จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมานั้น ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงหรือดีขึ้นแต่อย่างใด จึงทำให้การกลับเข้าไปทำงานในพื้นที่นั้นยังคงเป็นไปได้ยากอยู่ ซึ่งทางเดียวที่จะช่วยเหลือคนภายในชุมชนได้นั้นต้องอาศัยการช่วยเหลือผ่านการระดมทุนให้กลับผู้ปฏิบัติงานที่เป็นคนในพื้นที่นั้นได้นำเงินในส่วนนี้ไปใช้ในทำอาหารและเครื่องดื่มเพื่อบริจาคหรือช่วยเหลือผู้ที่ขาดรายได้ ทั้งจากการตกงาน การกักตัว หรือกระทั้งการค้าขายที่ทำได้ยากขึ้น

หลังจากระยะเวลาที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของยอดผู้ติดเชื้อโควิดภายในจังหวัดบุรีรัมย์นั้น ได้มีการเพิ่มขึ้นทั้งจากคนที่ย้ายกลับมาจากจังหวัดสีแดงเข้ม หรือจังหวัดพื้นที่เสี่ยง และคนที่ติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อที่ย้ายมา ทำให้บางหมู่บ้านภายในอำเภอที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นคนรับผิดชอบ ต้องปิดหมู๋บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อเป็นวงกว้างไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัด เหตุส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อที่ย้ายมาจากจังหวัดในเขตสีแดงเข้มนั้น คือการที่ตกงาน ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วย จึงทำให้ต้องย้ายกลับมารักษาตัวที่บ้าน ศูนย์กักกัน หรือโรงบาลสนามที่ทางจังหวัดได้ทำการจัดเตรียมไว้ให้และเมื่อผู้ติดเชื้อย้ายกลับมายังหมู่บ้านของตนแล้ว จึงต้องมีการกักตัว หรือรักษาตัว ที่บ้านพักอาศัยหรือทางสถานที่ที่ทาง อสม.ของชุมชนได้ทำการเตรียมไว้ให้ และเนื่องจากจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้น สวนทางกลับรายได้ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้ต้องมีการช่วยเหลือจากผู้ปฏิบัติงาน

การเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยชาวบ้านในชุมชนมีรายได้ที่มากขึ้น มีฐานอาชีพที่มั่นคงและหลากหลาย นั้นก็เป็นหน้าที่ของคณะผู้ปฏิบัติงานที่ต้องทำ แต่เนื่องจากสถานการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้การดำเนินงานนั้นเป็นไปได้ช้ากว่ากำหนด เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ปฏิบัติงานและชาวบ้านในชุมชน การช่วยเฝ้าระวังและสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงกลายเป็นอีกหน้าที่หนึ่งของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อช่วยให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถผ่านวิกิตนี้ไปได้

ท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพของตนเอง เดินทางไปไหนควรใส่หน้ากากอานามัยและพกแอลกอฮอล์สำหรับล้างมืออยู่ตลอดเวลา และฉีดวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงที่จะป่วยหนักจากการติดเชื้อ

วีดีโอประจำเดือนสิงหาคม :

อื่นๆ

เมนู