ข้าพเจ้า นายมานิต พลวัน ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตรโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

แผนการปฏิบัติงานของเดือนกันยายน พ.ศ. 2564 ณ ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

คณาจารย์ได้มอบหมายให้ทีมผู้ปฏิบัติงานค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สบู่และโลชั่น

บทความนี้ทางผู้ปฏิบัติงานขอเสนอเกี่ยวกับแพ็คเกจจิ้ง (Packaging) ผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มมูลค่าและยกระดับสินค้า OTOP ของชุมชน

สำหรับการขายสินค้าแล้ว การพัฒนาบรรจุภัณฑ์หรือแพ็คเกจจิ้งขึ้นมา ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้อย่างคุ้มค่ามากๆ แต่หารู้ไม่ ผู้ประกอบการตามท้องตลาดทั่วไปกลับมองว่า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์คือการเพิ่มต้นทุนให้กับสินค้า และผลักภาระให้กับผู้บริโภค

เช่น ร้านค้า A ขายกล้วยฉาบกล่องละ 100 กรัม ในราคา 3 กล่อง 100 บาท แต่เมื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์แล้ว หากขาย 3 กล่อง 100 บาท จะได้กำไรน้อยลง และร้านคู่แข่งก็ขายแข่งอยู่แถมกำไรมากกว่าตัวเอง โดยไม่ได้มองเลยว่า เมื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์แล้ว ลูกค้าจะมีโอกาสซื้อสูงขึ้น แถมร้านค้า A สามารถใส่กล้วยฉาบให้น้อยลงเหลือเพียงถุงละ 50-75 กรัม ด้วยซ้ำ เพราะลูกค้าอาจถูกใจที่ตัวบรรจุภัณฑ์มากกว่าสนใจปริมาณกล้วยฉาบที่อยู่ภายในถุง

ถามว่าการสร้างบรรจุภัณฑ์ หรือ แพ็คเกจจิ้ง (Packaging) นั้น หมายถึงอะไร ก็หมายถึงการใช้แนวคิดที่สร้างสรรค์ เพื่อออกแบบวัสดุที่จะนำมาใช้บรรจุสินค้า ให้มีความเหมาะสมกับสินค้าที่เราผลิตขึ้นมา เพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการขนส่ง (ขนส่งง่ายขึ้น เสียหายยากขึ้น) จำหน่าย (สวยงาม ดึงดูด น่าหยิบจับ น่าซื้อมาสะสม) เก็บรักษาให้อายุสินค้ายาวนานขึ้น (เช่นการ ดูดอากาศออกจากถุงบรรจุภัณฑ์ให้หมดก่อนปิดผนึก) และที่สำคัญคือ ด้านการตลาดซึ่งผู้ประกอบการอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า แพ็คเกจจิ้งสามารถทำการตลาดแทนเราได้ สื่อสารแทนเราได้ และประโยชน์อีกมากมาย ดังนี้

1. ปกป้องและป้องกัน (Protect)

แพ็คเกจจิ้งจะทำหน้าที่คุ้มครองสินค้าที่บรรจุอยู่ภายในไม่ให้ยุบ สลาย เสียรูป หรือคงสภาพของตัวบรรจุภัณฑ์ให้เหมือนกับตอนออกจากโรงงานให้มากที่สุด และเสียหายน้อยที่สุด อีกส่วนคือการป้องกันฝุ่น แสง ความชื้น ออกซิเจน ฯลฯ เพื่อให้สินค้า (ส่วนใหญ่เป็นของกิน) มีความสด และสามารถวางขายได้นานขึ้น

2. สื่อสาร และให้ข้อมูล (Inform)

ยิ่งข้อมูลเด่นชัดมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้ซื้อมากมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อสินค้า สิ่งของที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์คืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร ใช้ภาพประกอบหรือใช้แพ็คเกจจิ้งแบบใสเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าได้โดยตรงเลย ผลิตจากที่ไหน ส่วนประกอบ วันที่ผลิต วันหมดอายุ ข้อมูลด้านโภชนาการ มาตรฐานสินค้าต่างๆ เช่น อย. หรือ GMP เป็นต้น

3. ดึงดูดความสนใจ (Consumer Appeal)

ด้วยความที่สินค้าชนิดใหม่ๆ นั้น เกิดขึ้นตามท้องตลาดอยู่ทุกวัน การจะทำให้สินค้าของเราโดดเด่น และทำให้ลูกค้าหยิบสินค้าของเราขึ้นมาดูได้ แพ็คเกิจจิ้งนั้นมีผลอย่างมหาศาล เพราะถ้าแพ็คเกิจจิ้งของเราสวยงาม น่าสนใจ จูงใจให้เกิดการซื้อได้ (เป็นผลมาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ขนาด รูปร่าง สีสัน รูปทรง วัสดุที่ใช้ ข้อความ ฯลฯ) ที่สำคัญคือสินค้าต้องดี มีคุณภาพ เพื่อให้เกิดการใช้ซ้ำและบอกต่อ

4. ช่วยเพิ่มกำไร (Profit) และสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added)

