ดิฉันนางสาวปาริษา ทองยอน ประเภทบัณฑิตจบใหม่ผู้ปฏิบัติงานตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ(มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) พื้นที่รับผิดชอบ ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 19 ตุลาคม 2564 ลงพื้นที่วัดยาง ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสรุปข้อมูลการทำงาน กิจกรรมที่ผ่านและแบ่งหน้าที่เพื่อเริ่มกิจกรรมใหม่ รีวิวร้านอาหารประจำตำบล   ร้านที่ได้รับผิดชอบ คือ จากการลงพื้นที่เป็นการถ่ายภาพโปรโมทร้านค้าในชุมชน ตำบลลำดวน เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวตำบลลำดวนของเราร้านครัวเจ๊อ้อยพิกัดข้าง ธ.ก.ส.ลำดวน  เป็นร้านอาหารตามสั่งที่ทุกคนต้องตามไปชิม เพราะร้านนี้ไม่ได้มีเมนูให้เลือกเหมือนร้านอื่นๆ คือลูกค้าอยากกินอะไรสั่งเลย  ราคากันเองสุดๆ เพียงแค่ 3 0 บาทเท่านั้นจ้า ใครไม่ไปพลาดมาก  * ใครไม่สั่ง = อด ไปลองชิมมาแล้วรสชาติดีมาก อร่อยทุกเมนูข้อมูลร้านค้า เปิดร้าน  08:00 – 17:00 น. หรือจนกว่าของจะหมด ราคา  ธรรมดา 30 – 40 บาท   ไข่ดาว +10บาท เมนูพิเศษ(บางช่วงเวลา) : ขนมจีน ต้มเนื้อ ผัดฉ่าปลาบึก และข้าวคลุกกะปิเบอร์โทร 0819671549(เจ๊อ้อย)พิกัดที่ตั้ร้าน15.0662335/103.3843927

ร้านหมี่ยำแม่ยุ พิกัดบ้านยาง ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นร้านเจ้าเด็ดประจำหมู่บ้านใครผ่านไปมาต้องแวะชิมกันทุกราย ใครชอบเครื่องเทศเน้นๆสั่งได้ค่ะเส้นเหนียวนุ่มๆ ใส่ ปลาป่นหอมๆบวกกับถัวลิสงคั่วแล้วเอามาบด  ลงตัวกันสุดๆค่ะ กินคู่กับผัดสด ผักริมรัวได้หมดค่ะ อร่อยจริง  บรรยากาศในร้านมีโต๊ะนั่งเป็นไม้ที่ทำขึ้นเอง นั่งกินชิวๆ เวลาฝนตกชวนให้จิตใจสงบสุขมีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่รีบร้อนเพลิดเพลินกับการกินอร่อยๆข้อมูลร้านค้า   เปิดร้าน 10:00-18:00 น. หรือจนกว่าของจะหมด    เบอร์โทร 0993714016(แม่ยุ)  ราคา 10-50 บาทเมนูพิเศษ ก๋วยเตี๋ยว เกาเหลา  น้ำปั่น น้ำอัดลม ขนมทานเล่น     พิกัดที่ตั้งร้าน 15.076747 103.400099

ร้านเปิ่น กาแฟโบราณ  จุดศูนย์รวมน้ำชงแบบโบราณประจำตำบลลำดวน พิกัดข้างห้างทวีกิจ1 มีหลายรสชาติให้ลิ้มลอง น้ำชงแบบเข้มข้นราดลงบนน้ำแข็งก้อนเล็กๆ แถมนมสดราดแบบฉ่ำๆข้างบนฟิดสุดๆ ใครผ่านไป-มาเป็นต้องแวะชิมทุกรายข้อมูลร้านค้า เจ้าของชื่อ คุณวรัญญา นะรินรัมย์ อายุ 29 ปี  เบอร์โทร  0657379370  เปิดมา 2-3 ปีเปิดร้าน 08:30-17.30 น.  พิกัดที่ตั้งร้านค้า 15.0656958 103.384379   ราคา  25 บาททุกเมนู ชื่อเมนู  กาแฟโบราณ  โอเลี้ยง  กาแฟเนส  โกโก้  ชาวเขียวนมสด  ชาโก้  น้ำบ๊วยมะนาว  ชานมเย็น  มันม่วงนมสด  โอวัลติน  เปิ่นคาราเมล  ชาเนสที  น้ำแดงโซดามะนาว นมเย็น  คาราเมลนมสด  เปิ่นฟรุตโยเกิร์ต   เปิ่นฟรุตนมสด  เปิ่นฟรุตโซดา  ดาร์โกโก้ และสตรอเบอร์รี่โซดา *เมนูแนะนำ  มันม่วงนมสด  ดาร์โกโก้

