ข้าพเจ้า น.ส. สุปราณี เติมประโคน ประเภท ประชาชน ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลชุมชนหมู่2 และหมู่6 บ้านสายโท10เหนือและใต้ ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ในวันที่5 กุมภาพันธ์ 22564 ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ดิฉันได้สอบถามเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับโรคที่เกิดขึ้นในชุมชน โดยอาศัยจากพฤติกรรมการใช้ชีวิติ การอยู่อาศัยรวมถึงประกอบอาชีพและมีความเสี่ยงในการส่งผลเสียต่อร่างกายของคนในชุมชน

โรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซีส มักเกิดระบาดในช่วงฤดูฝนโดยสัตว์ที่แพร่เชื้อได้แก่ หนู สุนัข วัวและควาย เชื้้อโรคนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทางคือ

1. ทางตรง โดยการสัมผัสสัตว์ที่มีเชื้ออยู่  หรือโดนกัดจนเกิดบาดแผลทำให้เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

2. ทางอ้อม เช่น เชื้อปนอยู่ในแหล่งน้ำ แล้วเข้าสู่คนทางงบาดแผล การรับประทานอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนสามารถเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุในปาก ตา จมูก เป็นต้น

อาการที่พบคือ อาการไข้สูง หนาวสั่น เจ็บกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่น่อง จากการที่ดิฉันลงสำรวจพบว่ากลุ่มที่มีความเสี่ยงคือกลุ่มเกษตรกร  ชาวไร่ ชาวนา และกลุ่มฟาร์มปศุสัตว์ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดบาดแผล การสัมผัสแหล่งน้ำหรือสัตว์ต่างๆ ดิฉันจึงได้ให้คำแนะนำวิธีการป้องกันโรคฉี่หนูให้แก่กลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น ควรสวมรองเท้าบู๊ดเมื่อออกไปทำสวนไร่นา ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสปัสวะของสัตว์เลี้ยง และสัตว์ที่พบตามธรรรมชาติ หลีกเลี่ยงการรับประธานอาหารค้างคืนที่ไม่มีภาชนะปิดเป็นต้น

ถึงแม้ประชาชนในชุมชนจะได้รับข้อมูลการป้องกันโรคฉี่หนู หรือโรคระบาดต่างๆก็ตาม ด้วยความที่ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคติดต่อต่างๆได้โดยง่าย วิธีการป้องกันจะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อคนในชุมชนป้องการตนเองและครอบครัวอย่างถูกวิธี หลังจากออกไปทำไร่ไถนาเสร็จ ก็ควรหมั่นทำความสะอาดร่างกาย รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ เมื่อมีอาการที่สงสัยว่าจะเป็นโรคฉี่หนูก็รีบเข้ารับการตรวจรักษาจาก โรงพยาบาล หรือ รพสต.ใกล้บ้านเป็นต้น

 

อื่นๆ

เมนู