ชื่อบทความ : การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก
พื้นที่ : ตำบลแสลงโทน
เจ้าของบทความ นายอมรเทพ ชัยภา


เสื่อกกจันทบูร จัดได้ว่าเป็นงานหัตถกรรมพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และเป็นสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วไป จนกลายมาเป็นของดีประจำจังหวัดและถูกจัดไว้เป็นส่วนหนึ่ง ของคำขวัญประจำจังหวัดจันทบุรีมาจวบจนถึงปัจจุบัน
กิจกรรมทอเสื่อเริ่มรุ่งเรืองอีกครั้ง เมื่อประมาณ พ.ศ. 2493 โดยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงส่งเสริมให้ ข้าราชบริพารในวังสวนบ้านแก้ว ( ปัจจุบันคือสถาบันราชภัฏรำไพพรรณี ) ทอเสื่อกกแล้วนำไปประดิษฐ์ เป็นเครื่องใช้แบบต่าง ๆ เช่น กระเป๋าถือ เข็มขัด แผ่นรองจาน ฯลฯ ผู้ทอเสื่อได้เห็นรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ที่แปลกตาก็เกิดความคิดที่จะประดิษฐ์ของใช้ใหม่ ๆ ขึ้น เช่น เสื่อม้วน เสื่อเม้มริม เป็นต้น การทอเสื่อจึงเริ่มฟื้นฟู อีกครั้งหมู่บ้านที่สามารถปลูกกกและทอได้เอง เช่น หมู่บ้านขอม บ้านลาว บ้านบางสระเก้า บ้านเสม็ดงาม ฯลฯ ได้เริ่มทอเสื่อกันอย่างกว้างขวาง รวมไปถึงหมู่บ้านตำบาลบางกะไชย บ้านตะกาดเง้า บ้านหนองคัน พร้อมทั้ง มีการขยายพื้นที่ปลูกกกออกไปอีก ต่อมาชาวบ้านได้รวมตัวกันนำวิธีผลิต และแนวความคิดจากวังสวนบ้านแก้วมาใช้
เสื่อกกของจังหวัดจันทบุรีนั้นเปรียบเสมือนเครื่องบอกเล่าเรื่องราวและวิถีชีวิตของชาวชนบท
เสื่อกกของจันบุรี เป็นงานหัตถกรรมในครัวเรือนที่มีความละเอียดอ่อนบ่งบอกถึงความสุขุมรอบคอบและผสมผสานกับลวดลายที่งดงามของศิลปะ บ่งบอกถึงความอ่อนโยนของจิตใจผู้ทอเสื่อ เสื่อกกจันทบุรีในอดีต จะรู้จักกันในชื่อของเสื่อจันทบูร เพราะ “จันทบูร” เป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกจังหวัดจันทบุรี
เสื่อกกจันทบุรี เป็นการรวมงานโดยนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับวัสดุที่เกิดในธรรมชาติ ผนวกเข้ากับสีสันและลวดลายจากงานศิลปะ เกิดเป็นงานหัตถศิลป์ที่มีคุณค่าของจังหวัดจันทบุรี ดังคำขวัญของจังหวัดจันทบุรีกล่าวไว้ว่า “ น้ำตกลือเลื่องเมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ พระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี ” จึงเห็นว่าอาชีพทอเสื่อกก ของจังหวัดจันทบุรี มีทำกันอยู่หลายหมู่บ้าน แต่ในปัจจุบันนี้ อาชีพการทอเสื่อกกทำกันมากที่หมู่บ้าน บางสระเก้า ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เนื่องด้วยที่ตำบลบางสระเก้า มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเหมาะกับการเพาะปลูกจึงมีต้นกกและต้นปอเกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติจำนวนมากทำให้ชาวบ้านในตำบลมีวัสดุเพียงพอต่อการ ทอเสื่อทั้งปีการทอเสื่อจะทำกันในยามที่ว่างจากการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมาการทอเสื่อนั้นจัดได้ว่าเป็นเพียงอาชีพเสริม แต่ปัจจุบันนี้การทอเสื่อจัดได้ว่าเป็นอาชีพหลักของชาวบ้าน

