ชื่อบทความ : การเคลือบ

    พื้นที่    :    ตำบล.หินลาด  อำเภอ. บ้านกรวด จังหวัด. บุรีรัมย์

   ชื่อเจ้าของบทความ  : นางสาว วนิชยา  หอมขจร

ข้าพเจ้านางสาว วนิยา หอมขจร ประเภทประชาชน( ID03)I ต.หินลาด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หลักสูตร:โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ข้าพเจ้า นางสาว วนิชยา  หอมขจร  ประเภทประชาชน ( ID03)ในเดือนสิงหาที่ผ่านมาข้าพเจ้าและทีมงานได้เข้าอบรมเกี่ยวกับการเคลือบงานเครื่องปั้นดินเผาโดยได้มีการนำงานที่ปั้นขึ้นรูปไว้ตั้งแต่การอบรมการปั้นครั้งที่ผ่านมา ที่ ตำบลหินลาด อำเภอ บ้านกรวด  จังหวัดบุรีรัมย์

น้ำเคลือบ คือ สารประกอบของ อลูมินา ซิลิก้า และสารที่ช่วยให้ละลายในกระบวนการความร้อน มีลักษณะใสคล้ายแก้ว น้ำเคลือบทั่วไปมีความแวววาว สามารถมองเห็นเนื้อดินที่เคลือบได้ เรียกว่า เคลือบใส เคลือบที่ผิวไม่เป็นมันเรียกว่าเคลือบด้าน เคลือบที่มองไม่เห็นเนื้อดินเรียกว่า เคลือบทึบ  การที่นำผลิตภัณฑ์เข้าเคลือบก็เพื่อต้องการให้ ผลิตภัณฑ์ทนทาน แข็งแรง ง่ายต่อการทำความสะอาด และเพิ่มความทนทานต่อการถูกแรงกระแทกได้ ซึ่งเมื่อมองแล้วก็จะดูสวยงามและน่านำไปใช้

ชนิดของน้ำเคลือบมีดังนี้

น้ำเคลือบที่ใช้เคลือบผลิตภัณฑ์นั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

     น้ำเคลือบชนิดที่เผาในอุณหภูมิไม่สูงมากนั้น น้ำเคลือบไฟต่ำนั้น ตัวการสำคัญขึ้นอยู่กับตัวของวัตถุดิบที่ทำหน้าในการหลอมละลายจะมีสารอยู่หลายชนิดก็คือ

 – สารตะกั่ว ละลายได้ในอุณหภูมิสูง 510 – 1120 องศา การหลอมรวมตัวของตะกั่วเราจะต้องระวังให้มากเพราะเป็นสารมีพิษ

ตะกั่วมี 3 ชนิดคือ ตะกั่วแดง ตะกั่วขาว ตะกั่วเหลือง

 – สารประเภทด่าง เป็นสารที่ละลายได้ในอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับตะกั่ว คือ 790 – 1120 องศา สารประเภทด่างได้แก่ โบแรกซ์ แคลเซียม  โบร์เรท โซดาแอช หรือเรียกอีกอย่างว่า โซเดียมคาร์บอร์เนท สารประเภทด่างใช้หลอมละลายได้ดี

  ข้อดีของการเคลือบด่าง โดยเฉพาะถ้ามีสีเขียวฟ้า เมื่อทำออกมาแล้วจะดูสวยมากการเคลือบแบบไฟต่ำจะสังเกตได้ว่า จะดูแวววาวให้ความสดใส  ข้อเสียคือ ถ้าน้ำเคลือบไหลตัวมากจะทำให้น้ำเคลือบไหลมาที่พื้นเตาทำให้ทำความสะอาดอยาก

วิธีการเคลือบ 

การชุบเคลือบ • การชุบเคลือบ (application of glazes) หมายถึงการนำน้ำเคลือบไปเคลือบผิวผลิตภัณฑ์ ที่ทำจาก ดินให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ ซึ่งการชุบเคลือบมี4วิธีได้แก่ การจุ่มเคลือบ การพ่นเคลือบ การราดเคลือบ และการทา เคลือบ แต่ไม่ว่าจะชุบเคลือบผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีการใด     สิ่งแรกที่ต้อง ปฏิบัติคือการทำความสะอาดผิวผลิตภัณฑ์โดยใช้ ฟองน้ำชุบน้ำหมาดเช็ดผิวผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน การเผาดิบแล้ว เนื่องจากภายหลังการเผาจะมีฝุ่นละอองติดผิวผลิตภัณฑ์ที่   จะส่งผลให้เกิดตำหนิ หลังเผาได้กรณีที่ผลิตภัณฑ์เป็นดินดิบก็จำเป็นต้องทำความสะอาดผิวด้วยฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ  เช่นเดียวกัน หากต้องการปรับแต่งผิวผลิตภัณฑ์สามารถใช้กระดาษทรายขัดผิวให้เรียบหรือกำจัดตำหนิที่ผิว ผลิตภัณฑ์ก่อนการทำความสะอาดด้วยฟองน้ำ

