ชื่อบทความ :  ID01- วันแม่แห่งชาติรวมใจปลูกพืชสมุนไพรวัดแสลงโทน  จังหวัดบุรีรัมย์

ชื่อหมู่บ้าน  :  ตำบลแสลงโทน  อำเภอแสลงโทน  จังหวัดบุรีรัมย์

ชื่อเจ้าของบทความ  :  นางสาวชลธิชา  แผนสมบูรณ์ 

ประเภท  :  ประชาชน


วันแม่แห่งชาติรวมใจปลูกพิชสมุนไพรวัดแสลงโทน จังหวัดบุรีรัมย์ 

12 สิงหาคม 2564 ณ วัดแสลงโทน จัดกิจกรรม  วันแม่แห่งชาติรวมใจปลูกพืชสมุนไพร  โดยมี นายบุญเต็ม กัลยาพานิช นายอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์  เป็นประธานกล่าวเปิดงาน  วันแม่แห่งชาติรวมใจปลูกพิชสมุนไพรวัดแสลงโทน จังหวัดบุรีรัมย์  มีผู้นำชุมชน มีเจ้าหน้าที่ และทางเจ้าหน้าที่มหาลัยราชภัฏบุรีรัมย์  และชาวบ้าน ได้ร่วมปลูกพืชสมุนไพร  ชาวบ้านร่วมให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี

                 ทั้งนี้มีพืชสมุนไพรที่รวมใจกันปลูก เช่น  ต้นฟ้าทะลายโจร    ต้นกระชาย   ตะไคร้  เป็นต้นทั้งนี้สรรพคุณทางสมุนไพรสามารถช่วยรักษาโควิด  และต้านทานโรคโวิคได้อีกด้วย

                 1. ต้นฟ้าทะลายโจร  สมุนไพรไทยที่เป็นที่นิยมในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น “ฟ้าทะลายโจร” ที่หลายคนนิยมกินเพื่อป้องกันการเป็นไข้หวัด ถึงแม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะมีประโยชน์ แต่ต้องกินอย่างถูกวิธี ไม่งั้นอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

              สรรพคุณของฟ้าทะลายโจร

          ลดอาการไข้หวัดทั่วไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่

          ระงับอาการอักเสบ ไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนังฝี

          แก้ติดเชื้อที่ทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย บิด และแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ

         เป็นยาขมเจริญอาหาร

              2.  ต้นกระชาย   ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Kaempfer แต่ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. เป็นพืชล้มลุกที่เรามักนิยมนำเหง้ามาใช้ประกอบอาหาร แต่กระชายมีสรรพคุณตั้งแต่รากถึงใบ

การใช้กระชายในวัตถุประสงค์ต้านโควิด-19 นั้นยังคงเป็นการศึกษาในห้องทดลอง โดยเลือกใช้สารสกัดจากกระชายขาว ซึ่งถูกนำมาสกัดใช้ในลักษณะของยา แต่หากนำมาใช้กินกันในอาหารทั่วไป จะมีสรรพคุณดังนี้

  • ใบกระชาย ใช้บำรุงธาตุ แก้โรคในปาก คอ ถอนพิษ แก้โลหิตเป็นพิษ
  • เหง้าและรากกระชาย แก้บิด ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยารักษาภายนอกทารักษาขี้กลาก
  • เหง้าใต้ดินกระชาย แก้ปวดท้อง แก้มวนท้อง บำรุงกำลัง รักษาริดสีดวง

ประโยชน์ของกระชายที่พบเห็นทั่วไป

                    กระชายที่ใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร พ่อครัวแม่ครัวมักจะใช้กระชายดำ แต่กระชายส่วนใหญ่มีประโยชน์ได้ใกล้เคียงกัน ดังนี้

         แก้ท้องร่วง – ใช้เหง้ากระชายดำ 1-2 หัว นำไปปิ้งไฟ แล้วนำมาตำหรือฝนผสมกับน้ำปูนใส คั้นมารับประทาน 1-2 ช้อนแกง

        แก้ท้องอืด จุกเสียด ปวดมวนท้อง – ใช้ราก เหง้า ครึ่งกำมือ นำมาต้มเอาน้ำหรือใช้ปรุงอาหาร

        แก้บิด – ใช้เหงาสด 2 เหง้าบดละเอียดผสมน้ำปูนใส คั้นแต่น้ำดื่ม

       แก้ริดสีดวง – ใช้เหง้าสด 6-8 เหง้า ผสมเนื้อมะขามเปียก และเกลือแกง 3 ช้อนชา นำมาตำแล้วต้มกับน้ำ 6 แก้ว เคี่ยวจนเหลือ 2 แก้ว นำมารับประทานครั้งละครึ่งแก้วติดต่อกัน 1 เดือน จนกว่าริดสีดวงทวารจะหาย

       บำรุงหัวใจ – ใช้เหง้าและรากกระชายปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นตากแห้ง บดเป็นผง นำผงแห้งมาชงน้ำร้อนครึ่งถ้วยชา ดื่มให้หมดในครั้งเดียว

       เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ – ส่วนสรรพคุณกระชายเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ตามที่แบรนด์อาหารเสริมต่างๆ แนะนำให้กินเวลาเย็น เพื่อช่วยลดอาการนอนไม่หลับตอนกลางคืนนั้น ยังต้องรอการศึกษาวิจัยต่อไป

                3. ต้นตะไคร้   จัดเป็นพืชล้มลุกตระกูลหญ้า ใบมีลักษณะเรียวยาว ปลายใบมีขนหนาม เป็นสมุนไพรไทยชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหาร โดยตะไคร้แบ่งออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้กอ ตะไคร้ต้น ตะไคร้น้ำ ตะไคร้หางนาค และตะไคร้หางสิงห์ ซึ่งเป็นสมุนไพรไทยที่นิยมปลูกทั่วไปในบ้านเรา โดยมีถื่นกำเนิดในประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย พม่า ศรีลังกา และไทย

ตะไคร้เป็นทั้งยารักษาโรคและยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เช่น วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ฯลฯ

                 สรรพคุณของตะไคร้

  1. มีส่วนช่วยในการขับเหงื่อ
  2. เป็นยาบำรุงธาตุไฟให้เจริญ (ต้นตะไคร้)
  3. มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยในการเจริญอาหาร
  4. ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร (ต้น)
  5. สารสกัดจากตะไคร้มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  6. แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ
  7. ช่วยรักษาอาการไข้ (ใบสด)
  8. ใช้เป็นยาแก้ไข้เหนือ (ราก)
  9. น้ำมันหอมระเหยของใบตะไคร้สามารถบรรเทาอาการปวดได้

     ประโยชน์ของตะไคร้

    1. นำมาใช้ทำเป็นน้ำตะไคร้หอม น้ำตะไคร้ใบเตย ช่วยดับร้อนแก้กระหายได้เป็นอย่างดี
    2. ช่วยในการบำรุงและรักษาสายตา
    3. มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
    4. มีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและเพิ่มสมาธิ
    5. สามารถนำมาใช้ทำเป็นยานวดได้

ภาพประกอบ
             

อ้างอิง
https://www.sanook.com › health
 มหาวิทยาลัยมหิดล  mahidol.ac.th
 โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ http://www.rspg.or.th
โรงพยาบาลอานันทมหิดล http://www.ananhosp.go.th

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, กระทรวงสาธารณสุข

อื่นๆ

เมนู