“ปลายฝนต้นหนาว”  เดือนพฤศจิกายน  พ.ศ. 2564  เข้าสู่ฤดุกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปีของชาวบ้านตำบลบ้านปรือ  อำเภอกระสัง  จังหวัดบุรีรัมย์  ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล CBD  เพื่อรวบรวมส่งให้คณะทำงานและเก็บข้อมูลการทำธนาคารน้ำใต้ดินในหมู่บ้านระกาใต้ได้พบปะพูดคุยเกี่ยวกับการเข้าพื้นที่ในช่วงการเกิดการเกิดโรคระบาดโควิด19  ร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานในพื้นที่การเดินทางเก็บข้อมูลในแต่ละวันนั้นได้ผ่านท้องทุ่งนาที่เต็มไปด้วยต้นข้าวรวงสีทองอร่ามพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวทำให้รับรู้สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอท้องทุ่ง ความสุขความสมหวังความดีงามต่างๆของวิถีชีวิตแบบชนบท  สิ่งต่างๆเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นั้นๆ  หากแต่ความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี  เพราะฤดูกาลในธรรมชาตินั้นคนเราไม่อาจที่จะคาดเดาได้ถูกต้องนัก  ดังนั้นเราจึงต้องหาวิธีการต่างๆและเรียนรู้จากธรรมชาติเพื่อนำมาปรับปรุงและแก้ไขปัญหาต่างๆให้ได้มากที่สุด  เพื่อให้ความอุดมสมบูรณ์ยังอยู่ยั่งยืนตลอดไป  นั่นก็คือการทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดที่ข้าพเจ้าและคณะทำงานประจำตำบลบ้านปรือ  อำเภอกระสัง  จังหวัดบุรีรัมย์  ได้รับผิดชอบอยู่ในขณะนี้  การทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดในหมู่บ้านระกาใต้จำนวน  20 หลุมนั้นทางคณะทำงาน  ผู้นำชุมชนได้ประชุมและคัดเลือกตามความเหมาะสมในพื้นที่แล้ว  และได้เริ่มขุดทำธนาคารน้ำใต้ดินโดยมีผู้นำชุมชนและชาวบ้านเป็นผู้ร่วมทำกิจกรรมด้วย  แต่ก็ต้องป้องกันความเสี่ยงด้วยการใส่หน้ากากอนามัยและฉีดวัคซีนให้ครบ  การทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดช่วยลดปัญหาการระเหยของน้ำได้  และเพิ่มระดับน้ำใต้ดินในบ่อน้ำตื้นแก้ปัญหาน้ำเค็ม  ดินเค็มเพราะมวลน้ำเค็มมีน้ำหนักมากกว่าน้ำจืด  ทำให้น้ำเค็มอยู่ลึกลงไปในชั้นบาดาลด้านล่างช่วยลดปัญหาน้ำขัง  น้ำเน่าเสียบนพื้นดินได้ดี  เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวดิน  ความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ก็จะดีขึ้นเมื่อทุกคนหันมาทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดในชุมชน

อื่นๆ

เมนู