จากการลงพื้นที่เป็นการถ่ายภาพโปรโมทร้านค้าในชุมชน ตำบลลำดวน เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวตำบลลำดวนของเรา

วันที่ 20,21ตุลาคม2564 ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลการทำนาแปลงใหญ่ นาอินทรีย์ แการเล่นดนตรีพื้นบ้าน การทำโลงกันชุ(โลงศพ) เพื่อเก็บข้อมูลไว้พิจารณาจัดตั้งเป็นจุดสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวในตำบลลำดวน

ข้อมูลวัดบ้านยาง พิกัด (15.0731381201, 103.402804967)ประวัติวัดบ้านยางวัดบ้านยาง ตำบลลำดวน ตั้งอยุ่เลขที่164 หมู่17 บ้านไทรทอง ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์  ปัจจุบัน มีพระอธิการกิตติธร กิตติสาโร เป็นเจ้าอาวาส   เดิมวัดบ้านยาง ชื่อว่า วัดสว่างสามัคคี    มีพระอาจารย์ปริม  เคยอุปสมบทจากวัดบ้านลำดวน ได้ย้ายมาทำกุฏิหลังเล็ก แล้วมีญาติ ชื่อนายอุ่น ทะนวนรัมย์ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้อุปฐาก และนายอุ่น ทะนวนรัมย์ ได้ไปขออนุญาต สร้างวัดเมื่อ วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2521ได้ชื่อว่าวัดยางรายชื่อ อดีตเจ้าอาวาส วัดบ้านยาง    พระอธิการยรรยง สติม โต(ปริม)    พระอธิการเลี่ยง ชุตินธโร     พระอาจารย์อิน ธัมมทีโป(รักษาการเจ้าอาวาส)     พระอธิการกิตติธร กิตติสาโร(ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวารูปปัจจุบัน)

