ผ้าไหมบ้านพูนสุข

กชกร ทองบางโปร่ง

         ผ้าไหม ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าของเมืองไทย มีความงดงามของเส้นไหมที่เป็นเอกลักษณ์ ลวดลายที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ทำให้เป็นผ้าไทย ที่ได้รับความนิยม และโด่งดังไปทั่วโลก การทอผ้าไหมของชาวบ้าน ในอดีตเป็นการทำกันในครัวเรือนเพื่อใช้เอง หรือทำขึ้นเพื่อใช้ในงานพิธี เช่น งานบุญ งานแต่งงาน หรืองานสังคมต่างๆ แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านหมู่บ้านพูนสุขจะทอไว้ใส่เองและจำหน่ายบ้าง บางครั้งก็มีคนมาสั่งทอ แต่ไม่ได้ทอขายเป็นประจำ

ขั้นตอนในการทอผ้า

1.สืบเส้นด้ายยืนเข้ากับแกนม้วนด้ายยืน และร้อยปลายด้ายแต่ละเส้นเข้าในตะ กอแต่ละชุดและฟันหวี ดึงปลายเส้นด้ายยืนทั้งหมดม้วนเข้ากับแกนม้วนผ้าอีกด้านหนึ่ง ปรับความตึงหย่อนให้พอเหมาะ กรอด้ายเข้ากระสวยเพื่อใช้เป็นด้ายพุ่ง

2.เริ่มการทอโดยกดเครื่องแยกหมู่ตะกอ เส้นด้ายยืนชุดที่ 1 จะถูกแยก ออกและเกิดช่องว่าง สอดกระสวยด้ายพุ่งผ่าน สลับตะกอชุดที่ 1 ยกตะกอชุดที่ 2 สอดกระสวยด้ายพุ่งกลับ ทำสลับกันไปเรื่อยๆ

3.การกระทบฟันหวี (ฟืม) เมื่อสอดกระสวยด้ายพุ่งกลับก็จะกระทบ ฟันหวี เพื่อให้ด้ายพุ่งแนบติดกัน ได้เนื้อผ้าที่แน่นหนา

4.การเก็บหรือม้วนผ้า เมื่อทอผ้าได้พอประมาณแล้วก็จะม้วนเก็บใน แกนม้วนผ้า โดยผ่อนแกนด้ายยืนให้คลายออกและปรับความตึงหย่อนใหม่ให้พอเหมาะ

ลายผ้าขิดนิยมทอ

ผ้าทอเป็นลายชนิดหนึ่ง สร้างลวดลายโดยการเก็บขิดบนเส้นยืน เพื่อให้เกิดการยกและข่ม บนผ้าเช่นเดียวกับการสาน แล้วเพิ่มด้ายพุ่งพิเศษเข้าไป ลายที่เกิดจะเป็นลายเรขาคณิตต่างๆ เช่น ลายรูปสัตว์ลาย ดอกไม้ ผ้าขิดนิยมทอด้วยผ้าฝ้ายสีครามสลับขาวเป็นลายเรียงขวางหน้าผ้า ผ้าขิดมักใช้ตกแต่งหน้าหมอน ตีนซิ่น และหัวซิ่น

SC01 – EP.4 พืชพรรณและสัตว์เลี้ยงชาวตำบลเมืองโพธิ์ ต.เมืองโพธิ์ อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์

 

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู