ชื่อบทความ : 12 สิงหารวมใจปลูกพืชสมุนไพรต้านภัยโรคโควิด ณ วัดบ้านแสลงโทน
ชื่อหมู่บ้าน : บ้านแสลงโทน ต.แสลงโทน  อ.ประโคนชัน  จ.บุรีรัมย์
ชื่อเจ้าของบทความ : นางสาวสมจิต อัมรารัมย์


12 สิงหารวมใจปลูกพืชสมุนไพรต้านภัยโรคโควิด ณ วัดบ้านแสลงโทน

ในวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ ทางวัดบ้านแสลงโทนร่วมกับเทศบาลตำบลแสลงโทน ร่วมด้วยโครงยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้มีโครงการปลูกต้นสมุนไพรที่วัดบ้านแสลงโทนทาง โดยการมอบต้นไม้ เช่น ต้นกระชาย ต้นฟ้าทะลายโจร ให้แก่ทางวัดแสลงโทนและมอบน้ำให้กับผู้กักตัวที่วัดแสลงโทนเป็นจำนวนหนึ่ง และได้มีการร่วมกันปลูกต้นไม้กับทางวัดแสลงโทนจนเสร็จสิ้นภารกิจในครั้งนี้

ในปัจจุบัน คนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับสมุนไพรไทยกันมากขึ้น ด้วยสรรพคุณที่โดดเด่น ประกอบราคาไม่แพง และยิ่งช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโรคโควิด 19 ทำให้หลายคนหันมาหาวิธีป้องกันตัวเองด้วยการเลือกใช้สมุนไพรไทย ซึ่งสมุนไพรที่สามารถช่วยป้องกันโควิดและมีแพทย์ออกมาการันตี มีอะไรบ้าง อย่างแรกที่เรานึกถึงหนีไม่พ้น ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรไทยที่แพทย์กระทรวงสาธารณสุขให้การรับรองว่า สามารถช่วยรักษาโรคโควิด 19 ได้ และถูกนำมาใช้ในการแจกให้กับผู้ป่วยควบคู่กับการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์

กระชายขาวกับโควิด-19
กระชายขาว หรือ กระชาย เป็นสายพันธุ์ที่มีการใช้มาอย่างยาวนาน และนิยมนำมาประกอบอาหาร ซึ่งแตกต่างจากกระชายดำ ที่นิยมใช้ในสรรพคุณเสริมสรรถภาพทางเพศ โดยสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ในกระชายขาว ได้แก่ แพนดูราทิน (Pandurtin) พินอสทรอบิน (Pinostrobin) ไบเซนเบอร์จิน (Boesenbergin) จากงานวิจัยในหลอดทดลอง พบว่า สารสกัดกระชายขาว มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสโควิด-19 (SARS-CoV-2) ได้ที่ปริมาณความเข้มข้นในระดับน้อย ๆ โดยไม่เป็นพิษต่อเซลล์ โดยสารสำคัญที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งไวรัส คือ แพนดูราทิน เอ (Panduratin A) และพินอสทรอบิน (Pinostrobin)

ประโยชน์ของกระชายขาว
ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง (เต้านม, ลำไส้ใหญ่, ต่อมลูกหมาก, ปอด และลูคิเมีย) ลดการทำลายตับ เมื่อได้รับสารพิษ และยังมีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลม ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร

ข้อห้ามและข้อควรระวังของกระชายขาว
1.ไม่แนะนำในเด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร
2.เนื่องจากมีความเป็นสมุนไพร จึงควรระวังและควรปรึกษาแพทย์ในผู้ที่ตับอักเสบมาก คือ มีค่าการทำงานของตับ เอนไซม์ SGOT SGPT มากกว่า 40 IU
3.ควรระวัง และควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือเกล็ดเลือด และผู้ที่มีโรคเกล็ดเลือดต่ำ
4.หากทานคู่กับฟ้าทะลายโจร ต้องคำนวณปริมาณให้เหมาะสม