ประวัติความเป็นมากันชุพระอาจารย์วิริยา ปันหอม(วิริยา ธีรปัญโญ) ปราชด้านศาสนพิธี ประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านและงานหัตถศิลป์ พระอาจารย์มีความสนใจและมีใจรักในขนบธรรมเนียมประเพณีและดนตรีไทย จึงได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง พระอาจารย์ได้เห็นการทำกันชุ จึงอยากจะเอามาให้คนในชุมชนเด็กๆรุ่นใหม่ได้รู้จัก จึงเอามาทำที่วัดยางพระอาจารย์เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ด้วยตัวเอง เพื่อสืบสานอนุรักษ์ประเพณีโบราณ เก็บไว้ให้คนในชุมชนรุ่นใหม่ได้รู้จักและได้ศึกษา   กันชุฮ์/มชุฮ์មឈូស) บ้านหลังสุดท้ายของชาวเขมรเขตอีสานใต้ ซึ่งในแต่ละพื้นที่นั้น ก็มีลักษณะที่ต่างกันออกไป การทำกันชุต้องอาศัยช่างหลายแขนง ที่ต้องมาช่วยกันสร้าง  เช่น     เจียงเฌอ(ช่างไม้) ช่างไม้มีหน้าที่ทำตัวโลงให้ถูกต้องตามตำรา เพราะโลงเขมรนี้ ลักษณะไม่เหมือนหีบศพของคนไทยภาคกลาง สังเกตได้จาก โลงเขมรจะเป็นทรงสูง ปากบนจะมีขนาดใหญ่กว่าด้านล่างเล็กน้อย ต่างจากหีบศพภาคกลาง ที่เป็นทรงเตี้ย ปากบนล่าง มีขนาดเท่ากัน เพราะฉะนั้นช่างไม้ ต้องรู้ขนาด ความยาว และองศาของโลง องประกอบของโลงเขมรนั้นมี ตัวโลง เครื่องบน และฐานโลง ในการทำโลงของสตรี ก็จะทำให้มีความอ่อนช้อยงดงามในเเบบลักษณะของสตรี โลงของผู้ชายจะดูมีความเเข็งเเรงกำยำ ตามลักษณะของบุรุษ และทำให้ถูกต้องตามตำราด้วย  เจียงดับ(ช่างตอกกระดาษ)ในการตอกกระดาษให้เกิดลายนั้น ต้องใช้สิ่วหลายขนาด และมีแม่แบบ ในการวาดลวดลาย จากครูบาอาจารย์ที่ได้สืบทอดต่อกันมา กระดาษที่ใช้ตอก โบราณใช้กระดาษทองอังกฤษ(Aluminum foil) ช่างตอกกระดาษต้องมีทักษะในการตอกกระดาษ ให้ออกมามีความสวยสดงดงาม โดยการตอกกระดาษ มีการตอกตัดเอากระดาษส่วนหนึ่งหลุดออกไป ทำให้เกิดเป็นลวดลาย และการตอกใข่ปลา อันทำให้เกิดลวดลายชัดเจนมีมิติมากขึ้น และช่างตอกกระดาษมีกฎข้อห้ามดังนี้  ห้ามดูศพในโลง ที่ตนเองทำ ในขณะตอกกระดาษ ห้ามใช้ปากเป่าเศษกระดาษ ให้ยกขึ้นสลัดเพื่อให้เศษกระดาษหลุดออกไป เจียงปกา(ช่างผกา) มีหน้าที่ประดับ “ตะโมล”(เครื่องบน)ของตัวโลง ประกอบด้วยกันตุยเสกปกาเญือร(ดอกไม้ไหว) การที่จะทำดอกไม้ไหวนั้น จะต้องอาศรัยช่างที่มีทักษะฝีมือในการเหลาไม้ไผ่ ให้มีขนาดเรียวยาว เพื่อที่จะทำเป็นด้านดอกไม้นั้นมีความยืดหยุ่น สปริงตัว เเล้วจึงดอกไม้ไหวไปปักติดกับ”แฮม”(ไม้ชั้นต่างๆของเครื่องบน)ม๊จำกัดอยู่ที่ 3ชั้น 5ชั้น และ7ชั้น และจะต้องมีความสูงสมดุลกับตัวโลง  เจียงเบิ่ด(ช่างติด) จะใช้กระดาษทองที่ตอกเป็นลาย และกระดาษสีพื้นมาติดทาบด้วยกันช่างโบราณจะใช้ใบนุ่น มาตำทำเป็นกาว นำมาติดกระดาษทั้งสองเข้าด้วยกัน และจะใช้ใบตองมาตบเพื่อให้กระดาษติดแนบติดกันสนิท และมีช่างอึกแขนงหนึ่ง คือ ช่างตีเชือก ตีเส้นเชือกคั่นระหว่างลายเพื่อให้เกิดความโดดเด่นให้กับลาย โดยที่ต้องมีทักษะความชำนาญในการเดินเชือก ที่ไม่มีการตัด การต่อเชือก เดินเชือกเส้นเดียวรอบทั้งโลง หรือเวลามีอย่างจำกัด ก็จะใช้ ต้นแตรง ไม้ไผ่ หรือก้านทางมะพร้าวแทนก็ได้

วงกันตรึมบ้านยาง วงดนตรีพื้นบ้าน “กันตรึม” เป็นการละเล่นเพื่อความบันเทิง โดยทั่วไปมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อผู้เล่นกันตรึมชุดเดิมมีอายุมากขึ้น ก็จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่  การเล่น  กันตรึมจะเล่นในโอกาสต่างๆ ทั้งในโอกาสเฉลิมฉลอง งานมงคล เช่น งานแต่งงาน งานโกนจุก งานบวชนาค เทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้ยังใช้เล่นในพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อพื้นบ้าน คือประกอบพิธีเข้าทรง “โจลมม็วด” วงดนตรีพื้นบ้าน บ้านยางมีทั้ง วงมโหรี วงเพลงกันตรึม เพลงการ์เพลงที่ใช้ในงานเเต่ง วงกนตรึมสมัยก่อนมีผู้บรรเลงคือ นายเพา นายพด นายเยิว นายติ๊ด นายฉิ่ง และนายเอย ปัจจุบันผู้เล่นที่ยังมีชีวิตอยู่คือ พ่อฉิ่ง และพ่อเพย ดาทอง(ตาเอย) เป็นผู้ขับร้องเพลงกันตรึมและเพลงการ์ และท่านได้สืบทอดศิลปะแขนงนี้ ให้กับเยาวชนรุ่นหลังมาถึงปัจจุบัน

วันที่ 22 ตุลาคม 2564 ลงพื้นที่ถ่ายทำวีโอทำคลิปสั้น นำเสนอหมู่บ้านที่ตนเองรับผิดชอบ มีชุมชนบ้านยาง ชุมชนบ้านไทรทอง ชุมชนบ้านหินโคน ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังกวัดบุรีรัมย์

