บ้านเราชาวนา

 

        ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นแผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ดังคำกล่าวที่ว่า “ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว” ประชากรในประเทศส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ผืนดินกว่า 60 ล้านไร่ล้วนเป็นพื้นที่ทางการเกษตรทั้งสิ้น พืชผลทางการเกษตรที่สำคัญก็คือข้าว อาชีพทำนาถูกถ่ายทอดและสืบทอดมาจากบรรพบุรุษรุ่นสู่รุ่นใช้ข้าวเพื่อหล่อเลี้ยงลูกหลานมาจนถึงปัจจุบัน นับได้ว่าคนไทยนั้นมีความผูกพันธ์กับข้าวมาอย่างยาวนานและไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย ผืนแผ่นดินไทยก็ยังคงมีนาข้าวอยู่เสมอมา

        จังหวัดบุรีรัมย์ประชากรกว่าร้อยละ 89 ก็ต่างประกอบอาชีพเกษตรกร โดยมีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 4,514,545 ไร่หรือร้อยละ 69.71 ของพื้นที่จังหวัด อาชีพทางการเกษตรที่สำคัญก็คือทำนาข้าว ซึ่งการทำนาข้าวนั้นโดยเฉพาะนาปีต้องพึ่งพาน้ำที่เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญมาก ๆ ผ่านกลไกของฝนที่ตกตามฤดูกาล แต่ปัจจุบันนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยประสบกับปัญหาภัยแล้งพอสมควร แหล่งกักเก็บน้ำก็มีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการอุปโภคและบริโภค ฝนฟ้าไม่เป็นไปตามฤดูกาลทำให้ผลผลิตทางการเกษตรอย่างข้าวนั้นไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการได้น้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา จากการลงสำรวจพื้นที่เพื่อทำการเก็บข้อมูลได้พบปะพูดคุยถึงผลผลิตและกำไรจากการทำนาหลายครอบครอบครัวต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าในปี 2563 ที่ผ่านมานั้นแทบไม่ได้ผลผลิตเลยเพราะปีนี้แล้งราคาข้าวก็ต่ำลงขาดทุนไปหลายบาทหนี้เก่ายังใช้ไม่หมดหนี้ใหม่ก็เพิ่มขึ้นจากค่าเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำในปี 2564 ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ลานีญาทำให้อากาศทั่วไปปริมาณฝนมากกว่าค่าปกติ มีลักษณะแบบกระจุกตัวสัญญาณแนวโน้มเกิดปรากฏการณ์ภัยแล้งกระจุกซ้ำซากและเกินน้ำท่วมกระจายหลายพื้นที่ดังเดิมนับว่าเป็นฝันร้ายของผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกรอย่างมาก

หลายคนรวมทั้งตัวผมเองคงเคยตั้งคำถามที่ว่า “ชาวนาจะทนทำนาไปทำไมกันในเมื่อทำไปก็ไม่รวยสักที” เพราะหากไม่เจอภัยแล้งก็เจอน้ำท่วมหรือราคาต่ำกำไรไม่ได้ แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือหากไม่ทำนาจะเอาข้าวที่ไหนกินเอาข้าวที่ไหนขาย แม้รายได้จากการขายข้าวจะไม่มากอย่างน้อยก็ยังพอมีเก็บไว้กินภายในครอบครัว ถึงแม้จะถูกมองว่าอาชีพทำนาเป็นอาชีพที่ลำบากและยากจนที่สุดในบรรดาอาชีพเกษตรกรรมด้วยกันหรือกระทั่งชาวนาเองยังมองว่าอาชีพของตนลำบากและยากจนจริง ๆ ความคิดเหล่านี้ถูกปลูกฝังไปยังลูกหลานเรื่อยมา ครอบครัวที่มีอาชีพทำนาหลายครอบครัวยอมอดทนทำนาเลี้ยงชีพและส่งเสียลูกหลานให้เรียนสูง ๆ เพราะจะได้มีอาชีพที่ดีกว่าไม่ต้องลำบากเหมือนพ่อแม่ แต่ในความเป็นจริงนั้นอาชีพชาวนาเป็นอาชีพที่สำคัญ หากลองคิดดูว่าถ้าประเทศไทยไม่มีชาวนาที่เป็นผู้หล่อเลี้ยงชีวิตคนทั้งประเทศพวกเราทุกคนจะอยู่กันอย่างไร ดังนั้นชาวนาจึงไม่ได้เป็นเพียงกระดูกสันหลังของชาติแต่มีความสำคัญมากกว่านั้นเพียงแต่คุณค่าที่สังคมให้กลับไม่สมกับความสำคัญเท่าที่ควร

อื่นๆ

เมนู