ชื่อบทความ : เกษตกรเลี้ยงวัวหมู่ที่ 3 กับการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน
ชื่อหมู่บ้าน : บ้านแสลงโทน ต.แสลงโทน  อ.ประโคนชัย  จ.บุรีรัมย์
ชื่อเจ้าของบทความ : นายอัครพล กันรัมย์


สิ่งที่ประทับใจ
ประเทศไทยเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่ปลายปี 2563 เศรษฐกิจไทย ปีนี้คาดว่าขยายตัวราว 2-3% จากปีก่อนหน้า ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่คาดว่าจะขยายตัว 3-4% และการขยายตัวดังกล่าวยังคงต่ำกว่าปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้อีกปัจจัยหลักของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยคือวัคซีน หากการฉีดวัคซีนมีความล่าช้าอาจทำให้การฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์  การลดลงของรายได้และการจ้างงานส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน แม้ว่าปลายปี 2563 การซื้อสินค้าไม่คงทน (อาหาร เครื่องดื่ม ยาสูบ เป็นต้น) จะเริ่มฟื้นตัวใกล้เคียงกับระดับเดิมก่อนโควิด แต่สินค้าคงทน (เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า รถยนต์ เป็นต้น) และการใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การระบาดระลอกใหม่จะทำให้การฟื้นตัวดังกล่าวล่าช้าออกไป นอกจากนี้หนี้ครัวเรือนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2564 ขึ้นอยู่กับการได้มาซึ่งวัคซีนและสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ในประเทศไทย นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมการค้าโลกจะไม่กลับไปเหมือนก่อนโควิดเนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะยังคงดำเนินต่อไป ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะกระทบต่อการฟื้นตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้นายอนันตพงษ์ ลีประโคน และนางจารุมา ลีประโคน เกษตกรเลี้ยงวัวหมู่ที่ 3 ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงวัว  โดยนายอนันตพงษ์ เล่าว่าเดิมทีตนเลี้ยงวัวมาตั้งแต่พ.ศ 2549 จากที่คุณพ่อได้ให้มาเพียงตัวเดียวแล้วนำมาขยายพันธุ์จนสามารถมีวัว เพิ่มมากขึ้นแต่เนื่องจากสถานการณ์ covid ในปัจจุบันจึงทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงวัวเนื่องจากขาดรายได้ที่จะหาเงินทุนมาซื้ออาหารให้วัวกิน โดยพันธุ์วัวที่นายอนันตพงษ์เลี้ยงมีอยู่ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์บราห์มันและพันธุ์ชาโลเล่ รวมทั้งหมด 13 ตัว โดยเทคนิคการเลี้ยงวัวคือหากวันไหนมีหญ้าสดหรือต้นข้าวโพด ก็จะให้หญ้าสดหรือต้นข้าวโพดสับในช่วงบ่าย ประมาณตัวละ 20 กิโลกรัม แล้วงดอาหารข้นในตอนเย็น บางวันมีต้นกล้วยหั่นเป็นอาหารเสริม แต่ที่ให้ตลอด คือ ฟางราดกากน้ำตาล และน้ำเกลือ ใส่แยกไว้ต่างหากอีกรางโดยจะให้ฟางติดรางไว้ตลอดเวลา เพื่อให้วัวมีอาหารกินหลากหลาย ในส่วนของการผสมพันธุ์นั้น นายอนันตพงษ์ เลือกวิธีการผสมแบบธรรมชาติ ในธรรมชาตินั้นแม่โคที่พร้อมรับการผสมพันธุ์จะแสดงอาการเป็นสัด โดยยอมยืนนิ่งให้พ่อพันธุ์ขึ้นทับพ่อพันธุ์จะหลั่งน้ำเชื้อในช่องคลอด (Vagina) ซึ่งการหลั่งน้ำเชื้อครั้งแรกจะมีน้ำเชื้อประมาณ 6 ml. มีอสุจิประมาณ 7,000 ล้านตัว พ่อพันธุ์จะใช้เวลาในการผสมต่อครั้งประมาณ 20 วินาที พ่อพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์พันธุ์ดี จะขึ้นผสมแม่โคและปล่อยน้ำเชื้อประมาณ 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 30 -90 นาที ความเข้มข้นของตัวอสุจิจากน้ำเชื้อที่หลั่งออกมาในการผสมครั้งหลัง ๆ จะลดลง

การเคลื่อนที่ของอสุจิ แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ

1.ลักษณะเร็ว (rapid phase) ตัวอสุจิจะเดินทางไปถึงท่อนำไข่โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
2.ลักษณะช้า (prolong phase) ตัวอสุจิเดินทางไปถึงท่อนำไข่ใช้เวลาเป็นชั่วโมงหรือหลาย ๆ ชั่วโมง

ลักษณะเร็ว (rapid phase) หลังจากการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติหรือจากการผสมเทียม อสุจิจะใช้เวลาเพียง 2-3 นาทีเคลื่อนที่ไปถึงท่อนำ อสุจิกลุ่มนี้จะไม่ได้ผสมกับไข่ จะเคลื่อนที่ผ่านออกทางปากแตร (fimbria) ของท่อนำไข่และตกลงไปในช่องท้อง

ลักษณะช้า (prolong phase) อสุจิส่วนใหญ่จะเคลื่อนที่ลักษณะช้า จะใช้เวลาเคลื่อนที่ไปถึงท่อนำไข่เป็นชั่วโมงหรือหลายชั่วโมง เนื่องจากอสุจิจะถูกกักไว้ตามหลืบ (fold) ของคอมดลูก(Cervix) บริเวณรอยต่อระหว่างปีกมดลูกกับท่อนำไข่ส่วน isthmus (uterotubal-junction) และบริเวณรอยต่อระหว่างท่อนำไข่ส่วน isthmus กับ ampulla (ampullary-isthmic  junction) ประมาณ ชั่วโมงที่ 2 จะพบอสุจิบางส่วนผ่านมาถึงที่ตัวมดลูก และพบทีบริเวณรอยต่อระหว่างปีกมดลูกกับท่อนำไข่ส่วน isthmus ประมาณชั่วโมงที่ 8 หลังการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ รอยต่อระหว่างปีกมดลูกกับท่อนำไข่ส่วน isthmus จะกักอสุจิส่วนใหญ่ไว้และปล่อยให้ไปได้ในปริมาณที่พอเหมาะ  และอสุจิจะถูกกักไว้ที่บริเวณรอยต่อระหว่างท่อนำไข่ส่วน isthmus กับ ampulla เพื่อลดปริมาณอสุจิที่จะเคลื่อนที่มาถึงท่อนำไข่ส่วน ampulla ปกติจะพบอสุจิในท่อนำไข่ส่วน ampulla บริเวณที่จะเกิดการปฏิสนธิเพียงไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้น  ประมาณชั่วโมงที่ 12 จะเริ่มพบอสุจิที่ท่อนำไข่ส่วน ampulla และจะพบเป็นจำนวนมาก ประมาณชั่วโมงที่ 22- 24 หลังการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ  นายอนันตพงษ์ยังเล่าอีกว่า ไม่ว่าจะให้ลูก 1 ตัว ต้องใช้ระยะเวลา ประมาณ 3 ปี และในปี พ. ศ. 2560 เขาสามารถขายวัวแม่ลูก 2 ตัวในราคา 55,000 บาท


ภาพประกอบกิจกรรม


วีดีโอการลงพื้นที่

อื่นๆ

เมนู