บทความเดือนธันวาคม

ในจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอประโคนชัย มีการเกษตรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำนา เลี้ยงหมู เลี้ยงวัว หรือทำการเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งมีเกษตรกรท่านหนึ่ง ชื่อว่า

นางจักจั่น ฉิมชาติ เป็นเกษตรกรแบบผสมผสาน ซึ่งเขาเลี้ยงหมู เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ และทำนา

การทำนาเริ่มต้นจากบรรพบุรุษ บรรพบุรุษเป็นชาวนา เขาเลยสืบเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ การทำนาอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ร่ำรวย หรือมีกินอย่างเพียงพอ เช่น เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงวัว เป็นต้น ซึ่งการทำงานแต่ละครั้งต้องใช้ปุ๋ย และข้าวพันธุ์เราต้องปลูกเอง แต่ถ้าข้าวพันธุ์มีสิ่งแปลกปลอมก็ต้องเปลี่ยนข้าวพันธุ์ ต้องใช้เงินซื้อข้าวมา การทำนาแต่ละครั้งเราสามารถลดต้นทุนได้ โดยการนำขี้วัวมาทำเป็นปุ๋ย การเก็บเกี่ยวข้าวในการทำนา เมื่อหักต้นทุนไปแล้ว ก็เหลือกำไรนิดหน่อย แต่ก็ถือเป็นการปลูกข้าวไว้กิน

การเลี้ยงหมู ซึ่งเริ่มเลี้ยงตั้งแต่ พ.ศ 2554 เริ่มจากที่แม่ของนางจักจั่น ฉิมชาติ ให้ลูกหมูมา 2 ตัว เลยสืบเจตนารมณ์ ของคนเป็นแม่ โดยนำลูกหมูทั้ง 2 ตัวมาเป็นแม่พันธุ์ หลังจากที่เลี้ยงมาเรื่อย ๆ ตอนนี้มีแม่พันธุ์ทั้งหมด 6 ตัว และมีลูกหมูทั้งหมด 40 ตัว การซื้อขายหมูขึ้นอยู่กับสภาวะทางตลาดว่าช่วงที่ขายราคาจะขึ้นหรือลง ถ้าราคาสูงจะได้กำไร ถือว่าราคาดี และถ้าเราซื้อลูกหมูมาเลี้ยง โอกาสขาดทุนมีสูง เนื่องจากบางครั้งลูกหมูก็ไม่แข็งแรง ตายบ้างก็มี การซื้อขายหมู ถ้าหมูแข็งแรง ราคาเริ่มต้น 3,000 ซึ่งถือว่าได้กำไรดี แต่ถ้าราคาถูก   ก็จะได้ราคาตัวละ 1,000 บาท

การเลี้ยงวัว ในช่วงที่มีการปลูกข้าว เราก็ต้องตัดหญ้าตามท้องทุ่งนามาให้วัวกิน แต่ถ้าเป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าว ก็สามารถปล่อยวัวให้ไปกินหญ้าตามท้องทุ่งนา ซึ่งการเลี้ยงวัวต้องใช้ความพยายาม ความอดทนในการดูแลวัวเป็นอย่างมาก เพราะวัวอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น

การเลี้ยงไก่ จะเลี้ยงแบบธรรมชาติ ปล่อยให้ไก่ได้อยู่แบบธรรมชาติ ให้ไก้ได้กินเศษอาหารบ้าง ข้าวเปลือกบ้าง ถึงเวลาขาย ก็ได้ขาย ได้กำไร  2,000-3,000 บาท ถือว่าเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง

การปลูกพืชผักสวนครัว ซึ่งถือว่าเป็นการลดค่าใช้จ่ายค่าอาหารไปในตัว และได้ปลูกผักที่ตนเองชอบไว้กิน

การทำเกษตรแบบผสมผสานเป็นการทำการเกษตรที่ดีอย่างหนึ่ง เป็นการใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ เป็นรายได้เสริม ซึ่งการทำเกษตรต้องใช้ความอดทนและความพยายามในการทำ เราจึงจะมีความสุขกับเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย

อื่นๆ

เมนู