วันที่ 25ตุลาคม 2564 ลงพื้นที่ปรับภูมิทัศน์หนอนไหม บริเวณหน้าศูลศิลปาชีพ ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับคณะนักท่องเที่ยว(ทริปเร่งด่วน) จากอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์  ผู้เดินทางมาท่องเที่ยวมีจำนวน 12 ท่าน จุดแรกคือ ครัวเจ๊อ้อย เวลา 11.30น. จุดที่สอง คือ โครงการศูนย์ศิลปาชีพ ตำบลลำดวน จุดที่สามคือรับชมและซื้อผ้าไหมทอมือ บ้านบุ ตำบลลำดวน และจุดที่สี่ คือ โครงการฟาร์มตัวอย่างในพระราชดำริ ในหลวง ร.9 ณ บ้านกระเจา ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 26,27,28ตุลาคม 2564 ลงพื้นที่เก็บข้อมูลพืช สัตว์ ของชุมชนบ้านยาง ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อดูประชากรความหนาเน่นของพืชและสัตว์ในชุมชน

วันที่ 30 ตุลาคม ลงพื้นที้เข้าร่วมงานบุญกฐินประจำปีของบ้านลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 1,2 พฤศจิกายน 2564 ลงพื้นที่เพิ่มมูลค่าของที่มีอยู่ในขุมชนให้มีมูลค่าสูงขึ้นคือการ ทำชาจากใบหม่อน ณ บ้านยาง ตำบลลำดวน  อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ขันตอนการทำชาจากใบหม่อน ใช้ใบหม่อนพันธุ์ บร.60 เก็บตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อคุณค่าทางอาหารดีที่สุด .ลักษณะของใบที่ใช้ เป็นใบแก่พอประมาณ ลำดับที่ 2-4  ของต้นหนึ่งต้น  วิธีทำ นำใบหม่อนมาล้างทำความสะอาด 2-3 รอบ นำมาหั่นแกนกลางออก แล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร นำมาลวกด้วยน้ำเดือด ประมาณ 3-5วินาที นำขึ้นมาสะเด็ดน้ำ  แล้วคั่วให้หอมด้วยไฟปานกลางจนเป็นตัวและแห้งสนิท ประมาณ 15นาที หลังจากนั้นนำมาอบ ด้วยความร้อน 100 องศา ใช้เวลา 10 นาที  เป็นชาใบหม่อนเอาไว้สำหรับชงดื่ม

ประโยชน์ของชาใบหม่อน

ต้านโรคมะเร็งธาตุเหล็ก แคลเซียม สังกะสี เบต้าแคโรทีน และกรดแอสคอร์บิคเป็นสิ่งที่พบได้ในใบหม่อน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ ช่วยในการขจัดอนุมูลอิสระและช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็ง

ลดระดับกลูโคสในเลือดกรดแกลลิคที่อยู่ในใบหม่อน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการปล่อยอินซูลินออกจากเซลล์ตับอ่อน คุณสมบัตินี้ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยสลายน้ำตาลจากลำไส้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงในช่วงสองชั่วโมงแรกหลังจากได้ดื่มน้ำชาใบหม่อน

ชาใบหม่อนลดคอเลสเตอรอลการดื่มชาใบหม่อนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 3 เดือน สามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์และลดคอเลสเตอรอลลงได้ ป้องกันการจับตัวของลิ่มเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

ชาใบหม่อนแก้หวัดหากคุณมีอาการเป็นหวัด ปวดศีรษะ ปวดตา ไอ มีไข้และเจ็บคอ การดื่มชาใบหม่อนอุ่นๆ จะช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย บรรเทาอาการน้ำมูกไหลและคออักเสบ

ดูแลสุขภาพดวงตาชาใบหม่อนมีปริมาณวิตามินเอสูง ช่วยดูแลและบรรเทาอาการเครียดของสายตา ป้องกันความเสื่อมของจอตา ช่วยให้วิสัยทัศน์ในการมองชัดเจนมากขึ้น

ดูแลระบบเลือดชาใบหม่อนช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำความสะอาดเลือด นอกจากนี้ยังช่วยทำความสะอาดตับและไต ป้องกันการอุดตันของเลือดและช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างสมดุลของระบบเลือด

ต้านการอักเสบมีการศึกษาพบว่าการอักเสบที่เกิดจากโรคเรื้องรังนั้น สามารถดีขึ้นได้โดยการรับประทานชาใบหม่อนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

