การแปรรูปผลผลิตเหลือทิ้งทางการเกษตรเพื่อทำแท่งเชื้อเพลิง

 และปฏิบัติการทำเตาเผาถ่านไร้ควันเพื่อใช้ในครัวเรือน

 ระหว่างวันที่ 4-5 มิถุนายน 2564  เวลา 08.30-16.30 น.

ณ ศูนย์เรียนรู้ไร่นาสวนผสม บ้านโคกกระชาย หมู่ที่ 7

ต.โกตาพิ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

 ปัญญา พวงประเสริฐกุล 


             คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ซึ่งดำเนินการโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ( 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย)  ได้จัดให้มี โครงการพัฒนานวัตกรรมสร้างเผาถ่านชาโคลไร้ควัน เพื่อผลิตถ่านไร้ควัน สำหรับนำมาใช้ในครัวเรือนและแปรรูปอุตสาหกรรมขนาดย่อม สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ จึงมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง : การแปรรูปผลผลิตเหลือทิ้งทางการเกษตรเพื่อทำแท่งเชื้อเพลิง แ ละปฏิบัติการทำเตาเผาถ่านไร้ควันเพื่อใช้ในครัวเรือน  ระหว่างวันที่ 4-5 มิถุนายน 2564  เวลา 08.30-16.30 น. ที่ ศูนย์เรียนรู้ไร่นาสวนผสม บ้านโคกกระชาย หมู่ที่ 7 โดยมีวิทยากร ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระ เนตราทิพย์ คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคุณดุสิต บุผาโต  มีจำนวนชาวบ้านจากตำบลตะโกตาพิ เข้าร่วมอบรมจำนวน 36 คน  และวิทยากร  คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ รวมผู้ปฏิบัติการ ตำบลตะโกตาพิ จำนวน 20 คน  รวมจำนวนคนทั้งหมด 56 คน

เริ่มเวลา 8.30 น.  (วันที่ 4-5 มิถุนายน 2564)

              ประธานกล่าวเปิดการอบรม โดย กำนัน ตำบลตะโกตาพิ 

รายละเอียดอบรมกิจกรรม มีดังนี้

วิทยากร :  คุณดุสิต บุผาโต

การแปรรูปผลิตผลเหลือทิ้งทางการเกษตร เพื่อทำแท่งเชื้อเพลงจากถ่านและปฏิบัติการทำเตาเผาถ่านไร้ควันเพื่อใช้ในครัวเรือน  ความรู้เบื้องต้นจากาการใช้ประโยชน์จากผลิตผลทางการเกษตร 

ชีวมวล- พลังงาน-ไบโอชาร์ 

ไบโอซาร์ คือ ถ่านชีวภาพที่ใช้ในการปรับปรุงดิน ผลิตจากชีวมวลด้วยวิธีการแยกสลายด้วยความร้อน  ชีวมวล  เป็นสารประกอบของสิ่งมีชีวิต เช่น ต้นไม้ เศษวัสดุ เหลือทิ้งจากภาคการเกษตร  เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง กิ่งไม้ เศษอาหารในครัวเรือน เป็นต้น มูลสัตว์ เช่น มูลเป็ด มูลไก่ มูลนก มูลวัว- ควาย เป็นต้น

  ประโยชน์และแนวทางการใช้ไบโอชาร์ (ถ่านชีวภาพ) สำหรับเกษตรอินทรีย์ไทย 

เพิ่ม 6

  1. เพิ่มแก๊สหุงต้ม
  2. เพิ่มความสมบูรณ์ในดิน
  3. เพิ่มผลผลิตการเกษตร
  4. อาหารปลอดสารพิษ
  5. เพิ่มคาร์บอนเครดิต
  6. เพิ่มรายได้

ลด 6

  1. ลดขยะชีวมวล
  2. ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง
  3. ลดพื้นที่การเพาะปลูก
  4. ลดการบริโภคอาหารมีสารพิษ
  5. ลดคาร์บอนฟิตพริ้น
  6. ลดความยากจน

ถ่านกัมมันต์

            การแปรรูปถ่านไม้ไผ่มาเป็น “ถ่านกัมมันต์” หรือแอคทิเวตเตด ชาโคล (Activated Charcoal) ซึ่งมีสรรพคุณที่หลากหลาย โดยเฉพาะสรรพคุณทางยาในการดูดซับสารพิษ มีการใช้อย่างแพร่หลายทางการแพทย์  เนื่องจากถ่านมีรูพรุนจำนวนมาก ทำให้มีคุณสมบัติดูดซับสารต่าง ๆ ที่อยู่ในรูปของของเหลวและก๊าซได้ดี จึงมีการนำ ชาโคล มาประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอาง เพื่อทำหน้าที่ดูดซับสารเคมีตกค้างและความมันบนผิวหนัง ช่วยให้ผิวสะอาด

             การนำไผ่ มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยนำมาผลิตสบู่ถ่านไม้ไผ่ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างผงถ่านไม้ไผ่ กับน้ำผึ้ง โดยแอคทิเวตเตด ชาโคล ได้มาจากถ่านไม้ไผ่ที่เผาด้วยความร้อน 1,000 องศาเซลเซียส เป็นถ่านบริสุทธิ์ มีรูพรุนมากกว่าถ่านทั่วไป 4 เท่า และดูดซับกลิ่นได้มากกว่าถ่านทั่วไป 6 เท่า ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นจึงเหมาะที่จะนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ ถ่านไผ่ยังใช้กรองกลิ่นและก๊าซอันไม่พึงประสงค์ในหน้ากากกรองสารพิษ ใช้ฟอกอากาศในเครื่องปรับอากาศ ใช้ในไส้กรองอากาศเครื่องยนต์และท่อไอเสียได้ด้วย

              ประโยชน์ของถ่านกัมมันต์ ผงถ่านกัมมันต์ (powdered activated carbon) นิยมใช้ในอุตสาหกรรม  ยารักษาโรค สารเคมี ยางรถยนต์โครงสร้าง อาคาร เหมืองแร่ บําบัดน้ำเสีย  และการกรองน้ำ เม็ดถ่านกัมมันต์ (granular activated carbon) ใช้ในการกรองอากาศเสีย อุตสาหกรรมสารเคมีและเวชภัณฑ์ยานยนต์ใช้ในการ ถ่ายเทพลังงานความร้อน และการกลั่นแยกก๊าซธรรมชาติ และถ่านกัมมันต์แบบอัดแท่ง (extruded activated carbon) ใช้ในการกําจัดสารเคมีที่มีพิษ ตัวเร่งปฏิกิริยาต่าง ๆ

                การผลิตถ่านกัมมันต์ ในกระบวนการผลิต สามารถใช้วัสดุใดก็ได้ที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก เช่น เปลือกไม้ไผ่ ถ่านหิน กะลามะพร้าว ฯลฯ   

             นอกจากนี้ คุณดุสิต บุผาโต วิทยากร  : สาธิตการใช้เกลือขัดผิวชาโค ที่ช่วยขัดผิวให้หน้าใส ซึ่งจะนำไปต่อยอดในการทำผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อไป   

           ถ่านชาโคคุณประโยชน์ทางเศรษฐกิจ   ถ่านทำจากไม้ไผ่ ดีที่สุด จะมีความสมดุลทางธรรมชาติ  มีมูลค่ามหาศาล ต่างประเทศมีการขยายตัวมาก ประเทศไทยยังไม่ขยายตัว “