การจุ่มเคลือบ • การเคลือบด้วยวิธีจุ่มหรือชุบ (dipping) เป็นวิธีที่ทำได้รวดเร็ว ประหยัด ง่ายและ นิยมใช้กันมากวิธีการจุ่มเคลือบ เหมาะสมกับการชุบเคลือบผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กมีน้ำหนักเบา และสามารถยกได้โดยการน าผลิตภัณฑ์จุ่มลงไปในน้ำเคลือบ ที่เตรียมไว้ซึ่งน้ำเคลือบจะต้องมี จำนวนมากพอที่จะจุ่มผลิตภัณฑ์ได้ โดยปกติจะเตรียมน้ำเคลือบไว้ในภาชนะทรงสูง เช่นถังน้ำ หรือกะละมัง ภาชนะควรมีความสูงมากกว่าความสูงของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจุ่มเคลือบ และมีฝา ปิดเมื่อหลังเลิกใช้งาน ป้องกัน เศษวัสดุหล่นลงในเคลือบและป้องกันการระเหยของน้ำ แม้การจุ่มเคลือบจะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว แต่ก็มีเทคนิคการ เคลือบที่หลากหลายตามลักษณะ ของผลิตภัณฑ์และความต้องการ

การเคลือบด้วยวิธีพ่น (spraying) เป็นวิธีที่ทำให้ได้ผิวเคลือบสม่ำเสมอ เหมาะ สำหรับการเคลือบผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่ ไม่สามารถยกจุ่มได้ และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการให้สี เคลือบสม่ำเสมอ หรือสำหรับกรณีที่มี          น้ำเคลือบน้อยไม่เพียงพอสำหรับการ จุ่มเคลือบ รวมทั้ง การเคลือบผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก หรือบางมากไม่สามารถชุบเคลือบได้เพราะผลิตภัณฑ์จะอิ่มตัว ด้วยน้ำและวัตถุดิบที่เป็นส่วนของเคลือบจะไม่ติดกับผลิตภัณฑ์น้ำเคลือบที่นำมาใช้พ่นต้องผสม น้ำให้ใสกว่าการเคลือบด้วยวิธีอื่น ๆ รวมทั้งต้องกรองน้ำเคลือบไม่ให้เคลือบเป็นก้อนและมี ความละเอียดมากพอ การเคลือบด้วยวิธีพ่นเป็นวิธีที่สิ้นเปลืองน้ำเคลือบมากที่สุดเพราะ น้าเคลือบจะฟุ้งกระจายไปมากกว่าจะไปเกาะที่ผิวผลิตภัณฑ์รวมทั้งต้องใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ เฉพาะ

     การราดเคลือบ  การเคลือบด้วยวิธีราด (pouring) ส่วนมากใช้สาหรับการชุบเคลือบผลิตภัณฑ์ขนาด ใหญ่ เช่น โอ่งหรือแจกันขนาดใหญ่ ที่ไม่สามารถ ยกและจุ่มลงในภาชนะใส่น้าเคลือบได้หรือใช้เมื่อมีน้าเคลือบปริมาณน้อยไม่เพียงพอต่อการจุ่มเคลือบและไม่มีอุปกรณ์พ่นเคลือบ การราด เคลือบต้องใช้ภาชนะที่มีขนาดใหญ่กว่าผลิตภัณฑ์สำหรับใส่น้าเคลือบ เพื่อให้น้ำเคลือบที่เทราด ผลิตภัณฑ์ไหลลงภาชนะได้ไม่หกลง

การทาเคลือบ  การเคลือบด้วยวิธีทา (painting) โดยใช้แปรงหรือพู่กันทาเคลือบ ส่วนมากใช้กับ ผลิตภัณฑ์ทางศิลปะ

 ( art ware) ที่ ต้องการเคลือบหลายสีนอกจากการใช้พู่กันทาเคลือบ ผลิตภัณฑ์ทั้งใบแล้ว

สรุป  เนื่องจากการจัดอบรมดังกล่าวจัดภายใต้มาตรการช่วงโควิด19จึงทำให้มีข้อจำจัดหลายอย่าง

จึงจำเป็นต้องแบ่งกลุ่มมาอบรมและจำกัดและจำนวนผู้ที่มาอบรมทางอาจารย์และทีมงานได้ทำการเรียกประชุมและจัดกลุ่มมาอบรม

                     

                                            

                 

อื่นๆ

เมนู