MS01(2)การสร้างธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตรในครัวเรือนอย่างยั่งยืน

                ข้าพเจ้า นางสาว จินตนา ปาโนรัมย์ ประเภทประชาชน เป็นผู้รับจ้างงานของตำบลบ้านปรือ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ หลักสูตรการสร้างธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตรในครัวเรือนอย่างยั่งยืน MS02 โดยเริ่มทำงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
ส่วนการลงพื้นที่ปฏิบัติงานกับทีมงานและอาจารย์ประจำหลักสูตร ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 13.00 น. ข้าพเจ้าและทีมงานได้ลงพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปรือ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของชุมชน จากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปรือ ผู้นำชุมชนตำบลบ้านปรือ ทั้ง 15 หมู่บ้านและกำนัน โดยเพื่อที่จะทำการสำรวจและเก็บข้อมูลที่ได้จากผู้นำชุมชนในลำดับเริ่มต้นมาใช้ในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ของข้อมูลตามกลุ่มเป้าหมายทั้ง 16 ตัวชี้วัดของ อว. ได้ให้มาตามเอกสารที่แนบ 1
ในส่วนการลงพื้นที่ตามหมู่บ้านนั้น ข้าพเจ้าได้เข้าไปเก็บแบบสอบถาม และได้ทำการหาค่าพิกัด GPS ทั้งที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทั้ง 16 ตัวชี้วัดจากเอกสารแนบ 1 ทั้งโดยการพูดคุยกับชาวบ้านและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านปรือหมู่ 1 และนายนิลาด ศิริสำราญ ผู้ใหญ่บ้านนาราน้อย หมู่ 12 ซึ่งเป็นร้านค้าชุมชน หลังจากที่ได้พูดคุย ชักถาม ถึงความเป็นมาในการตั้งร้านค้าชุมชน ในการช่วยเหลือชุมชน และผลตอบแทนที่คนในชุมชนจะได้รับ เป็นต้น ดิฉันได้ซักถามข้อมูลจากประชาชนในชุมชนตามแบบสอบถามที่ทางส่วนกลางให้มาอย่างละเอียดตามเอกสารที่แนบมา ตามแบบฟอร์ม (01) และ (02)

โดยสรุปภาพรวมแล้ว ชุมชนตำบลบ้านปรือได้รับการดูแลจากภาครัฐที่เป็นส่วนท้องถิ่นทั้งในด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการในขั้นพื้นฐานเป็นอย่างดี การประกอบอาชีพของคนในชุมชนส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพทำการเกษตร โดยเฉพาะการทำนา และประการที่สำคัญคือคนในชุมชนไม่ได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต เมื่อว่างเว้นจากการทำนาชาวชุมชนตำบลบ้านปรือก็ไม่ได้ประกอบอาชีพเสริมอย่างอื่นแต่อย่างใด เพราะสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยโดยเฉพาะเรื่องน้ำจึงทำให้คนในชุมชนส่วนใหญ่  ก็ยังยากจนอยู่เพราะไม่มีอาชีพอื่นเสริมเพื่อที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้ ถ้าหากว่าชุมชนตำบลบ้านปรือได้เรียนรู้จักวิธีการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากน้ำที่คนในชุมชนได้ใช้สอยจากการอาบน้ำ ใช้น้ำเป็นประจำในทุกๆ วันของคนในครัวเรือน  และสามารถนำน้ำจากส่วนตรงนี้ไปเก็บไว้ ณ จุดใดจุดหนึ่งของส่วนใกล้บ้าน บริเวณรอบ ๆ ส่วนตรงนั้น ๆ ก็จะชุ่มไปด้วยน้ำจากการใช้สอยในทุกๆ วัน เมื่อดินชุ่มไปด้วยน้ำแล้ว คนในชุมชนโดยเฉพาะครอบครัวนั้นก็จะสามารถที่ปลูกพืชระยะสั้นแล้วจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน
ในการนี้ ข้าพเจ้าจะนำข้อมูล ดังกล่าวส่งต่อส่วนกลาง เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงสถิติและเขียนเรียบเรียงในเชิงวิชาการเพื่อที่จะทำให้ชุมชนมีการสร้างธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตรในครัวเรือนอย่างยั่งยืนเพื่อเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนตามศาสตร์ของพระราชาในลำดับต่อไป

 

รูปภาพประกอบกิจกรรม

             

             

 

VDO การลงพื้นที่ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2564

 

อื่นๆ

เมนู