               ในช่วงท้าย วิทยากรฯ ได้วิเคราะห์ เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและรายได้จากการทำนากับการเผาถ่าน  (ตามภาพช้าทการอบรมฯ)  การแลกเปลี่ยน หัวข้อ การต่อยอดการเผาถ่าน  1) ปรับปรุงการเผาถ่าน 2) ได้แนวคิดในการเผาถ่าน ในการทำธุรกิจ 3) ผู้ที่ไม่มีทุน เริ่มได้จาก การวิเคราะห์ตนเอง (ทุน) และให้หลักคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิด “ มุมมอง 8 ดี Report ”

การวิเคราะห์ตนเองด้วย (ทุน) 

  1. ทุนทางความคิด /ประสบการณ์
  2. ทุนทางสังคม  (เครือญาติ , สื่อโซเซียล )
  3. ทุนทางแรงกายใจ
  4. ทุนทางการเงิน  (รับจ้าง- เป็นเจ้าของธุรกิจ- เป็นเจ้าของกิจการ-นักลงทุน )

   6 M

  1.  Man
  2. Material
  3. Method
  4. Marketing
  5. Money

ความรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียง -การเผาถ่านหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง

  1. หลักเหตุผล
  2. พอประมาณ / ไม่ก้าวกระโดด
  3. มีภูมิคุ้มกัน

    เงื่อนไข : ความรู้ คู่คุณธรรม

แนวคิด “ มุมมอง 8 ดี Report ” โดยยกปัญหาเพราะวิเคราะห์ : เรื่องความยากจน จากนั้นให้ผู้เข้าอบรมร่วมกันแลกเปลี่ยน(ตามภาพช้าทการอบรม)

      กิจกรรม

  • ปฏิบัติการเผาถ่าน

วิทยากร : ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระ เนตราทิพย์

      กิจกรรม

  • ให้ความรู้ และเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำถ่านอัดแท่ง
  • เตาเผาที่ใช้ในการเผาถ่าน
  • ปฏิบัติการทดลองเผาถ่าน

                                                จบการอบรมเวลา 16.30 น.


  ภาพกิจกรรมการอบรมฯ 

 

 

  ภาพช้าทการอบรมฯ

 


                                                  

การรณรงค์การฉีดวัคซีน เพื่อลดการระบาดโควิด ด้วยวัคซีน 

ติดตามสถานการณ์ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด หมู่ 5 และ 10 ตำบลตะโกตาพิ

ระหว่างวันที่ 23-31 พฤษภาคม 2564

(Covid week)

——————

                 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564  ผู้ปฏิบัติงาน ตำบลตะโกตาพิ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ และ อสม. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ต.ตะโกตาพิ ลงพื้นที่ หมู่ที่ 1 หมู่ 5 และ หมู่ 10  เคาะประตูบ้าน เพื่อเชิญชวนพี่/น้อง เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19     นอกจากนี้ทีมได้มอบอุปกรณ์ ในการป้องกันโควิด-19 เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เครื่องวัดอุณหภูมิ ให้กับ รพ.สต.ตำบลตะโกตาพิ

            จากการเดินรณรงค์ในพื้นที่ พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือที่จะลงทะเบียนฉีดวัคซีน มีส่วนน้อย ที่ช่วงแรกให้การปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีน เนื่องจากมีความกลัว จากผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน   เจ้าหน้าที่ รพ.สต. และ อสม. ทีมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ตำบลตะโกตาพิ ทั้งหมด ช่วยแนะนำพร้อมให้ข้อมูลประโยชน์และผลดีจากการฉีดวัคซีน  ชาวบ้านจึงให้ร่วมมือลงชลงทะเบียนชื่อฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19  และเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ตำบลตะโกตาพิ ได้ยกตัวอย่างเจ้าหน้าที่ ทางการแพทย์จากโรงพยาบาล ได้วัคซีนป้องกันโควิด แล้วปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด 

