การดำเนินงานของ ข้าพเจ้า นางวนิดา ปาโนรัมย์ประเภทประชาชน ระหว่างเดือนพฤษภาคม2564 ตามที่ได้ทำการลงพื้นที่ สำรวจข้อมูลในตำบลโนนขวาง จะเห็นได้ว่าคนในชุมชนส่วนใหญ่จะมีอาชีพหลักคือการทำนา ทำไร่ ทำไร่มันสำปะหลัง ปลูกอ้อย และปลูกยางพารา เพื่อจำหน่ายให้กับโรงงานที่เข้ามารับซื้อ เป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว  ซึ่งหลังจากที่หมดฤดูการทำนา ทำไร่แล้ว ก็จะทำอาชีพเสริม โดยการปลูก พืช ผัก ไว้กินเอง และจำหน่ายให้กับชุมชน และทำการทอผ้าไหม ผ้าฝ้ายตีนแดง เพื่อเป็นอาชีพเสริม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนในชุมชนอยู่แล้ว ซึ่งเราได้รวบรวมข้อมูลที่เก็บมาได้มาทำการวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนเพื่อให้เล็งเห็นถึงความต้องการของชุมชน เพื่อที่เราจะได้สามารถนำไปพัฒนาชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับในเดือนนี้ การลงพื้นที่การทำงานค่อนข้างจะยากลำบากมาก เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 กำลังแพร่ระบาดในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งการเข้าไปลงพื้นที่ในชุมชนต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษทำให้การทำงานในการลงพื้นที่นั้นต้องปฏิบัติตามมาตราการที่ทางมหาลัย และทางจังหวัด ได้ประกาศไว้โดยการลงพื่้นนั้นต้องสวมแมส รักษาระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และให้ดำเนินการจัดกิจกรรมได้ตามความเหมาะสมโดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของทุกคน และคนในพื้นที่ด้วย

ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็จะเห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อ ของคนในชุมชน เช่นประเพณีสงกรานต์ ชาวบ้านจะมีการจัดเตรียมอาหารเพื่อไปทำบุญตักบาตรที่วัด และมีการสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ เพื่อขอพร การก่อเจดีย์ทรายซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญในช่วงเทศกาล และประเพณีอีกอย่างที่สำคัญในชุมชนก็คือประเพณีการทำบุญหมู่บ้าน ของแต่ละหมู่บ้าน โดยชาวบ้านจะมาร่วมกันทำบุญหมู่บ้านในศาลากลางหมู่บ้านที่จัดเตรียมเอาไว้เพื่อมาทำพิธีกรรมตามความเชื่อของคนในชุมชนจะมีการนำหัวหมู ผลไม้ ขนมหวาน มาเซ่นไหว้ศาลตาปู่ ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ เป็นการเซ่นไหว้เพื่อให้ชุมชนเกิดความร่มเย็นสงบสุข แคล้วคลาดจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆของคนในชุมชน จากที่ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมพิธีกรรมการทำบุญกับคนในพื้นที่ทำให้เห็นถึงรัก ความสามัคคีกันของคนในชุมชน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันถือว่า เป็นการสืบสานประเพณีให้อยู่คู่กับคนในชุมชนไปตราบนานเท่านานจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

 

  

อื่นๆ

เมนู