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
1.เส้นกก ที่ใช้ในการทอเสื่อเป็นกกที่ปลูกในพื้นที่ตำบลบางสระเก้า เป็นกกน้ำกร่อยซึ่งจะมีความเหนียว และทนทาน
2.กระบวนการผลิตเสื่อ มีความประณีตทุกขั้นตอนเริ่มจากการคัดสรร กกที่มีคุณภาพจักกกการย้อมสีต้องย้อมให้สีเข้าถึงเส้นกกเพื่อให้สีติดทนนานและมีหลุดลอกติดเสื้อผ้ารวมถึงการตากกกต้องตากให้แห้งจัด ก่อนนำมาทอเป็นผืนเสื่อด้วยลวดลายเฉพาะประณีตสวยงามและทนทาน
3.การแปรรูปผลิตจากเสื่อกก เสื่อกกบางสระเก้า สามารถนำมาแปรรูปเป็นของใช้ได้หลากหลายประเภท มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและ มีคุณค่าทางจิตใจเหมาะสำหรับผู้ที่มีจิตใจเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
4.เสื่อกกจันบุรีมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง เสื่อกกจันทบุรี มีความเหนี่ยวทนทานแข็งแรง เสื่อกกจันทบุรีมีความโดดเด่นด้วยฝีมือของผู้ทำและอีกหลายๆด้านที่เสื่อกกของจันทบุรีแตกต่างกับเสื่อกกของ ที่อื่น

การเตรียมกก เดิมชาวบ้านจะใช้ต้นกกที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ มาใช้ทอเสื่อ ต่อมาเมื่ออาชีพการทอเสื่อเป็นที่แพร่ หลาย ต้นกกที่ขึ้นเองตามธรรมชาติไม่เพียงพอที่ จะนำมาทอเสื่อ จึงได้มีการทำนากกขึ้น ผู้ที่จะทำ นากก ได้นั้น ต้องมีที่ดินในที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง เริ่ม ด้วยการไถคราดเก็บวัชพืชต่าง ๆ ออกเช่นเดียวกับการทำนา เมื่อเตรียมดินเสร็จก็ต้องหาหัวกกใหม่ ซึ่งมีลักษณะเป็นแง่คล้ายหัวข่ามีหน่ออ่อนของกกโผล่ขึ้นมา และนำไปปลูกวิธีเดียวกับการทำนาข้าว เมื่อกกอายุได้ 1 – 2 เดือน ต้องไปกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ คือ ปุ๋ยยูเรีย รอจนกกอายุได้ 4-5 เดือน จึงสามารถตัดมาใช้ได้ สีที่ย้อมยากที่สุด ได้แก่ สีขาว ส่วนชาวจันทบุรีนิยมที่จะใช้สีของกกที่แห้งเองตามธรรมชาติ (สีออกเหลืองนวลอ่อนๆ เกือบขาว) โดยคัดเลือกจากกกที่มีลำต้นค่อนข้างอ่อน ผิวกกจึงจะมีสี เสมอกัน แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดผสมเกลือเล็กน้อย เพื่อคงสภาพสี และป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อรา
กกที่ตัดมาจะนำมาผ่าเป็นซีกเล็ก ๆ 3-4 ซีกต่อต้น ชาวบ้านเรียกว่า ” การจักกก ” นำกกที่จักแล้วมามัด แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้สนิท ก่อนที่จะนำเส้นกกไปย้อมสี ให้นำกกที่แห้งสนิทไปแช่น้ำให้นิ่มเสียก่อน สีที่ใช้ย้อมมักใช้สีชนิดเดียวกันกับสีย้อมไหมนอกเหนือจากกกที่เป็นวัสดุสำคัญในการทอเสื่อแล้ว ยังมี ” เอ็น ” ที่ใช้ร้อยฟืม เพื่อใช้ในการทอเสื่อด้วยเอ็นที่ใช้นั้นจะทำมาจากต้นปอกระเจา ซึ่งสามารถปลูกได้ง่ายมาก โดยการนำเมล็ดปอมาหว่านบนพื้นดินที่เตรียมไว้ คล้ายการปลูกกก จะต้องหว่านให้แน่นเมื่อเวลาปอกระเจาโตขึ้นจะทำให้ลำต้นตราสูง และไม่มีกิ่งเวลาลอกเปลือกจากลำต้นจะทำได้โดยสะดวกระยะเวลาที่ปลูกปอประมาณเดือนพฤษภาคม ใช้เวลา 5-6 เดือนจึงสามารถนำมาใช้ทำเป็นเอ็นได้
วิธีทำเอ็นให้ลอกเปลือกปอ ออกมาขูดให้เหลือแต่ใย ซึ่งเหนียวมาก แล้วนำไปตากให้แห้งแล้วนำมาย้อมสีเป็นอ่อน เมื่อเวลานำไปทอกับกก สีจะได้กลมกลืนกัน จากนั้นจึงนำเส้นปอไปฉีกให้เป็นเส้นฝอย โดยดึงผ่านตะปูหรือเหล็กแหลม แล้วนำไปปั่นเป็นเส้นเอ็นที่มีความยาวติดต่อกันพันใส่แกนไม้ไว้ใช้สำหรับทอเสื่อต่อไป
ใช้สำหรับปูนั่งหรือใช้ประโยชน์อื่นๆตามวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ในการใช้งาน

ภาพกิจกรรม

      

วีดีโอประจำเดือน


อ้างอิง

http://www.cpot.in.th/np/v/105-%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%81

อื่นๆ

เมนู