การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ของชุนชนโคกเขาหญ้าคา อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์

โดย นายชนะพล ผินสู่ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ MS06

นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ให้ข้อสันนิษฐานโดยสรุปว่า จังหวัดบุรีรัมย์เคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรอันยิ่งใหญ่  มาตั้งแต่สมัยทวาราวดีเชื่อมต่อจนถึงสมัยลพบุรี  จากนั้นก็เริ่มเสื่อมอำนาจลงและแตกแยกอาจจะด้วยเหตุภัยธรรมชาติหรือสงครามประชาชนกระจายออกไปตั้งชุมชนเล็กตามป่าหรือชายแดนเรียกว่า“เขมรป่าดง” จังหวัดบุรีรัมย์  หมายถึง เมืองแห่งความรื่นรมย์เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญน่าเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งโบราณสถานศิลปะแบบขอมโบราณที่มีอยู่มากมายกระจายอยู่ในพื้นที่ทั้งจังหวัด อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองเกษตรกรรมและหัตถกรรม  เพราะเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดี และเป็นแหล่งทอผ้าไหมที่สวยงามและมีชื่อเสียง นอกจากนี้ด้วยสภาพพื้นที่ตั้งมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงทำให้มีความหลากหลายของเชื้อชาติซึ่งก่อให้เกิดความหลากหลายของประเพณีวัฒนธรรม จนทำให้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปดังคำขวัญของจังหวัดที่ว่า
“เมืองปราสาทหิน  ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม เลิศล้ำเมืองกีฬา”
              ขณะเดียวกันชุมชนโคกเขาหญ้าคา ตำบลโคกมะม่วง อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ก็มีอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ อนุสรณ์สถานวีรชนประชาชน-อีสานใต้ หรือ (สถูป) สร้างขึ้นเพื่อเป็นแกนกลางความรัก ความสามัคคี และความร่วมมือกันสร้างสวรรค์สังคมของกรรมกร ชาวไร่ ชาวนา นักเรียน นิสิต นักศึกษา และนักรบกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทยเขตงานอีสานใต้ซึ่งเคยร่วมกันทำการปฏิวัติสังคมให้ดีงาม และเป็นธรรม ภายใต้การนำของ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

พื้นที่นี้อยู่ใกล้ ถ้ำฝาละมี เขตหมู่บ้านโคกเขา อำเภอประคำ อันเป็นจุดแตกเสียงปืนครั้งแรกของอีสานใต้เมื่อปี พ.ศ.2511 จากนั้นการเคลื่อนไหวจึงขยายไปตามแนวเทือกเขาพนมดงเร็ก ตั้งแต่อุบลราช ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ปราจีนบุรี (ขณะนั้นยังไม่ได้แยกออกเป็นจังหวัดสระแก้ว) นครนายก โดยเฉพาะยุคเผด็จการ ภายหลังกรณี 6 ตุลา 2519 ได้บุกเบิกขยายงานไปยังจังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา แต่ต่อมาเกิด วิกฤศรัทธา ขึ้นในขบวนการต่อสู้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยลดบทบาทลง จนกระทั่งปี พ.ศ.2528 การสู้รบของกองกำลังอีสานใต้ยุติลงอย่างสิ้นเชิง
การก่อสร้างเริ่มเมื่อปี พ.ศ.2538 ด้วยเงินบริจาคของผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยทั่วประเทศ พร้อมกับการระดมค้นหาร่างนักรบและมวลชนปฏิวัติที่ฝังไว้ตามไร่นา ป่าเขาในปี พ.ศ.2539 จึงจัดพิธีสดุดีวีรกรรม และจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติจิตใจไม่กลัวยาก ไม่กลัวตาย และวีรภาพของผู้เสียสละชีวิตเหล่านี้จักประทับมั่นในสำนึกของญาติมิตรและสหายร่วมรบทุกคน และจักเป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นหลังได้ศึกษาร่วมมือกันพัฒนาประเทศให้มีความเป็นไทย เป็นประชาธิปไตย และพึ่งตนเองได้สืบไป
(ที่มา : จากหนังสือ ตามรอยวีรชนประชา ด้วยก้าวที่กล้าสโมสร 19 ในโอกาสรำลึก 25 ปี อนุสรณ์สถานวีรชนประชาชน-อีสานใต้)

   

โดยด้านนายชะวา โพธิ์นางรอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 กล่าวว่าชุมชนโคกเขาหญ้าคานี้เป็นจุดเด่นของหมู่บ้านและเป็นที่รำลึกวีรชนคนกล้าแต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์เชิงท่องเที่ยวและยังไม่เป็นที่ผู้จักในมุมกว้าง จึงอยากจะพัฒนาอนุสรณ์สถาน หรือ (สถูป) แห่งนี้ให้เป็นที่รู้จักของชาวจังหวัดบุรีรัมย์และชาวจังหวัดอื่น ๆ ได้รู้จัก เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งให้ความรู้ หรืออาจจะมีการนำเสนอผ่านสื่อโซเชียลมีเดียลต่อไป
และสถานที่แห่งนี้ได้มีพ่อใหญ่สง่า รอดนางรอง (ปราชญ์ชาวบ้าน) ผู้ที่ดูแลอนุสรณ์สถาน (สถูป) แห่งนี้ จะเป็นคนที่บรรยายข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอนุสรณ์แห่งนี้ ให้กับผู้ที่สนใจไปเยี่ยมชม

วีดีโอการปฏิบัติงานเดือนที่ 1

อื่นๆ

เมนู