ด้วยภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง สภาพดินในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินทรายที่ไม่อุ้มน้ำ แม่น้ำสายหลักมีน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่อันกว้างใหญ่ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานมักประสบกับภาวะแห้งแล้ง(น้ำไม่เพียงพอต่อการใช้อุปโภคและบริโภค)อยู่เสมอ อีกทั้งพื้นที่ป่าไม้ก็มีน้อย พื้นที่ป่าไม้ไม่ค่อยติดต่อกัน ทำให้สภาพดินขาดการปกคลุม ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งในดิน ไม่สามารถเพาะปลูกทำการเกษตรได้ การสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ นับเป็นทางแก้ปัญหาโดยตรง ของปัญหาภัยแล้งในภาคอีสาน ซึ่งมีทั้งโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งการดำเนินการก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านต่างๆ ทำให้การแก้ปัญหาไม่สามารถทำได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นปัญหาภัยแล้งจึงกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของคนอีสานมาอย่างยาวนาน อีกหนึ่งแนวทางของการแก้ปัญหาภัยแล้งที่น่าสนใจ คือการทำธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งมีอยู่สองแบบ คือ ระบบเปิด และ ระบบปิด ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิดคือ การเติมน้ำลงในบ่อก่อนนำมาใช้ประโยชน์ ลักษณะเป็นบ่อเปิดทั่วไปซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำฝน ก่อนจะซึมลงสู่ชั้นเก็บน้ำใต้ดิน ซึ่งการนำมาใช้สามารถใช้เครื่องสูบน้ำขึ้นจากบ่อโดยตรงหรือขุดเจาะน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ก็ได้ ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด เน้นการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในครัวเรือน และเพื่อนสนับสนุนส่งเสริมประชาชนให้ร่วมด้วยช่วยกัน โดยการทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดในบริเวณบ้านหรือในพื้นที่ของตัวเอง ประโยชน์ของธนาคารน้ำใต้ดิน 1.ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เพราะน้ำจะซึมลงใต้ดินได้ดีขึ้น

 

2ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง

 

3แก้ปัญหาน้ำสกปรก เพราะระบบปิด จะช่วยกรองน้ำให้สะอาด

 

4แก้ปัญหาน้ำเค็ม เพราะมวลน้ำเค็มมีน้ำหนักมากกว่าน้ำจืด จึงอยู่ชั้นล่างสุด

 

ในการทำธนาคารน้ำใต้ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงควรมีการศึกษาวิธีทำที่ถูกต้อง จากผู้เชียวชาญหรือผู้ที่มีประสบการณ์ เพื่อความอุดมสมบูรณ์มีน้ำเพียงพออุปโภคและบริโภคอย่างยั่งยืน

อื่นๆ

เมนู