ข้าพเจ้า นางสาวชลลดา  ผิวเกลี้ยง ผู้ปฏิบัติงานประเภทบัณฑิตจบใหม่ (กพร.) ต.วังเหนือ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ สังกัดคณะพยาบาลศาสตร์หลักสูตรการพัฒนาชุมชนต้นแบบโดยใช้สมรรถนะการบริหารจัดการตนเอง ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้กับประเทศ

ผู้ปฏิบัติงาน และทีมได้ร่วมกันจัดโครงการอบรมหนุนเสริมการนำทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด การทำปุ๋ยชีวภาพและการทำปุ๋ยอินทรีย์จากขยะครัวเรือน ตำบลวังเหนือ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า การจัดการขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือนมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นการจัดการขยะที่ต้นทาง สามารถนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์ได้ และลดปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนเข้าสู่สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย การจัดการขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือนสามารถดำเนินการด้วยวิธีการนำมาเลี้ยงสัตว์ การทำปุ๋ยหมักหรือน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งการทำปุ๋ยหมักชีวภาพเป็นวิธีการจัดการขยะอินทรีย์วิธีหนึ่งในการย่อยสลายของของวัสดุและอินทรีย์ สารที่ได้จากขยะมูลฝอยด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติซึ่งจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นปุ๋ยหมักสามารถนำมาใช้ประโยชน์ อีกทั้งประหยัดต้นทุนในการจัดซื้อปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร และได้ผลผลิตพืชและผลไม้ปลอดภัยสำหรับการดำเนินการทำปุ๋ยหมักกับขยะอินทรีย์

การทำปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ แม้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกำจัดขยะมูลฝอยที่ต้นทางช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนเข้าสู่สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย แต่การเลือกวิธีการทำปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ จำเป็นต้องคำนึงความเหมาะสม กรณีที่ต้องการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยวิธีการทำปุ๋ยหมักปริมาณมาก ควรเป็นบ้านเรือนหรือชุมชนขนาดเล็กตามชนบท และที่มีพื้นที่ว่างพอสมควร แต่หากต้องการจัดการขยะอินทรีย์ด้วย สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการทำปุ๋ยหมักในพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น คือ ควรดำเนินการเฉพาะภายในครัวเรือนของตนเอง และต้องไม่มีการรบกวนจากสัตว์เลี้ยงและแมลงพาหนะนำโรคด้วย เพราะหากดำเนินการจัดการไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดปัญหากลิ่นเหม็นจากการหมักขยะมูลฝอย ปัญหาเรื่องการจัดการน้ำเสียที่เกิดจากการขยะมูลฝอย และปัญหาสัตว์และแมลงนำโรคจนเกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพตามมา

อื่นๆ

เมนู