ฟ้าทะลายโจร
ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย คือ ช่วยบรรเทาอาการหวัด อาการไข้ เจ็บคอ รักษาโรคอุจจาระร่วงและบิดแบคทีเรีย ป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปันสสาวะ รักษาโรคปริทันต์อักเสบในรูปแบบยาอมใต้ลิ้น และยังช่วยรักษาอาการของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย

การใช้เพื่อบรรเทาอาการโรคหวัด (Common cold)
เช่น ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล มีไข้ ยาสารสกัดผงฟ้าทะลายโจร ที่มี Andrographolide ไม่น้อยกว่า 4% โดยน้ำหนัก (w/w) รูปแบบยา ยาแคปซูล (Capsule) ยาเม็ด (Tablet) รับประทานในขนาดยาที่มีปริมาณ Andrographolide 60-120 มก.ต่อวัน โดยแบ่งวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน และเย็นต่อเนื่องไม่เกิน 5 วัน

ใช้เพื่อบรรเทาอาการของโรคโควิด-19
ยาฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ บรรเทาอาการป่วยโควิดที่ไม่รุนแรง เช่น คัดจมูก มีน้ำมูก ลดโอกาสที่โรคจะลุกลามลงปอด จึงให้ใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการเกิดโรครุนแรง แต่ยาฟ้าทะลายโจรไม่ช่วยป้องกันการป่วยจากโควิด โดยใช้ยาจากผงฟ้าทะลายโจร และยาสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร รูปแบบยา ยาแคปซูล (Capsule) ยาเม็ด (Tablet) รับประทานในขนาดยาที่มีปริมาณ Andrographolide 180 มก.ต่อวัน โดยแบ่งวันละ 3 มือ เช้า กลางวัน และเย็น โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
1.ใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง
2.เฉพาะผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีการควบคุมปริมาณ Andrographolide
3.ใช้ได้โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (อยู่ในการดูแลของแพทย์)
4.ต้องมีการติดตามประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยหลังการใช้อย่างเป็นระบบ
ใช้เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ให้รับประทานฟ้าทะลายโจรที่มี Andrographolide ประมาณ 20 มก. ต่อวัน ติดต่อกัน 5 วัน เว้น 2 วัน แต่ไม่ควรติดต่อกันเกิน 3 เดือน

ใช้ฟ้าทะลายโจรอย่างไรให้ปลอดภัย ก่อนใช้ต้องศึกษาคำเตือนและเอกสารกำกับยาทุกครั้ง ซึ่งมีข้อห้ามดังนี้
1.ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร
2.ห้ามใช้ในผู้ที่เคยแพ้ฟ้าทะลายโจร เช่น มีผื่น ปากบวม ตาบวม หน้าบวม
3.หากใช้ยานี้แล้วมีผื่น ปากบวม ตาบวม หน้าบวม ให้หยุดยาทันที และพบแพทย์
4.หากใช้ติดต่อกันเกิน 3 วัน แล้วไม่ดีขึ้นหรืออาการรุนแรงขึ้นควรหยุดใช้ และพบแพทย์
5.หากใช้ติดต่อกันเวลานา อาจทำให้แขนขามีอาการอ่อนแรง
6.ยาที่ใช้ต้องผ่าน อย.และเป็นชนิดที่มีการกำหนดสาร Andrographolide
7.ควรกินวันละ 180 มิลลิกรัม แบ่งวันละ 3-4 ครั้ง ไม่ควรกินเกิน 5 วัน
8.ไม่ควรกินร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาความดัน
9.ควรระวัง หากใช้ในขณะที่มีไข้สูง และในผู้ป่วยที่มีโรคตับและไต


รูปภาพประกอบกิจกรรม

 


แหล่งอ้างอิง 
https://bit.ly/2W0wukx
https://bit.ly/3mfIN7k


วีดีโอประจำตำบล

อื่นๆ

เมนู