1. หน้าแรก
  2. คณะวิทยาศาสตร์
  3. SC03 - ตำบลสนวน อำเภอห้วยราช
  4. SC03 – ตำบลสนวน อำเภอห้วยราช การลงปฎิบัติหน้าที่งานในเดือนมีนาคมของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

SC03 – ตำบลสนวน อำเภอห้วยราช การลงปฎิบัติหน้าที่งานในเดือนมีนาคมของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

การลงปฎิบัติหน้าที่งานในเดือนมีนาคมของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

การลงพื้นที่สำรวจ เก็บข้อมูล ได้มีการเข้ารับการอบรมการทำงานจากคณะอาจาร์ยจากมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ เกี่ยวกับรูปแบบการทำงาน เพื่อทำความเข้าใจ นอกจากนี้ยังได้มีการร่วมประชุมชี้แจงรายละเอียดการทำงานให้แก่ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลสนวน และขออนุญาตทาง อบต.สนวน ในการลงสำรวจพื้นที่

การเลี้ยงไหมนอกจากจะเป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่และดีงามของชาติไทยที่สืบต่อกันมานานอีกด้วย ซึ่งที่บ้านบ้านสนวนนอกแห่งนี้ เขาเด่นดังในเรื่องของการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นคือ ผ้าไหมหางกระรอกคู่ ดูวิธีการสาวไหม

กระบวนการสาวเส้นไหมของที่นี่ ก็เหมือนกับพื้นที่อื่นๆในภาคอีสาน คือ

 

หนึ่ง ต้มน้ำให้ร้อนประมาณ 70-80 C แล้วใส่รังไหมลงไปประมาณ 40-50 รังเพื่อให้ความร้อนจากน้ำช่วยละลายโปรตีนที่ยึดเส้นไหม

สอง ใช้ไม่พายเล็กแกว่งตรงกลางเป็นแฉก คนรังไหมกดรังไหมให้จมน้ำเสียก่อน

สาม เมื่อรังไหมลอยขึ้นจึงค่อย ๆ ตะล่อมให้รวมกันแล้วต่อย ๆ ดึงเส้นใยไหมออกมาจะได้เส้นใยไหมซึ่งมีขนาดเล็กมากรวมเส้นใยไหมหลาย ๆ เส้นรวมกัน

สี่ ดึงเส้นไหม โดยให้เส้นไหมลอดออกมาตามแฉกไม้ ซึ่งจะทำให้ได้เส้นไหมที่สม่ำเสมอและรังไหมไม่ไต่ตามมากับเส้นไหม เส้นไหมที่สาวได้จะผ่านไม้หีบขึ้นไปร้อยกันรอกที่แขวนหรือพวงสาวที่ยึดติดกับปากหม้อ แล้วดึงเส้นไหมใส่กระบุง

ห้า คอยเติมรังไหมใหม่ลงไปในหม้อต้มเป็นระยะ ๆ

และหก รังไหมจะถูกสาวจนหมดรังเหลือดักแด้จมลงก้นหม้อแล้วจึงตักดักแด้ออก

ดักแด้จากไหมต้มสุกๆ อร่อยมากสาวไหมมาเรื่อยๆ จนในที่สุดจะเหลือแค่รังไหม ส่วนข้างในรังไหมจะเป็น “หนอนไหม” แสนอร่อยที่ทุกคนได้ชิมกัน

หลังจากที่สาวไหมแล้ว ชาวบ้านก็จะเอาไหมที่ได้ไปผ่านกระบวนการฟอก ย้อมด้วยวิธีการทางธรรมชาติ จนสุดท้ายก็จะเอามาทอด้วยมือ แต่มีก็จะมีเครื่องมือ เครื่องไม้เป็นตัวช่วย “ที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องผ้าลายหางกระรอก”

“ผ้าหางกระรอก” เป็นผ้าทอโบราณที่มีลักษณะลวดลายเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความประณีตและงดงาม โดยใช้เทคนิคการทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าไทคือ “การควบเส้น” หรือคนไทยเรียกว่า “ผ้าหางกระรอก”

ชื่อที่เรียกว่า “ผ้าหางกระรอก” อาจเป็นเพราะลวดลายของผ้าทอที่มีลักษณะเนื้อผ้าที่มีความเหลือบสี เห็นเป็นลายเส้นเล็กๆ ในตัว ซึ่งมองดูแล้วคล้ายกับขนของหางกระรอก จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกดังกล่าว นอกจากนี้ ชื่อเรียกผ้าชนิดนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ตามรูปลักษณ์ที่มุ่งเน้นเช่น บางพื้นที่เรียกว่า ผ้าวา ผ้ายาว ซึ่งเป็นการเรียกตามลักษณะความยาวของผืนผ้าที่ยาวกว่าผ้าถุงเท่าตัว บางพื้นที่เรียกว่า ผ้าควบ เพราะถือเอาวิธีการทอแบบตีเกลียวควบมาใช้เป็นชื่อเรียก แต่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกว่าผ้าหางกระรอกมากกว่า ผ้าไหมที่นี่จึง “งดงาม” ตามคำร่ำลือกัน

อื่นๆ

เมนู