ประเพณีแซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ

เจษฎา  ลิ้นทอง

          ในทุกๆ แรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปีลูกหลานชาวเขมรจะรู้จักกันดีว่าเป็นวันสำคัญของครอบครัวที่จะรำลึกนึกถึงพระคุณบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วตามความเชื่อของคนไทยเชื้อสายเขมร เขตจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยมีความเชื่อว่า ในช่วงเดือน 10 เป็นช่วงการเปิดประตูปรโลก ให้วิญญาณผู้ล่วงลับไปแล้วได้กลับมารับส่วนบุญส่วนกุศลอีกครั้ง ลูกหลานญาติพี่น้องจึงได้มีการจัดอาหารเพื่อเลี้ยงต้อนรับ และร่วมกันทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศล เรียกว่า “ประเพณีแซนโฎนตา”

ซึ่งครอบครัวของข้าพเจ้าเอง ก็เป็นลูกหลานครอบครัวชาวไทยเชื้อสาขเขมร ที่สืบทอดประเพณีแซนโฎนตาจากรุ่นสู่รุ่นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยจะจัดขึ้นเริ่มตั้งแต่ วันแรม 13 ค่ำ เดือน 10 ลูกหลานจะร่วมกันห่อข้าวต้มใบมะพร้าว ทำขนมกระยาสาท ซึ่งเป็นขนมที่สำคัญถือเป็นสัญญาลักษณ์ของประเพณีแซนโฎนตา และจัดเตรียมผลไม้ เมื่อถึงวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ก็จะลุกหุงข้าว ทำกับข้าว ปิ้งปลา ย่างหมู ต้มไก่ เตรียมของหวานของคาว หาผลไม้ เครื่องดื่มต่างๆ นำมาใส่ตระกร้า เพื่อเตรียมนำไป “จูนโฎนตา” หรือการส่งมอบอาหารหวานคาวที่ได้เตรียมไว้ไปส่งให้ตายาย หรือบ้านของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วเคยอยู่อาสัยในอดีต เพื่อนำไปจัดสำรับสำหรับเตรียมเซ่นไหว้บรรพบุรุษในช่วงบ่าย เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมลูกหลานญาติพี่น้องพร้อมหน้าก็จะร่วมกันประกอบพิธี “แซนโฎนตา” หรือพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเริ่มจากผู้อาวุโสสูงสุดในบ้านจะจุดธูปเทียน ยกพานบูชาเรียกเชิญวิญญาณบรรพบุรุษได้มารับประทานอาหารหวานคาวที่ลูกหลานได้จัดเตรียมรอไว้ และขอพรให้ลูกหลานเจริญรุ่งเรือง มีกิน มีใช้ มีโชคลาภวาสนาทุกๆ คน เมื่อเซ่นไหว้เสร็จแล้วก็จะลาอาหารบางส่วนนำมารับประทานร่วมกัน กระทั่วรุ่งเช้าของวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ก่อนตะวันขึ้น ลูกหลานก็จะมาจุดธูปบอกกล่าวบรรพบุรุษให้ได้ล้างเนื้อล้างตัวรับผ้านุ่งผ้าสไปที่จัดเตรียมไว้ สวมใส่ไปวัดเพื่อเตรียมกลับไปยังปรโลก และในระหว่างบอกกล่าวก็จะหยิบจับอาหารอย่างละนิดอย่างละหน่อยใส่ภาชนะหรือกระทงใบตอง เพื่อนำไปส่งให้ผีไม่มีญาติ ผีตายโหงให้มารับของเซ่นไหว้โดยนำไปวางไว้ที่หน้าบ้านของตนเอง และในระหว่างการนำไปวางก็จะร่วมกัน “ปะจีร” หรือการปัดเป่าส่งไม่ดีสิ่งอัปมงคลให้ออกจากบ้านไป หลังจากนั้นเมื่อรุ่งเช้าลูกหลานก็จะประกอบอาหารนำไปวัด เพื่อให้พระสงฆ์ได้ทำบังสุกุลให้  ผู้ล่วงลับไปแล้ว ให้ได้รับส่วนกุศลที่ลูกหลานร่วมกันทำให้ ประเพณีแซนโฎนตาจึงจะสำเร็จโดยสมบูรณ์

จากความเชื่อ สู่พิธีกรรม นำมาเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันต่อๆ มา สะท้อนให้เห็นถึงการแสดงความกัญญูกตเวทีของลูกหลานญาติพี่น้อง ที่มีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ถือเป็นการระลึกถึงพระคุณ และตอบแทนคุณบรรพบุรุษตามหลัก มงคล 38 ประการ มงคลที่ 11 และ 25 คือการบำรุงบิดามารดา ทั้งตอนมีชีวิตอยู่และเสียชีวิตไปแล้ว และมีความกตัญญู อันจะนำพาสู่ความเจริญก้าวหน้าในชีวิต และอีกนัยหนึ่ง ประเพณีแซนโฎนตา จะเป็นวันรวมญาติ ทำให้ญาติพี่น้องได้มาเจอกัน ได้มาทำความรู้จัดกัน เกิดความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว เกิดความสามมัคคีปรองดอกกันในครอบครัว ให้ทุกคนได้มีความสุขกับครอบครัว

 

อื่นๆ

เมนู