มอายุต่างๆ

เช่นเดียวกับวัคซีนโควิดยี่ห้ออื่นๆ ที่วัคซีนโควิดซิโนแวคยังไม่สามารถระบุได้ว่า ระดับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนจะสามารถป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้นานแค่ไหน และต้องกระตุ้นภูมิคุ้มกันซ้ำอีกเมื่อใด

องค์การอนามัยโลกประกาศว่า วัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิภาพการป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 51%  และยืนยันป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต 100 เปอร์เซ็นต์

อื่นๆ

เมนู