ชื่อบทความ หลักกิโลโบราณชุมชนแสลงโทน ที่ชาวบ้านนับถือบูชาและภาคภูมิใจ
ชื่อเจ้าของบทความ นางสาวพลอยไพลิน ปลัดศรีช่วย

หลักกิโลโบราณชุมชนแสลงโทน ที่ชาวบ้านนับถือบูชาและภาคภูมิใจ

                เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาข้าพเจ้านางสาวพลอยไพลิน ปลัดศรีช่วย ได้ลงพื้นที่ ตำบลแสลงโทน อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ และได้ไปร่วมงานทำบุญแห่ตาปู่ ซึ่งจัดในวันที่ 11 – 13 เมษายน 2564 งานแห่ตาปู่เป็นงานประเพณีชุมชนแสลงโทนที่จะจัดขึ้นในทุกๆปี จะจัดใกล้ๆช่วงสงกรานต์ ที่วัดบ้านแสลงโทน  ตามลำดับการจัดพิธี นั่นวันที่ 10 เมษายน 2564   ก่อนวันงานแห่ตาปู๋ชาวบ้านจะทำบายศรีโบราณต้นกล้วย และบายศรีพญานาค 7 เศียร เพื่อเตรียมในการบวงสรวในวันที่ 11 เมษายน 2564 ซึ่งบายศรีที่จัดทำขึ้นเป็นซุ่มขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านแสลงโทนทำทุกๆปี โดยใช้ภูมิปัญญาของชาวบ้านเอง  วันที่ 11  เมษายน 2564 ชาวบ้าน จะทำพิธียกธงขึ้นเสาร์เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย โดยมีการโฮ้ สามครั้ง แล้วจึงนำเกวียนที่เตรียมไว้ ไปรับตาปู่ที่ศาลเจ้าพ่อแสลงโทน ซึ่งบนเกวียนนั้นจะมีของเซ้นไหว้ต่างๆ และพอไปถึงศาลเจ้าพ่อแสลงโทนก็ทำพิธีบวงสรวง โดยมีนางรำอัปสรารำถวาย จากนั้น อัญเชิญ ตาปู่ แห่กลับมาจากศาลเจ้าพ่อแสลโทนไปยังวัด โดยเกวียนขากลับมาวัดบ้านแสลงโทนนั้น จะมีตาปู่ กลับมาด้วยจากนั้น ชาวบ้านก็แห่ตาปู่รอบบายศรีโบราณ 3 รอบ แล้วตกช่วงบ่ายชาวบ้านก็จะนำตาปู่แห่รอบหมู่บ้าน เป็นเวลา 3 วัน ก็คือวันที่ 11 – 13 เมษายนที่ผ่านมา (แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 ที่ผ่านมา เทศบาลตำบลแสลงโทน จัดมาตราการที่เข้มงวด โดยกำหนดให้มีผู้ร่วมเข้างานไม่เกิน 50 คน และมีการวัดอุณหภูมิก่อน เข้างานบุญแห่ตาปู่) หลังจากการแห่รอบหมู่บ้านนั่น จะนำเกวียนแห่ตาปู่ จอดไว้หน้าศาลหลักกิโลโบราณที่ชาวบ้านเคารพนับถือบูชามาตั้งแต่นานแสนนาน

             นายจัด ชัยวิเศษ เล่าว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้เสด็จมาปราสาทพนมรุ้งพร้อมด้วยพระชายา เมื่อปีขาล ปลายเดือนธันวาคม 2457 โดยเสด็จจากเมืองบุรีรัมย์ พาหนะที่ใช้ในการเดินทางมีช้าง 5 เชือก น้ำที่ใช้บริโภคใช้คนหาบ ภาชนะที่ใส่น้ำเป็นไหเท (ภาชนะใส่เหล้าสมัยนั้น) คนหาบน้ำนำน้ำมาจากบุรีรัมย์ ครั้งนั้นหม่อมเจ้านิสากรเป็นเจ้าเมืองบุรีรัมย์ การเตรียมการต้อนรับทำเนียบ (พลับพลาที่พักชั่วคราว) ตามรายทางดังนี้คือ
     1.ลำเดง-เสม็ด-ทำเนียบพักร้อนระหว่างทาง
     2.แสลงโทน -ทำเนียบพักกลางคืน
     3.ไทร(หนองระหาน) -ทำเนียบพักร้อน
     4.วัดแจ้ง -ทำเนียบพักกลางคืนและ
และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสด็จฯ เขาพนมรุ้ง นายจัด ชัยวิเศษ เล่าให้ฟังว่าเมื่อปีวอกปลายเดือนมกราคม 2463 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสด็จประพาสพนมรุ้งโดยเสด็จจากบุรีรัมย์ผ่านเส้นทาง แสลงโทน โดยเสด็จมาเพียงพระองค์เดียว ใช้ม้าเป็นพาหนะในการเดินทางใช้เกวียนบรรทุกเสบียงไม่มีการแบกหามได้ดำเนินการจัดทำเนียบที่พักตามรายทางดังนี้
     1.แสลงโทน -ทำเนียบพักนอน
     2.ไทร -ทำเนียบพักร้อน
     3.วัดแจ้ง -ทำเนียบพักนอน
     4.หนองบัวราย -ทำเนียบพักร้อน

                จึงเป็นที่มาของหลักกิโลโบราณที่ท่าน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้เสด็จมาพักที่ตำบลแสลงโทน ตำบลแสลงโทนจึงได้สร้างหลักกิโลโบราณเพื่อเป็นที่ระลึกไว้ ชาวตำบลแสลงโทนจึงสร้างศาลหลักกิโลโบราณไว้ในวัดบ้านแสลงโทนเพื่อไว้สักการะบูชา และนับถือ ชาวแสลงโทนภูมิใจในการที่เจ้าเมืองต่างๆเสด็จมาพักที่ตำบลของตนเอง เกี่ยวเนื่องจากการจัดงานแห่ตาปู่ ก็จะทำบุญที่ศาลหลักกิโลโบราณด้วยในเวลาเดียวกันโดยการทำบายศรีพญานาค 7 เศียรในการถวายหลักกิโลโบราณ และการทำบายศรีโบราณ ถวายตาปู่และศาลเจ้าพ่อแสลงโทน ส่วนตัวมีความชื่นชอบมากที่ชุมชนแสลงโทนมีทั้งการทำบายศรีโบราณ และพญานาค 7 เศียร ร่วมทั้งมีการแห่ตาปู่ที่สืบทอดมาตั้งนานแสนนาน และที่สำคัญภูมิใจแทนชาวตำบลแสลงโทนที่สมัยก่อนมีเจ้าเมืองต่างๆมาพักและยังมีหลักกิโลโบราณให้ดูต่างหน้า 

การแห่ตาปู่นั้นชาวบ้านเชื่อว่าจำทำให้ฝนตกตามฤดูการ และไม่เจ็บไข้ได้ป่วย

หลักกิโลโบราณ

อ้างอิง https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%99

วีดีโอประจำตำบล

 

อื่นๆ

เมนู