ดูแลระบบประสาทแมกนีเซียมที่อยู่ในชาใบหม่อนนั้น มีประโยชน์ช่วยในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อและหัวใจ อีกทั้งยังปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการดื่มชาใบหม่อน

-น้ำตาลในเลือดต่ำ การดื่มชาใบหม่อน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ และอาจเกิดอาการหิว ปวดศีรษะ วิงเวียน ตามัวและเหงื่อออกมาก -การรับประทานยา ผู้ที่รับประทานยาเพื่อรักษาโรคเบาหวาน ควรหลีกเลี่ยงชาใบหม่อน หรือหากต้องการรับประทานชาควรปรึกษาแพทย์ก่อน  -ภูมิแพ้ การสัมผัสกับลำต้นหรือใบของต้นหม่อน อาจทำให้เกิดการะคายเคืองต่อผิวหนัง และหากสัมผัสแล้วเกิดอาการแพ้ อาจทำให้ชีพจรเต้นเร็ว หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก รวมถึงอาจมีอาการบวมของผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา  -ไต ผู้ป่วยไตควรหลีกเลี่ยงชาใบหม่อน เนื่องจากมีโพแทสเซียมสูง อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวได้

ข้อห้าม ผู้ที่กำลังให้นมบุตร หรือตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มชาใบหม่อน นอกจากนี้ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาใบหม่อนก่อนเข้ารับการผ่าตัดเป็นเวลาอย่างน้อย

 

วันที่12พฤศจิการยน 2564  แปรรูผลิตภัณฑ์ผงโรยข้าวญี่ปุ่นจากดักแด้      วัตถุดิบ  ผงดักแด้ปั่นละเอียด   ใบมะกรูดปั่นละเอียด  ตะใคร้ปั่นละเอียด  งาขาวคั่ว สาหร่ายบดหยาบ ผงปรุงรส(รสดี) น้ำตาล เกลือ พริกป่น

สูตร 1 ออริจินัล  

งาขาว    1    ช้อนโต๊ะ

ผงดักแด้    2   ช้อนโต๊ะ

ใบมะกรูดบดผง      1/5       ช้อนโต๊ะ

ผงปรุงรส(รสดี)      1/5       ช้อนโต๊ะ

สูตรที่ 2 สมุนไพร

งาขาว                       1      ช้อนโต๊ะ

ผงดักแด้                      2       ช้อนโต๊ะ

ใบมะกรูดบดผง          1/5   ช้อนโต๊ะ

ตะใคร้                         1/5    ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล                        1/5   ช้อนโต๊ะ

ผงปรุงรส(รสดี)           1/4  ช้อนชา

เกลือ                            1/4   ช้อนชา

พริกป่น                       1       ช้อนชา

สูตรที่3 สาหร่าย

งาขาว            2          ช้อนโต๊ะ

ผงดักแด้                      2          ช้อนโต๊ะ

ผงปาปริก้า                 1/5       ช้อนโต๊ะ

สาหร่อยทอดกรอบ(โนริสาหร่าย)    2  ช้อนโต๊ะ

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 เพิ่มมูลค่าของเหลือใช้ในชุมให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น คือ ทำปุ๋ยหมักจากมูลไหม  นำมูลไหมเหลือใช้จากชุมชน มาตากแห้ง 2-3วัน เพื่อฆ่าเชื้อ มาผสมกับแกลบดิบในปริมาณที่เท่าๆกัน คือ 500 : 500 กิโลกรัม นำเชื้อซุปเปอร์ พด.1 มาผสมน้ำ 1ซอง ต่อน้ำ 20 ลิตร(อัตราส่วนนี้สำหรับปริมาณปุ๋ย 1 ตัน) ราดลงบนปุ๋ยที่ผสมไว้ แล้วใส่ปุ๋ยยูเรีย 2 กิโลกรัม ลงไป ผสมให้เข้ากัน ปิดด้วยผ้ายางคลุมไว้ 1เดือน หมั่นเปิดดูและรดน้ำทุกๆ 7 วัน ครบ 1เดือน สามารถนำไปใช้ได้

จากการวิเคราะห์ปุ๋ยหมักมูลไหม ปรากฏว่า มีไนโตรเจน ร้อยละ 0.95 ฟอสฟอรัสร้อยละ 0.5 โพแทสเซียม ร้อยละ 0.86 และอินทรีย์วัตถุ ร้อยละ 28.69 สามารถใช้เป็นวัตถุดิบแทนปุ๋ยคอกในการทำปุ๋ยหมักได้เป็นอย่างดี

อื่นๆ

เมนู