รายงานการปฏิบัติงานประจำเดือนตุลาคม

นางสาวลดาวัลย์ กันรัมย์(ประเภทนักศึกษาหลักสูตร การสร้างธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตรในครัวเรือนอย่างยั่งยืน(MS01) ประจำตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

ธนาคารน้ำใต้ดินแบบปิด มีข้อดีคือสามารถทำให้น้ำไหลลงบ่อใต้ดินได้รวดเร็วมาก ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน และสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยในช่วงฤดูฝนนั้น ความสามารถของธนาคารน้ำคือสามารถรีชาร์จน้ำลงบ่อได้รวดเร็ว ลดการท่วมขังในพื้นที่ ส่วนหน้าแล้งก็สามารถนำน้ำที่กักเก็บไว้มาใช้ได้อีกทั้งการทำธนาคารยังช่วยทำให้ดินชุ่มน้ำและอุ้มน้ำมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ดินบริเวณที่ทำธนาคารเกิดตาน้ำ(ทางน้ำเล็กๆ ที่อยู่ใต้ดิน มีน้ำไหลตลอดไม่ขาดสาย)

3 ตุลาคม 2564 รศ.ดร.ปรีชา ปาโนรัมย์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ และทีมอาจารย์ประจำตำบลทุกท่าน เข้าร่วมการประชุมออนไลน์ ผ่านระบบ Google Meet เพื่อชี้แจงรายละเอียดการปฏิบัติงานต่อเนื่องของกิจกรรมในเดือนตุลาคมนี้ โดยได้สอบถามถึงปัญหาอุปสรรคในการลงพื้นที่และสอบถามถึงการทำธนาคารน้ำใต้ดินว่าได้ดำเนินงานคืบหน้าไปอย่างไรบ้าง ในเดือนตุลานี้จะมีการขยายพื้นที่ในการทำธนาคารน้ำใต้ดินไปยังพื้นที่ใกล้เคียงและในการคัดเลือกครัวเรือนเน้นไปทางครัวเรือนที่เขาทำการเกษตรเพื่อสร้างธนาคารน้ำใต้ดินใกล้แปลงเกษตร เพื่อการเกษตรแบบยั่งยืน

 

 

 

 

 

หลังจากการประชุมได้วางแผนในการทำงานโดยคัดเลือกครัวเรือนที่ต้องการทำธนาคารน้ำใต้ดินและติดต่อประสานงานกับครัวเรือนที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อสอบถามเกี่ยวกับพื้นที่บริเวณที่ต้องการสร้างธนาคารน้ำใต้ดินและจัดเตรียมอุปกรณ์ในการทำและลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ณ บ้านสวนใหม่ หมู่ที่3 ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากในช่วงการแพร่ระบาดของโรคCOVID-19 ทางทีมงานได้สอบถามไปยังครัวเรือนเกี่ยวกับการได้รับวัคซีนครบหรือยัง เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานมีการสวมใส่แมสขณะปฏิบัติหน้างานตลอดเวลา

อุปกรณ์ในการทำธนาคารน้ำใต้ดิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนการทำแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนด้วยกัน ดังนี้

  1. สำรวจจุดรวมน้ำหรือจุดที่พบน้ำท่วมขัง โดยขุดบ่อ ขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 1.5 เมตร ลึก 1.5 เมตร (ตามความเหมาะสมแต่ละพื้นที่) 
  2. ตั้งท่อ PVC (ท่ออากาศ) ตรงกลางบ่อ พร้อมนำวัสดุ เศษอิฐ หิน ขวดน้ำ หรือเศษวัสดุที่ไม่ย่อยสลายขนาดพอเหมาะใส่ลงในบ่อ (เศษวัสดุต้องไม่ปนเปื้อนสารเคมี) สูงประมาณ 1.30 เมตร 
  3. นำผ้าตาข่ายมุ้งเขียวปูทับด้านวัสดุหยาบ (เป็นการกรองวัสดุที่ไหลมากับน้ำไม่ให้ลงไปในบ่อธนาคารน้ำใต้ดิน และป้องกันไม่ให้หินเกล็ดหล่นในช่องว่างของวัสดุหยาบ)
  4. นำหินขนาดเล็กโรยทับบนผ้ามุ้งหรือผ้าสแลนจนเสมอปากบ่อ หนา 10-20 เซนติเมตร (ป้องกันเศษใบไม้ ใบหญ้า ตะกอนดิน ไม่ให้ลงไปอุดตันวัสดุหยาบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู