ข้าพเจ้านางสาวอังคณา ขวัญศิวิไลย์  ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ตำบลลำดวน  หลักสูตร:  การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและการกระจายได้ในตำบล MS02  ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานกับทีมงานและอาจารย์ประจำหลักสูตร เมื่อวันที่ 1 มีนาคม  2564 เวลา  ณ. ต.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์

 

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่ หมู่ 18  บ้านศรีสนวน  เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล แบบสอบถามข้อมูลระดับบุคคล ครัวเรือน และชุมชน (แบบสอบถาม 01) และแบบสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 (แบบสอบถาม 02) เพิ่มเติ่มจำนวนทั้งหมด 110 ชุด โดยแบ่งเป็น แบบสอบถาม 01 จำนวน 55 ชุด แบบสอบถาม 02 จำนวน 55 ชุด รวมทั้งได้สำรวจศักยภาพของชุมชน  จากการลงพื้นที่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชน หมู่ 18 บ้านศรีสนวน ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ในการตอบแบบสอบถามข้อมูลเป็นอย่างดี

 

จากที่ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่และเก็บรวบรวมข้อมูล แบบสอบถามข้อมูลระดับบุคคล ครัวเรือนและชุมชน พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา เป็นหลัก เพื่ออุปโภคบริโภค ปัญหาที่พบคือ ขาดรายได้ รายได้ไม่เพียงพอ การว่างงาน เมื่อสำรวจข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ได้นำข้อมูลของแต่ละหมู่บ้านในตำบลลำดวนที่ได้จากการลงพื้นที่มาทำการวิเคราะห์ข้อมูล การสังเคราะห์ข้อมูลในการหาศักยภาพชุมชนและดึงจุดเด่นของหมู่บ้านเพื่อมาหาแนวทางในการพัฒนาต่อไป จากการวิเคราะห์ข้อมูลหาจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาส โดยหมู่ 18 บ้านศรีสนวน ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ศักยภาพชุมชนท้องถิ่น มีพื้นที่ป่าชุมชน 1 แห่ง คือ ป่าห้วยเจมิง ซึ่งมีวัฒนธรรมความเชื่อของหมู่บ้าน คือ ศาลปู่ตา เป็นประเพณีการเลี้ยงปู่ตาโดยจัดทำขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป มีแหล่งท่องเที่ยว คือ ศาลาพระครูวิชิตประดิษฐ์วราสังการ  หมู่บ้านศรีสนวนมีกองทุนหมู่บ้าน ได้แก่ กองทุนเงินล้านบ้านศรีสนวน มีจำนวนเงิน 3,000,000 บาท ซึ่งมีวิธีการในการบริหารจัดการเงิน คือ ปล่อยกู้ให้กับสมาชิกในชุมชน โดยคิดดอกเบี้ยถูกกว่าธนาคาร ร้อยละ 6 บาท ต่อปี ซึ่งเป็นเงินหมุนเวียนสำหรับช่วยเหลือชาวบ้าน ในชุมชนมีปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ด้านต่างๆ  ได้แก่ นางนวลจันทร์ พนิรัมย์ ชาวบ้านยกย่องว่าเป็นปราชญ์ด้าน เกษตรอินทรีย์ โดยเคยเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้กับชาวบ้านในขณะประชุมชุมชน ซึ่งประกอบอาชีพสุจริตโดยมีอาชีพคือ ทำนาและปลูกผักเกษตรอินทรีย์ และนายมวย พนิรัมย์ ชาวบ้านยกย่องว่าเป็นปราชญ์ ด้านการทำไม้กวาดและสานไม้ไผ่  โดยเคยเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้กับชาวบ้านในขณะประชุมชุมชน ซึ่งประกอบอาชีพสุจริตโดยมีอาชีพคือ ทำนาและสานไม้ไผ่เกี่ยวกับทำไม้ไผ่  หมู่บ้านนี้มีการฝึกทักษะอาชีพจำนวน 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 การทอผ้าไหม กิจกรรมที่ 2  การทำไข่เค็ม และกิจกรรมที่ 3 การทำหมูแดดเดียว โดยมีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มาให้ความรู้ในการถนอมอาหารการทำไข่เค็มและหมูแดดเดียวเพื่อยืดระยะเวลาอาหารให้นานยิ่งขึ้น และมีกลุ่มฝึกอาชีพให้ความรู้เกี่ยวกับการทอผ้าไหมในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ปัญหาที่พบคือ ไม่มีตลาดรองรับการผลิต  หมู่บ้านศรีสนวนมีระบบการจัดการโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ดังนี้ หมู่บ้านนี้มีถนน 6 สาย เป็นถนนลาดยางและถนนคอนกรีต ผ่านหมู่บ้านสภาพแข็งแรงและเป็นถนนคอนกรีตในหมู่บ้านสภาพแข็งแรง มีประปาประจำหมู่บ้าน มาจากห้วยเจมิง และเป็นจุดกระจายน้ำประปาไปยัง หมู่ 1, หมู่ 14 และหมู่ 16 แหล่งน้ำประจำครัวเรือน แบ่งออกเป็น 2 แหล่ง คือ แหล่งน้ำอุปโภคบริโภค มาจาก น้ำห้วยเจมิง และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร มาจาก ฝนตกตามฤดูกาล ทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำในชุมชนคือ น้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและใช้ในการเกษตร แนวทางการแก้ปัญหา คือ ขุดลอกขยายแหล่งน้ำ เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคและใช้ในการทำเกษตรต่อไป

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด พบว่าชาวบ้านมีประกอบอาชีพเสริมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ การทอผ้าไหม การทำไข่เค็ม จักสาน เลี้ยงวัว-ควาย และมีวัฒนธรรมประจำหมู่บ้าน ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือ ชาวบ้านขาดรายได้ ไม่มีอาชีพเสริม ขาดทักษะในการใช้เทคโนโลยี  ความรู้ด้านสื่อออนไลน์และการโฆษณา ไม่มีตลาดรองรับการผลิตสินค้า โอกาสในการพัฒนาคือ ได้รับความรู้ในการใช้เทคโนโลยีและทักษะวิชาเพื่อต่อยอดภูมิปัญญาการพัฒนาอาชีพเสริม อยากให้มีการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพ มีการต่อยอดดโครงการและสนับสนุนต่อเนื่อง และอยากให้ความรู้แก่ชาวบ้านมีอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ที่มั่นคงและเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาชุมชนต่อไปมากยิ่งขึ้น

 

 

 

อื่นๆ

เมนู