นี่คือหน้าที่หลักของแพ็คเกจจิ้ง ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นในญี่ปุ่น ร้านค้าแถวฟูเขาไฟฟูจิ จะสร้างแพ็คเกจจิ้งเป็นกล่องทรงภูเขาไฟขนาดเล็ก ทาด้วยสีฟ้าอ่อน บริเวณปล่องเป็นสีขาว เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้า ซึ่งบางครั้งผู้ซื้อแทบจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ว่าสินค้าภายในกล่องภูเขาไฟคืออะไร แต่เขาซื้อเพราะแพ็คเกจจิ้งสวย และสามารถนำไปเป็นของฝากได้ สิ่งนี้คือตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าบางครั้งเราไม่ต้องเน้นที่ปริมาณของสินค้า เพราะบางครั้งแพ็คเกจจิ้งก็สามารถขายได้ด้วยตัวเอง ส่งผลให้มีกำไรสูงขึ้น

5. โปรโมชั่น (Promotion)

ข้อดีข้อนี้เป็นเรื่องของการตลาด แพ็คเกจจิ้งสามารถถูกสร้างขึ้นมาตามเทศกาล และช่วงเวลาที่สำคัญได้ด้วย เช่น วันปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เป็นต้น ช่วงปีใหม่เราอาจควบรวมสินค้าหลายๆ ประเภทเข้าด้วยกันเพื่อสร้างแพ็คเกจจิ้งที่ดึงดูดใจ พร้อมกับมอบส่วนลดไปด้วยในตัว เพื่อสร้างยอดขายให้สูงขึ้นในเทศกาลต่างๆ

ดังนั้นแพ็คเกจจิ้ง (Packaging) เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในเชิงธุรกิจ เพราะถ้าแพ็คเกิจจิ้งของเราสวยงามลงตัว ก็จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ จูงใจให้เกิดการซื้อของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างแพ็คเกจจิ้ง (Packaging) ผลิตภัณฑ์สบู่และโลชั่นที่น่าสนใจ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและต่อยอดยกระดับสินค้า OTOP ของชุมชน

  1. ผลิตภัณฑ์สบู่

กระดาษสีน้ำตาลแนวเรียบๆแต่มีความหรูที่ตัวโลโก้เท่านี้ก็น่าสนใจแล้วครับ

ที่คาดกระดาษที่ห่อเกือบเต็มสบู่ถ้ามีไดคัตวงกลมช่องหน้าให้เห็นเนื้อสบู่ได้แบบเด่นชัดด้วย ก็จะมีความน่าสนใจและดึงดูดมากขึ้น

ดีไซน์กระดาษครอบสบู่แบบเรียบๆแต่ดูน่ารักต้องแนวนี้เลย โลโก้ต้องไม่เยอะและต้องจำง่าย สีก็เช่นกัน ใช้แค่สองสามสีพอครับ

หุ้มสบู่ด้วยกระดาษลังแล้วคาดกระดาษชื่อสบู่อีกทีไอเดียเรียบเก๋ดีครับ

สบู่ห่อใบไม้ดูแปลก มีไอเดียเรียบสวยน่าสนใจมากๆ

แนวนี้เหมาะกับห่อขายเป็นของที่ระลึก มีแต่งเชือกป่านกับของอบแห้งดูน่ารักดีครับ

หุ้มผ้าลูกไม้ที่สบู่ดูหวาน ตัดกับกระดาษสีอ่อนแล้วโลโก้สวยๆ ดูหรูมากๆ

ห่อผ้ากระสอบบนก้อนสบู่ดูสวยแบบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากของธรรมชาติ

2. ผลิตภัณฑ์โลชั่น

กล่องครีม กล่องเซรั่มกระดาษคราฟท์ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายแบรนด์ออกกล่องแพคเกจจิ้ง (packaging) แนวออร์แกนิคที่สื่อให้เห็นถึงความปลอดภัย เน้นส่วนประกอบการผลิตเครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ซึ่งการใช้กระดาษคราฟท์สีน้ำตาลธรรมชาติทำให้สินค้าดูโดดเด่น และแตกต่างจากแบรนด์เครื่องสำอางอื่น

กล่องโลชั่นกระดาษอาร์ตการ์ด สำหรับผู้ที่ชอบงานออกแบบที่มีสีสันขึ้นมาหน่อย BKK PAPER BOX แนะนำให้เลือกใช้เป็นกระดาษอาร์ตการ์ด เนื่องจากกระดาษประเภทนี้สามารถเล่นสีและลวดลายได้มากกว่ากระดาษคราฟท์ และเน้นการออกแบบที่ใช้ลายเส้น รูปภาพของพืชพรรณที่ใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ เพียงเท่านี้กล่องแพคเกจจิ้ง (packaging) ของคุณก็ยังได้ลุคแบบออร์แกนิคได้ครับ

กล่องเซรั่มกระดาษอาร์ตการ์ต เทรนด์กล่องแพคเกจจิ้ง (packaging) ของสินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะเน้นความสบายตา มองแล้วสดชื่น ไม่เน้นสีสันฉูดฉาด ดังนั้น โทนของสีบนกล่องแพคเกจจิ้ง (packaging) จะเน้นไปทาง โทนเขียว ขาว หรือโทนสีแนวธรรมชาติ เพื่อให้สะท้อนถึงตัวผลิตภัณฑ์

 

อื่นๆ

เมนู