สวัสดีครับผม นาย เสริม  ตะเกิ้งผล  ประเภท ประชาชน. ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ มหาวิทยาลับราชภัฏบุรีรัมย์

จากการออกสำรวจหมู่บ้านที่หมู่บ้านสายโท1กลางหมู่ที่ 4 พบว่ามีการทดลองปลูกข้าวญี่ปุ่นพันธุ์ “โคชิฮิคะริ”     ซึ่งเป็นข้าวญี่ปุ่นที่มีราคาขายที่ค่อนข้างสูง  ซึ่งการปลูกข้าวญี่ปุ่นนั้นมีวิธการปลูกดังนี้

การเพาะกล้า – ใช้เมล็ดพันธุ์ จำนวน 8-10 กิโลกรัมต่อไร่ มีการอนุบาลก่อนลงเเปลง อายุตั้งแต่ 8-15 วัน แต่ไม่เกิน 25 วัน ความสูงไม่เกิน25 เซนติเมตร ต้นกล้าข้าวไม่ต้องลงไปโตแข่งกับหญ้าในแปลงนา                              

การเตรียมดิน – ใช้รถไถเดินตามในการไถเตรียมดินเพื่อดินให้เรียบเสมอ และมีความลึกลึกในระดับที่เหมาะสม ประมาณ 12-18 cm.พร้อมสำหรับการปักดำ

ปักดำ  – การปักดำเป็นแถว ความกว้าง 30 ซม. เป็นแนว มีระเบียบ มีช่องว่างให้อากาศผ่าน แสงแดดส่องถึงพื้น(แถวตามแนวขี้น-ลงของพระอาทิตย์:ต้นข้าวไม่บังแสงแดดกันเอง) ต้นข้าวสุขภาพดี แข็งแรง การจัดการดูแลในเเปลงนาก็ง่ายขึ้น

           

การดูแลหลังการปักดำ  ใช้วิธีการถอนหญ้าออกจากแปลง ลดการใช้ยาปราบวัชพืช พร้อมทั้งใส่ปุ๋ยคอกแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และทำร่องน้ำในแปลงนา เพื่อให้ระบายน้ำได้ และน้ำไม่ท่วมขังเเปลงนา เพื่อช่วยลดก๊าชมีเทน ในแปลงนา

เก็บเกี่ยว ใช้แรงงานในการเก็บเกี่ยวด้วยมือ ใช้เคียวเกี่ยวข้าว เพื่อเนการประหยัดต้นทุนในการเก็บเกี่ยว

ด้วย ราคาขายที่ค่อนข้างสูง และการปลูกที่ยังมีพื้นที่น้อยอยู่มากในเมืองไทย ข้าวญี่ปุ่นจึงเป็นอีกทางเลือกของชาวนาที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่งครับ

อื่นๆ

เมนู