         นอกจากนี้ ในการเดินรณรงค์ได้มีการแนะนำสำหรับผู้ลงทะเบียนฉีดวัคซีน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนและหลัง การฉีดวัคซีน เช่น  1)สองวันก่อนและหลังการฉีดวัคซีนให้งดออกกำลังกายหนัก หรือยกน้ำหนัก และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ  2) วันที่ฉีดควรกินน้ำอย่างน้อย 500-1,000 ซีซี งดชา กาแฟ หรือของที่มีคาเฟอีน รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ฯลฯ 

            วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 อสม. ของตำบลตะโกตาพิ ทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีน ที่โรงพยาบาลประโคนชัย

            วันที่ 26 พฤษภาคม 2564  ได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ชาวบ้าน เพื่อสำรวจความคิดเห็นต่อการฉีดวัคซีนป้องกัน Corvid 19 และ อสม.ที่ทำการฉีดวัคซีน  แล้ว  จำนวน กว่า 20 ราย ของตำบลตะโกตาพิ พร้อมอัดคลิป รณรงค์เชิญชวนให้มาฉีดวัคซีน ป้องกัน Covid

       สรุปรายละเอียดจากการสัมภาษณ์ ดังนี้

                   ชาวบ้านส่วนใหญ่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนฯ  แล้ว ซึ่งให้เหตุผล เช่น อยากให้สังคมกลับมาเหมือนเดิม การฉีดวัคซีนช่วยป้องกันไม่ให้มีการแพร่กระจาย   มีเพียงส่วนน้อยยังรู้สึกกลัว และไม่มั่นใจที่จะฉีดวัคซีนฯ เนื่องจากได้รับข่าวสารตามสื่อต่าง ๆที่ได้รับผลกระทบอาการทางร่างกาย จากการฉีดวัคซีนฯ   รอวัคซีนที่มีคุณภาพดีกว่าบางคนอยู่ระหว่างการตัดสินใจและศึกษาข้อมูลจากข่าวสารความคืบหน้าเกี่ยวกับ โควิด 19  
              จากการสัมภาษณ์  อสม. ผู้ที่ได้บการฉีดวัคซีน พบว่า บางคนไม่มีอาการอื่นหลังจากฉีดวัคซีน  บางคนมีอาการหลังฉีดวัคซีน เช่น รู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลีย

                 วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ลงพื้นที่สัมภาษณ์ ผู้นำอสม. หมู่ที่ 10 พบว่าชาวบ้านลงทะเบียนฉีดวัคซีนจากการณรงค์มีจำนวน 73 คน คิดเป็นร้อยละ 70 %  และวางแผนจะมีการเดินรณรงค์รอบที่สองอีกครั้ง   และจากการสัมภาษณ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 พบว่าชาวบ้านลงทะเบียนฉีดวัคซีนจำนวน 70 กว่าคน คิดเป็นร้อยละ 70 % เช่นเดียวกัน

                วันที่  29-30  ลงพื้นที่สัมภาษณ์ ผู้ย้ายกลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด  พบว่า หมู่ที่ 10 มีจำนวน 7 ราย และ หมู่ที่ 5 มีจำนวน 1 ราย  ส่วนใหญ่ที่ย้ายมาจากกรุงเทพและจังหวัดชลบุรี (พัทยา) กลับบ้านมาจากสาเหตุตกงาน และต้องการลดค่าใช้จ่าย ส่วนน้อยที่กังวลกับการระบาดโควิด  แผนชีวิตที่ย้ายกลับมาบ้าน ทำอาชีพค้าขาย เกษตร แลรับจ้างทั่วไป  ส่วนความต้องการที่อยากได้รับ ต้องการเงินเยียวยา รองลงมาเงินดอกเบี้ยต่ำ และได้รับประกัน Covid 

 

 ภาพบรรยากาศกิจกรรมรณรงค์ฉีดวัคซีนฯ 

ภาพการสัมภาษณ์ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด

 

 

 

 

 

ภาพสัมภาษณ์ผู้นำและ อสม.   

 

วิดีโอแสดงกิจกรรมประจำเดือนมิถุนายน 2564

อื่นๆ

เมนู